“ความเป็นประชาธิปไตยของประเทศหนึ่งนั้น อาจมองได้ด้วยทรรศนะต่าง ๆ กัน บางคนอาจเห็นว่าประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นประชาธิปไตยมาก เพราะเหตุใดเหตุหนึ่ง แต่อีกคนหนึ่งอาจจะเห็นว่าประเทศเดียวกันนั้นไม่เป็นประชาธิปไตยเพราะเหตุอื่น ๆ อีกหลายประการ ถ้าจะให้โต้เถียงกันแล้วก็คงจะว่ากันไปไม่มีที่สิ้นสุด เพราะการที่จะวินิจฉัยว่าระบอบปกครองแบบใดเป็นประชาธิปไตยหรือไม่นั้น ออกจะทำยากเต็มที และถึงจะตั้งการปกครองแบบใดที่ว่าเป็นประชาธิปไตยขึ้นแล้ว ก็ย่อมจะมีผู้คัดค้านได้เสมอ” (คึกฤทธิ์ ปราโมช)

สัญลักษณ์แห่งระบอบประชาธิปไตยของหลายๆ ประเทศนั้นแตกต่างกัน

อเมริกาที่ว่าเป็นประชาธิปไตยเต็มที่นั้น อเมริกามีชนชั้นนำซึ่งมีอาชีพตามปกติเป็นนักธุรกิจ และเป็นมหาเศรษฐีชนิดมีเงินหลายร้อยล้าน คนในอเมริกานั้นเขาถือว่า หากผู้ใดสามารถทำตนให้ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีได้ ผู้นั้นก็มีคุณวุฒิควรที่จะปกครองแผ่นดิน ชนชั้นนำของอเมริกาจึงได้แก่มหาเศรษฐี และการเลือกประธานาธิบดี ทุกครั้ง ก็เป็นการเลือกระหว่างมหาเศรษฐีด้วยกัน ใครควรจะได้รับตำแหน่งนั้น เพราะค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกาแพงเหลือประมาณ ใครที่ไม่เป็นมหาเศรษฐี ไม่มีทางที่จะสมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีได้เลย

ประชาธิปไตยในแต่ละประเทศก็ย่อมมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวกันทั้งนั้น

ความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์นั้น มิใช่ว่าทุกคนสามารถทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ ความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์นั้น กลับเป็นตรงกันข้าม คือทุกคนต้องเสียสละสิทธิ์บางส่วน เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม รุซโซ เขาว่าอย่างนั้น

ว่าต้อง “เสียสละสิทธิ์ธรรมชาติเพื่อประโยชน์ส่วนรวม”

การที่จะให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์นั้น ทุกคนจะต้องเสียสละ ความเสียสละที่พูดถึงนั้นคือ เสียสละสิทธิ์ธรรมชาติเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

สิทธิธรรมชาติ คือสิทธิ์ที่จะเบียดเบียนคนอื่นในเมื่อเรามีอำนาจมากกว่าหรือแข็งแรงกว่า ซึ่งอาจดูเห็นได้ที่สัตว์ เพราะสิทธิ์ธรรมชาตินั้น สัตว์มันยังใช้กันอยู่เสมอ เวลาสัตว์มีอาหารจะกิน ตัวที่โตๆ มี
เขี้ยวเล็บงามาก มันก็เอาไปกินก่อน ตัวเล็ก ๆ และอ่อนแอจะต้องกินทีหลัง

แต่คนไม่ใช่สัตว์ เพราะว่าไปก็ตัวเท่า ๆ กันเป็นส่วนใหญ่ และไม่ใช้กำลังกายข่มขู่กันเหมือนสัตว์ แต่เขี้ยวเล็บงาและกำลังของคนนั้นอยู่ที่อำนาจ อยู่ที่เงิน อยู่ที่ฐานะ

ใช้เงินจ่ายเป็นเบี้ยบ้ายรายทางเพื่อให้ได้สิทธิ์เหนือคนอื่น หรือที่เรียกว่า ลัดคิว หรือทำผิดแล้วใช้เงินวิ่งเต้นให้พ้นโทษ ไม่ต้องรับผิด อย่างนี้เป็นการใช้สิทธิ์ตามธรรมชาติ เพราะหาประโยชน์ใส่ตัว หรือผลักโทษความผิดให้พ้นจากตัวโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ใครทั้งสิ้น

คนเราที่เกิดมานั้น ตั้งอยู่สูงต่ำ ใกล้ไกลผิดกัน บางคนมีฐานะอยู่ใกล้ผู้มีอำนาจแล้วใช้ความใกล้นั้นกอบโกยประโยชน์ให้แก่ตน มิสิทธิ์พิเศษอยู่เสมอ แม้แต่จะทำผิดก็กลายเป็นความชอบไปได้ อย่างนี้เป็นการใช้สิทธิ์ธรรมชาติ ประโยชน์ส่วนรวมก็ต้องเสียหายไปด้วย

แต่คนไทยนั้น ยังชอบจะใช้สิทธิ์ธรรมชาติกัน ทั้งคนชั้นบนชั้นล่าง ประเทศเราจึงจะมีประชาธิปไตยกันแบบไทยๆ ต่อไปอีกนาน