รศ. ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

เหลือเวลาอีกประมาณ 3 เดือน ก็จะถึง 24 ก.พ. 2562 ซึ่งเป็นวันที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งไทย จากระยะเวลาในการเตรียมที่เหลือค่อนข้างน้อยทำให้ ณ วันนี้ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องเตรียมการเลือกตั้งอย่างขมีขมัน แล้วเมื่อมีการเตรียมการจากทุกภาคส่วนย่อมทำให้เมื่อเปิดรับสื่อไม่ว่าจะเป็นช่องทางใด ก็จะพบข่าวเกี่ยวกับ “การเลือกตั้ง” ในหลากหลายมิติ

ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ “สื่อมวลชนแทบทุกช่องทาง” จะนำเสนอข่าวดังกล่าว เพราะการเลือกตั้ง ครั้งนี้ได้รับความสนใจและมีความสำคัญอย่างมากต่อสังคมไทย ตลอดจนมีการคาดการณ์ว่าจะการเลือกตั้งที่มีความดุเดือดมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย...ปัจจัยเหล่านี้ น่าจะถือเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ ใน “สังคมไทย” ที่พอจะพูดได้ว่า

อะไร? อะไร? ก็ “เลือกตั้ง”..!! โดยอาจกล่าวได้ว่า “กระแสเลือกตั้ง” ไม่เพียงจะปรากฏในพื้นที่สื่อเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ “คอการบ้านการเมือง” นำพูดคุยใน “สภากาแฟ” เป็นวงกว้าง...
เพียงแค่กรณีอดีต ส.ส.พาเหรดย้ายพรรคกันเมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา ก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง และเพื่อสะท้อนความคิดเห็น “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัย สวนดุสิต ได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,180 คน ในประเด็น ประชาชนคิดอย่างไร? กับ “การย้ายพรรค” สรุปผลได้ ดังนี้

ประชาชนคิดอย่างไร? กับ การย้ายพรรคของอดีต ส.ส.
พบว่า “คำตอบ” ที่ประชาชนตอบ มากที่สุด ร้อยละ 38.42 คือ เป็นสิทธิส่วนบุคคล ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย รองลงมา ได้แก่ เพื่ออำนาจและผลประโยชน์ เพื่อความมั่นคง ก้าวหน้า ร้อยละ 29.33 ไม่ว่าจะอยู่พรรคใด ขอให้ตั้งใจทำงาน พัฒนาประเทศให้ดีขึ้น ร้อยละ 19.73 อาจมีปัญหาภายในพรรค ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ไม่อยากอยู่ ร้อยละ 14.92 และเป็นประเด็นทางการเมือง ทำให้ตื่นตัว อยากรู้ อยากติดตามข่าว ร้อยละ 9.61

ประชาชนคิดว่าการย้ายพรรคมีผลต่อการเลือก ส.ส. หรือไม่? พบว่า “คำตอบ” ที่ประชาชนตอบมากที่สุด ร้อยละ 51.04 คือ มีผล เพราะ กระทบต่อความรู้สึก ความเชื่อมั่น เชื่อใจลดลง พิจารณาจากพรรคที่ชอบ แต่ละพรรคมีนโยบายแตกต่างกัน ฯลฯ รองลงมา ได้แก่ ไม่มีผล ร้อยละ 48.96 เพราะ พิจารณาที่ตัวบุคคล ยังชอบเหมือนเดิม ดูจากผลงานที่ผ่านมา ความรู้ความสามารถ ฯลฯ

ถ้า ส.ส. ที่ประชาชนเลือกครั้งที่แล้วย้ายพรรค การเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนจะยังเลือกผู้สมัครคนนั้น เป็น ส.ส. อีกหรือไม่?
พบว่า “คำตอบ” ที่ประชาชนตอบมากที่สุด ร้อยละ 54.06 คือ เลือก เพราะ ชื่นชอบเหมือนเดิม การย้ายพรรคเป็นเหตุผลส่วนตัว พิจารณาจากผลงานที่ผ่านมา ทำงานดี ดูแลประชาชน ฯลฯ รองลงมา ได้แก่ ไม่เลือก ร้อยละ 45.94 เพราะชอบพรรคเดิม นโยบายไม่เหมือนกัน ขาดอุดมการณ์ ไม่มีจุดยืน ความเชื่อมั่นลดลง ฯลฯ

