“บิ๊กตู่” แซวชาวปากน้ำวันนี้ยังมีปูอยู่มั้ย ยัน รัฐบาลให้เงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยไม่ได้หวังให้คนมารัก มั่นใจทำตามกรอบงบประมาณ ไม่ทำลายระบบหนี้สาธารณะ เหน็บพรรคการเมืองไม่ร่วมถก 7 ธ.ค. เปรียบเป็นนักมวยไม่ฟังกติกา ก็ไม่ต้องชก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างพบปะกับประชาชนที่มาคอยต้อนรับบริเวณสถานีเคหะสมุทรปราการ โดยกล่าวว่า ทุกวันนี้มีรถยนต์จดทะเบียนปีละ 4,000,000 กว่าคัน ส่วนถนนมีเท่าเดิม จึงจำเป็นต้องมีวิธีการเพื่อลดจำนวนรถยนต์ที่มีอายุเกินเพื่อให้รถใหม่เข้ามาแทน แต่บางคนก็มีรายได้น้อยไม่อยากเปลี่ยนรถ จึงถือเป็นความจำเป็นหลายอย่างจึงต้องมาดู โดยเฉพาะเรื่องของการให้บริการรถสาธารณะเช่น รถตู้ ก็จำเป็นต้องเป็นรถใหม่ถ้าเกิน 10 ปีก็คงจะไม่ปลอดภัย อีกทั้งมีความจำเป็นต้องสร้างทางเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ชั้นในและปริมณฑล สิ่งสำคัญจำเป็นต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานของรถไฟฟ้าให้ได้ก่อน แต่บางครั้งก็ติดขัดในเรื่องพื้นที่ซึ่งเจ้าของไม่ยินยอม ก็ต้องสร้างอ้อมจนทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

ทั้งนี้ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้สอบถามประชาชนที่มาต้อนรับว่า มาจะพื้นที่ใดบ้าง ทั้งนี้เมื่อประชาชนตอบว่ามาจากบางปู พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวกระเซ้าทันทีว่า “มาจากบางปูแล้ววันนี้ยังมีปูอยู่หรือเปล่า พื้นที่นี้เคยไป ” ก่อนกล่าวว่า “รัฐบาลพยายามที่จะสร้างงานสร้างรายได้ให้ประชาชนดีขึ้น จะให้รัฐบาลแจกอย่างเดียวคงไม่ได้ ทุกวันนี้รัฐบาลถือว่าให้มา ไม่ใช่แจกให้มาเพื่อเป็นการลดภาระแม้จะเป็นเงินไม่กี่ 100 บาท รัฐบาลให้ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ เพื่อให้มารักผมถึงได้ให้ แม้ถึงจะให้อย่างไรก็ด่าผมเพียบอยู่ทุกวัน ถ้าให้แล้วรักผมมันก็ดีซิ แต่ให้ก็ยังมาด่าผมอีกว่าน้อยเกินไป ต้องการมากกว่านี้ แล้วผมจะเอาเงินที่ไหนให้ทั้งหมด ต้องคำนึงถึงสัดส่วนการใช้งบประมาณซึ่งมีกฎหมายคุมอยู่ทุกฉบับ และที่ใช้ทุกวันนี้ยืนยันว่าไม่มีการใช้เกินกรอบวงเงินงบประมาณที่กฎหมายกำหนด ต้องคิดให้ดีถ้าจะมาว่าผมต้องดูว่าทำไมสมัยก่อนเราถึงไม่มีเงิน ทำไมผู้มีรายได้น้อยจึงไม่ได้รับเงินช่วยเหลือตรงนี้ เงินไปอยู่ที่ไหนขอให้คิดดู ผมก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ไหนเหมือนกัน” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลทำให้ทุกอย่าง ทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ ถนนหนทาง และบริหารการจัดการน้ำทั้งประเทศ มากที่สุดใน 4 ปีเท่าที่ผ่านมา เงินมันมีอยู่และยังมีเงินที่จะช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยด้วย ยืนยันว่าทั้งหมดไม่เกินสัดส่วนตามกฎหมายกำหนดหนี้สาธารณะ 41.7 เปอร์เซ็นต์ แต่กลับมีคนบอกว่ารัฐบาลนี้ทำหนี้สาธารณะประเทศล้มละลาย ไม่เคยฟังอะไรเลย ไม่รู้เรื่องเลย กฎหมายบอก 60 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเกินก็อันตราย บางประเทศใช้ 200 เปอร์เซ็นต์ แต่เขามีรายได้เยอะ พวกเรามีรายได้ที่จะจ่ายภาษีเยอะหรือยัง ก็ยังไม่มี รัฐบาลจะต้องดูตรงนี้ว่าจะทำอย่างไรจะเดินหน้าประเทศได้ ที่สำคัญงบประมาณต้องไม่รั่วไหล ต้องระบุในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี คือระหว่างปี 2551-2580รัฐบาลพยายามทำให้ทุกคนเข้าถึงซึ่งโอกาสและรายได้แต่ต้องเคารพกฎหมาย คนค้าขายก็ต้องพัฒนาและปรับปรุงไม่ใช่มากล่าวหาว่าเป็นเพราะรัฐบาลทำให้ค้าขายไม่ดี วันนี้ต้องต่อสู้เพราะการค้าขายออนไลน์มีคู่แข่งจำนวนมาก และทุกอย่างต้องใช้กฎหมาย

