เสือตัวที่ 6

กระแสข่าววงในจากฝ่ายความมั่นคงไทย และฝ่ายผู้เห็นต่างจากรัฐ ที่อาศัยอยู่ในมาเลเซียมีความสอดคล้องตรงกันว่า แกนนำคนสำคัญของบีอาร์เอ็นสองคน คือ นายดูนเลาะ แวมะนอ ที่ฝ่ายความมั่นคงของไทยเชื่อว่าเป็นผู้นำคนใหม่ของบีอาร์เอ็น ซึ่งว่ากันว่า กลุ่มบีอาร์เอ็นนี้ เป็นกลุ่มที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในการเคลื่อนไหวต่อสู้กับรัฐไทย และ นายเด็ง อะแวจิ ที่ทางการไทยเชื่อว่าเป็นผู้บัญชาการฝ่ายกองกำลังติดอาวุธของบีอาร์เอ็น โดยทั้งสองคน เคยให้การตอบรับเข้าร่วมโต๊ะพูดคุยเพื่อสันติสุขกับรัฐบาลไทยแล้ว จากการประสานงานของมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยของทั้งสองฝ่าย โดยครั้งนั้น ทั้งสองคนนี้ให้ข่าวว่าอาจเข้าร่วมโต๊ะพูดคุยโดยตรงหรือผ่านตัวแทน ในโครงสร้างเดิมภายใต้ชื่อ "มารา ปาตานี" และที่อาจจะขยายสมาชิกกลุ่มเห็นต่างจากรัฐที่มีหลากหลายกลุ่มให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยอาจใช้ชื่อว่า "มารา ปาตานี พลัส" หากแต่ในเวลาต่อมา กลุ่มบีอาร์เอ็นโดยเฉพาะในส่วนคุมกองกำลังดังกล่าว ยังไม่ยอมเข้ามาร่วมพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามที่เคยให้ข่าวไว้

ความไม่ลงตัวของการยอมเข้าสู่โต๊ะพูดคุยของผู้นำกองกำลังบีอาร์เอ็นกับรัฐไทยดังกล่าว สะท้อนออกมาเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่มีขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง ในห้วงเวลาไม่ถึง 1 เดือน โดยพุ่งเป้าไปที่เป้าหมายที่เป็นคู่ต่อสู้หรือฝ่ายความขัดแย้งที่ชัดเจนขึ้น กล่าวคือ เป็นการมุ่งก่อเหตุลอบทำลายฝ่ายทหารซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของรัฐในพื้นที่มากขึ้น อันเป็นปรากฏการณ์ของการสร้างอำนาจต่อรองของคู่ขัดแย้งที่ยังมีความรู้สึกว่า ฝ่ายของตน ยังมีพลังอำนาจเหนือกว่าฝ่ายตรงข้าม และพยายามแสดงออกมาให้อีกฝ่ายเห็นว่า พวกเขายังมีเงื่อนไขที่ยังต้องการได้จากฝ่ายตรงข้าม ซึ่งหากฝ่ายรัฐยังไม่ยอมรับข้อเสนอเหล่านั้นแล้ว การต่อส็ด้วยอาวุธและด้วยวิธีที่รุนแรงต่อฝ่ายตงข้าม ยังมีอยู่ต่อไปจนกว่ากลุ่มของตนจะได้ตามเงื่อนไขที่มีอยู่ในใจตามที่ต้องการ

