สภาวะรูปธรรมภายประเทศเกือบทั้งโลกขณะนี้ กำลังยุ่งเหยิงและสับสน แม้แต่ในประเทศต้นแบบประชาธิปไตยในโลก อย่างประเทศฝรั่งเศสก็ยังวุ่นวายหนัก, หรือดินแดนที่เคยเป็นความฝันเกี่ยวกับอิสระเสรีภาพอย่างสหรัฐอเมริกาก็ยังถูกตั้งคำถามว่า การเมืองของอเมริกามีความโปร่งใสจริงหรือ ก็ขนาดประเทศที้ชื่กันว่าเป็นสังคม 4.0 แล้ว ยังเกิดวุ่นวายทางความคิดได้แรงขนาดนี้ จึงไม่ต้องแปลกใจที่สังคมไทยจะยิ่งมีความสับสนมากยิ่งกว่า

เพราะสภาวะรูปธรรมของสังคมไทยนั้น มีทั้งความคิดสังคมยุค 2.0 , 3.0 และ 4.0 ดำรงอยู่ปะปนกัน ทั้งในด้านองค์รวมทางสังค และแม้กระทั่งความคิดของปัจเจกชนคนใดคนหนึ่ง ก็มีระบบคิดทางสังคมทั้งสามยุคดำรงอยู่พร้อมๆ กันในตัวคนๆ เดียวกันด้วย

ปัญหายุ่งเหยิง สับสน ทาง “ระบบความคิด” ในสังคมไทยนั้น เป็นเรื่องทางภาววิสัย มันสืบทอดมายาวนาน

1.เกิดจากความเหลื่อมล้ำของโอกาสทางการศึกษา

2.เกิดจากระบบการศึกษาที่รัฐไทยยุคอาณานิคมพยายามปรับตัว เพื่อเอาตัวให้รอดจากการล่าอาณานิคมของนักล่าเมืองขึ้นตะวันตก จนทำให้เกิดความโน้มเอียง ละทิ้งมรดกทางปัญญาของดั้งเดิม เช่น ในด้านวิทยาศาสตร์ สังคมไทยได้ละทิ้งการแพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทย (ยกเว้การนวด) ถูกมองว่าเป็นเรื่องโง่เถื่อนล้าหลัง ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่น่าเชื่อถือ ในด้านทฤษฎีทางสังคมศาสตร์ ก็ละทิ้ง “จุดดี” – ของคุณธรรมและจารีตในสังคมที่เป็นรากฐานที่เคยบำรุงรักษาสังคมสุวรรณภูมิมามากกว่าพันปี รับแต่ “เปลือก” ระบบคิดของ “ตะวันตก” มาใช้โดยขาดความเข้าใจหยั่งลึกจริง ด้านประวัติและเงื่อนไขทางสังคมของทั้งแหล่งกำเนิดทฤษฎี (ยุโรป) และสังคมที่จะนำมาใช้ (คือไทย)

ทฤษฎีตะวันตก อาจจะมองหนักไปทางว่า “จารีต” (ฮีตคอง) ประเพณี ของโบราณมันเลวร้าย เป็นต้นตอของการกดขี่ขูดรีด

แต่ทุกเรื่องที่บังเกิดขึ้นในสังคมมนุษย์ ล้วนมีสองด้าน คือทั้งดีทั้งเสีย และจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยแน่นอน

ปัญหาสำคัญอยู่ที่ เราจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกันอย่างไร ?

เราเห็นว่าเป็นเรื่องปกติที่สังคมองค์รวมจะมีความเปลี่ยนแปลง ต้องละเลิก “ของเก่า” ในส่วนที่ไม่เหมาะสำหรับสังคมอนาคต แต่อะไรล่ะที่ไม่เหมาะสม ? เราจำเป็นต้อง “รับรู้เข้าใจ” สังคมอดีตเสียก่อน จึงจะ “เลือกสรร” ได้ดีได้ถูก ว่าสิ่งใดควรแก้ไข ละเลิก ส่วนใดยังมีประโยชน์ ต่อประเด็นนี้เราสรุปไว้ด้วยประโยคว่า “ลึกซึ้งรากเหง้า”

เมื่อลึกซึ้งรากเหง้าแล้ว ก็ต้องเข้าใจปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันด้วย เช่น รู้ว่าระบบทุนนิยมมันครอบงำความคิดพลโลกอย่างไร , สังคมทุนนิยมยุค 4.0 จะเป็นอย่างไร ? , สังคมทุนนิยมยุค 5.0 หรือยุค AI (หุ่นยนต์) จะเป็นอย่างไร ? แล้วเราควรจะเตรียมรับมือกับมันอย่างไร ? คือศึกษาให้รู้เท่าทันว่า “อภิทุนโลก” มันจะทำอะไรกับบ้านเมืองของเรา มาช่วยกันคิดและสร้างเครือข่ายไว้รักษาทางรอดของสังคมไทยดีกว่ามัวทะเลาะกันอยู่