นายกฯ กล่าวว่า ขอถามว่าตนใช้อำนาจของผมทำร้ายพวกคุณหรือยัง จับพวกคุณไปทำอะไรหรือเปล่า มีแต่พูดเสียงดุบ้างเท่านั้น บางเวลาก็ตลกและน่ารักบ้าง ยืนยันว่าไม่มีอะไรกับใครอยู่ แล้วที่ต้องเจอกับเรื่องการเมืองก็ว่ากันไป สิ่งสำคัญที่สุดอย่าลืมงานอุ่นไอรักคลายความหนาวที่จะมีขึ้น ขอให้ทุกคนไปเที่ยวชมกันเป็นการแสดงถึงความรักความสามัคคีและความจงรักพรรคดีของพวกเราที่มีให้กับสามสถาบันหลักของชาติ ขอให้รักกันถ้าไม่รักกันไม่สามัคคีกัน ทุกอย่างก็จะกลับไปที่เก่าหรืออยากจะให้กลับไปอยู่ที่เดิมชอบเหมือนเดิมอย่างนั้นหรือ คนเยอะๆมารวมตัวกันแล้วขายของได้เยอะคิดอย่างนี้ไม่ได้ประเทศเราจำเป็นต้องสงบ

“ประเทศไทยต้องสงบแต่ว่าอย่าลืมว่า 4ปีที่ผ่านมาสงบ การทำผิดกฎหมายทุจริตทำไม่ได้แล้วไม่ใช่ว่า ผมบอกว่าไม่มีเลย เพราะยังมีอยู่ ยังเห็นทะเลาะกับตำรวจทุกวัน เป็นเรื่องธรรมดาทุกประเทศมีหมด แต่จากนี้ต้องระมัดระวัง จะทำอย่างไรสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ทำให้เกิดความมั่นคง ซึ่งขึ้นอยู่กับรัฐเจ้าหน้าที่ ประชาชน ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ ผู้นำทางการเมือง ผู้นำท้องถิ่น วันนี้อย่าเอาการเมืองกฎหมายมาสู้กัน เอาสิ่งที่เขียนของทุกพรรคการเมืองมาสู้กันให้ได้
ใครที่ไม่เห็น ไม่มาดูกติกาก็คิดกันเอาเอง ไม่มาก็ไม่ต้องมา ถ้าคุณจะเลือกก็ตามใจ ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร นักมวยเมื่อขึ้นเวทีแล้วกรรมการเรียกมาชี้แจงกติกากับนักมวยทั้งสองข้าง ถ้าไม่มาก็เลิกชกไปเลยอย่าไปดู ไปคิดเอาเอง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

จากนั้นนายกฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้าน เรื่องหนี้นอกระบบ ซึ่งนายกฯ พยายามชี้แจงและให้ชาวบ้านได้เข้ามาใช้ประโยชน์จากหน่วยงานราชการ อย่าไปกู้หนี้นอกระบบที่ต้องเสียดอกเบี้ยสูง โดยระบุว่า ปัญหาที่เกิดคืนนี้ตนไม่โทษใครแต่คงต้องโทษตัวเองที่ไม่สามารถชี้แจงหรืออธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