นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เปิดโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดชัยภูมิ

วันนี้ (3 ธ.ค.61) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.สรุศักดิ์ กาญจนรักษ์ รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ร่วมลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดชัยภูมิ และเปิดโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดชัยภูมิ โดยมี ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ให้การต้อนรับและกล่าวรายงานสรุปภาพรวมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดชัยภูมิ นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน บรรยายสรุปความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงฯ นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยข้าราชการ และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ ณ โครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ

ดร.ทองเปลว กองจันทร์

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำในเขตพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 1 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำจุฬาภรณ์ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่าง 121.96 ล้าน.ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ74.48 อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 12 แห่ง ซึ่งอยู่ในความดูแล ของกรมชลประทาน 9 แห่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 1 แห่ง และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน 2 แห่ง ปัจจุบันมีปริมาณรวมกัน 135.11 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 76.81 อ่างเก็บน้ำขนาดเล็กจำนวน 13 แห่ง มีปริมาณน้ำรวมกัน 3.742 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 67.34 ปัจจุบันมีปริมาณน้ำเก็บกักรวมทั้งหมด 260.81 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 75.55

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ในส่วนแผนการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งในปี 61/62 กรมชลประทานได้จัดสรรการใช้น้ำตามลำดับความสำคัญ โดยจัดสรรเพื่อการอุปโภค-บริโภค 18.40 ล้าน ลบ.ม เป็นอันดับหนึ่ง เพื่อรักษาระบบนิเวศ 1.10 ล้าน ลบ.ม. ภาคอุตสาหกรรมและอื่นๆ 23.00 ล้าน ลบ.ม. ภาคการเกษตร 38.80 ล้าน ลบ.ม. และเพื่อพื้นที่เพาะปลูกในช่วงฤดูแล้ง 61,471 ไร่

ด้าน นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า เมื่อปี พ.ศ.2536 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการและก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำสะพุง บริเวณเขตพิทักษ์ป่าสะพุงเหนือ เพื่อแก้ปัญหาด้านน้ำให้กับพื้นที่ กรมชลประทานจึงได้ศึกษาจัดทำรายการแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2537 พบว่าบริเวณก่อสร้างโครงการมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2560 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงมติเสนอให้พิจารณาเลื่อนตำแหน่งที่ตั้งอ่างเก็บน้ำลำสะพุงลงไปด้านท้ายน้ำประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ที่ประชุมมีมติรับทราบและเห็นชอบข้อเสนอแผนงานเตรียมความพร้อม และเร่งดำเนินการก่อสร้างโครงการ

นายประพิศ กล่าวว่า ทั้งนี้ อ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง มีความจุในระดับเก็บกักน้ำ46.9 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ซึ่งเพิ่มความจุจากเดิมอีก 14.9 ล้านลบ.ม. พร้อมสร้างระบบท่อส่งน้ำซ้าย-ขวา ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก โดยจะสามารถส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานฤดูฝนได้ 40,000 ไร่ และในฤดูแล้งได้ 8,000 ไร่ สนับสนุนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคปีละ 2.16 ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำเพื่อการเกษตรกรรมปีละ 105.57 ล้านลบ.ม. และน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศน์ปีละ 73.27 ล้านลบ.ม.

“ส่วนความคืบหน้าในการดำเนินโครงการนั้น ขณะนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดสรรงบประมาณและขอใช้พื้นที่ป่า พื้นที่ สปก. คาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2562 แล้วเสร็จ ปี 2567”รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าว

ในการนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้เยี่ยมชมนิทรรศการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ และพบปะประชาชนในพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาและให้กำลังใจ พร้อมทั้งขับ Bulldozer (รถแทรกเตอร์)ขุดหน้าดิน เพื่อเป็นการเปิดตัวโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อย่างเป็นทางการ