ส่วนอีกกรณีที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คงหนีไม่พ้น “กรณีการแบ่งเขตเลือกตั้ง” โดยบรรดาอดีต ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ และไทยรักษาชาติ ต่างดาหน้าออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ว่าการแบ่งเขตแบบพิสดารในหลายจังหวัด เช่น นครราชสีมา สุโขทัย และกาญจนบุรี เป็นต้น เป็นวิธีการแบ่งเขตแบบกระจัดกระจายอย่างไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งฝ่ายการเมืองต่างมุ่งโจมตีว่าเป็นการแบ่งเขต เพื่อหวังสร้างความได้เปรียบให้แก่พรรคการเมืองบางพรรค

ปรากฏการณ์แบ่งเขตเลือกตั้งที่เอื้อให้บางพรรคชนะเลือกตั้ง เคยเกิดขึ้นเมื่อ ค.ศ.1812 โดยตั้งชื่อให้เป็นการแบ่งเขตแบบ“เกอร์รี่-แมนเดอร์” ที่นำนามสกุลคนต้นคิด “เอลบริดจ์ เกอร์รี่” ผู้ว่าการรัฐแมนซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกาและ “ซาลาแมนเดอร์” สัตว์รูปร่างที่ไร้รูปทรงของแผนที่ซึ่งผสมรวมกัน โดยเหตุผลสำคัญ เพื่อให้ฝ่ายตัวเองชนะเลือกตั้งนั่นเอง (แม้ลักษณะการแบ่งเขตไทย ดูเหมือนจะเข้าข่ายทฤษฎีแบบฝรั่ง แต่ผลการเลือกตั้งจะเป็นไปตามทฤษฎีหรือไม่? คงต้องดูกันยาวยาว...เพราะการเมืองแบบไทยไทยนั้น เคย “ล้างทฤษฎีแบบฝรั่ง” มานักต่อนักแล้ว..!!)

นี่คือ กระแสข่าวบางส่วนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และเชื่อว่าจากนี้คงต้องเสพข่าวเลือกตั้งอย่างต่อเนื่องแน่นอน แล้วเมื่อการเมืองกลับมาแข่งขันกันอย่างรุนแรง “โจทย์ยาก” ในนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ก็คงตกอยู่กับ “สื่อมวลชน” อีกจนได้

“สื่อมวลชน” ควรทำหน้าที่อย่างไร? จึงจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด คงต้องตอบตรงตรงว่า “สื่อมวลชน” ต้องสะท้อนความเป็นจริง (Reflecting reality) โดย “การทำหน้าที่ในการให้ข่าวสาร” (Informative Function) นำเสนอข่าวสารด้านสถานการณ์บ้านเมืองอย่าง “ความถูกต้อง” (Accuracy) “ตรงไปตรงมา” (Objectivity) ด้วย “ความเสมอภาค” (Balance) “ไม่แทรกแซงสิทธิส่วนบุคคล” (Privacy) “ต้องอ้างแหล่งที่มาของข่าวได้” (Using Sources Responsibly) และนำเสนอข้อมูลข่าวสารรอบด้านในเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้ประชาชนมีข้อมูลที่จะใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกตั้งในหลากหลายมิติ

ณ วันนี้ เมื่อประเทศอยู่ในสภาวะ อะไร...อะไร ก็ “เลือกตั้ง” สื่อมวลชนคงต้องพยายามหาแนวทางในการนำเสนอข่าวบน “ความลงตัว” โดยสิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดนั้น ก็คือ การทำเสนอข้อมูลความเป็นจริง เพื่อ “ประชาชน” และ “ประเทศชาติ” อย่างแท้จริง!!

แต่ก็เชื่อว่า “สื่อมวลชนไทย” ทำได้อยู่แล้ว เพราะถ้าไม่ได้ “สื่อน้ำดี” แล้วละก็ “ประเทศไทย” คงไม่สามารถขับเคลื่อนได้จนมาถึงทุกวันนี้หรอ...จริงไหม?