จ.ระนอง มีสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีประเภทบุคคล 38,616 คน และสมาชิกประเภทองค์กร 154 องค์กร มีโครงการได้รับการอนุมัติงบประมาณประเภทเงินอุดหนุน 47 โครงการ เป็นเงิน 3,000,000 บาท ผู้ได้รับประโยชน์ 5,151 คน และมีโครงการได้รับการอนุมัติงบประมาณประเภทเงินหมุนเวียน 71 โครงการ เป็นเงิน 12,000,000 บาท ผู้ได้รับประโยชน์ 1,955 คน

นายปรีชา กิตติสัตยกุล ผู้ตรวจราชการ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เปิดเผยว่าจากการ ลงพื้นที่ติดตามผลดำเนินงานของกลุ่มสมาชิกกองทุน “กลุ่มผลิตภัณฑ์จากผ้าปาเต๊ะ และผ้าลูกไม้” ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง นอกจากจะมีการจัดเวทีเสวนากิจกรรม “Inside Product By Thai Womenfund สัญจร” โดยผู้บริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานและความคืบหน้าการขับเคลื่อนภารกิจการสนับสนุนบทบาทสตรีในภาพรวม ทั่วประเทศและในพื้นที่ จ.ระนอง แล้ว ยังมีการจัดนิทรรศการและจัดแสดงสินค้าจากกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนา บทบาทสตรีฃที่ได้รับการสนับสนุนเงินประเภทเงินทุนหมุนเวียนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จ.ระนอง เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้รับชม พร้อมกันนี้ ยังมีการลงพื้นที่เพื่อพบปะและตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานของกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในพื้นที่ จ.ระนอง ที่ประสบความสำเร็จ

ด้านน.ส.สิชา ชัยชนะวงค์ ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์จากผ้าปาเต๊ะ กล่าวว่า สำหรับผลิตภัณฑ์หลักของกลุ่ม คือ ผ้าปาเต๊ะ และผ้าลูกไม้ นอกจากนั้นยังนำผ้าปาเต๊ะมาสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการปักลูกปัด จัดทำกระเป๋าราตรี ตัดเย็บกระเป๋าผ้าและกางเกง ส่วนที่ตั้งของกลุ่มอยู่ที่ ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง กลุ่มของเรามีสมาชิกอยู่จำนวน 12 คน ได้รับการอนุมัติเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จำนวน 200,000 บาท มาซื้อวัตถุดิบในการผลิตและดัดแปลงให้สินค้ามีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากผ้าปาเต๊ะธรรมดากลายมาเป็นผ้าที่มีลวดลายสวยงามประดับด้วยลูกปัด รวมไปถึงกระเป๋าราตรีสีสันสวยงาม ที่กำลังได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้ ทำให้สมาชิกภายในกลุ่มมีรายได้เสริมถึง 5,000 – 6,000 บาท/เดือน/คน

“ความสำเร็จของกลุ่มมาจาก การนำเอาผ้าปาเต๊ะที่กลุ่มแม่บ้านหรือสตรีตัดเย็บมาใช้เอง มาสร้างมูลค่าเพิ่ม เป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ รวมทั้งความสามัคคีกันภายในกลุ่ม ทั้งเรื่องการบริหาร การผลิต จนเกิดสินค้าที่ดีและมีคุณภาพ กลายเป็นที่นิยมในจังหวัด ต้องขอบคุณกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ที่มอบโอกาสเป็นเงินสนับสนุนให้กลุ่มสตรีที่เดิมเป็นเกษตรกรรายได้ไม่มากนัก ได้มีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มของตนเองอีกด้วย” ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์จากผ้าปาเต๊ะ กล่าว
++++++++++++++++++