ปรากฏการณ์ปลายเดือน พ.ย.61 ที่เกิดเหตุระเบิดบริเวณร้านจำหน่ายบุหรี่ ที่สามแยกอาเส็น อ.ยะหา จ.ยะลา แรงระเบิดทำให้ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 1 นาย และเหตุยิงปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน หรือ อส. กับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ในพื้นที่บ้านทุ่งโดน อ.เทพา จ.สงขลา มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ อส.ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย รวมทั้งเหตุคนร้ายบุกยิง อส. และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิตรวม 3 ราย ขณะปฏิบัติหน้าที่ รปภ.ตลาดนัดท่าหยี่ บ้านห้วยปลิง ต.ท่าม่วง ทำให้ฝ่ายความมั่นคงออกมาแจ้งเตือนว่า อส.กำลังตกเป็นเป้าหมายโจมตี และ "ตลาดนัด" เป็นพื้นที่สังหาร โดยก่อนหน้านี้เพียง 3 วัน คือเมื่อเย็นวันพฤหัสบดีที่ 22 พ.ย.61 คนร้ายเพิ่งก่อเหตุลอบยิง อส.ในตลาดนัดบ้านตะโละดือรามัน หมู่ 4 ต.ตะโละดือรามัน อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ทำให้ อส.เสียชีวิต 2 นาย และ25 พ.ย.61 มีคนร้าย 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ขี่โฉบไปที่หน้าฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 4504 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ตั้งอยู่ที่โรงเรียนบ้านไอปาเซ หมู่ 8 ต.ตันหยงลิมอ จากนั้นใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 และอาก้ายิงเข้าไปในฐาน โชคดีไม่มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ

เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในห้วงเดือนที่ผ่านมา ทำให้ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่เริ่มหวนมาตระหนักถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มเห็นต่างจากรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มบีอาร์เอ็นที่พยายามสื่อสารให้เห็นว่า กลุ่มของพวกเขายังมีพลังอำนาจในการต่อรองกับรัฐไทยอย่างไม่เสื่อมคลาย แม้ในห้วงของการรับตำแหน่งใหม่ของผู้นำคนใหม่ของมาเลเซีย ที่มีความเคลื่อนไหวในทำนองว่า จะช่วยเป็นผู้อำนวยความสะดวกเพื่อการพูดคุยระหว่างทั้งสองฝ่ายไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐไทย ความเคลื่อนไหวของนายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัดที่ผ่านมา ก่อให้เกิดกระแสที่จะช่วยทำให้กลุ่มเห็นต่างอย่างบีอาร์เอ็น ยุติการใช้อาวุธ และกลับมาพูดคุยบนโต๊ะเจรจากับรัฐไทย ทำให้กลุ่มผู้นำบีอาร์เอ็น เล็งเห็นว่า กระแสดังกล่าวอาจทำให้ฝ่ายเห็นต่างจากรัฐ ต้องตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำในการพูดคุยกับรัฐหากเกิดการพูดคุยกันขึ้นจริง

เหล่านี้เองจึงเป็นปัจจัยสำคัญของกลุ่มแกนนำของบีอาร์เอ็นที่ยังไม่ต้องการเข้ามาพูดคุยกับรัฐไทยตามที่เคยให้ข่าวเอาไว้ในช่วงแรก การเปลี่ยนใจที่จะไม่ยอมเข้ามาพูดคุยกับฝ่ายรัฐไทยจึงเป็นทางออกที่ต้องการจะสื่อให้เห็นว่า กลุ่มเห็นต่างจากรัฐโดยเฉพาะกลุ่มบีอาร์เอ็น ยังมีศักยภาพที่จะต่อสู้ตามแนวทางที่เคยทำมาตลอด 10 ปี อยู่ได้ ด้วยการหล่อเลี้ยงสถานการณ์ความขัดแย้ง ก่อความรุนแรงด้วยการก่อความไม่สงบต่างๆ แม้กระทั่ง การกระทำกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ถืออาวุธ ไม่ว่าจะเป็นทหาร อาสาสมัครในรูปแบบต่างๆ ของรัฐ หรือผู้ใหญ่บ้าน ทำให้สถานการณ์ความไม่สงบปลายด้ามขวาน ที่ทำท่าว่าจะดีขึ้นเป็นลำดับ กลับลุกโชนความหวาดระแวงขึ้นมาอีกครั้ง กลิ่นอายของคาวเลือดและดินปืนกลับมาทำให้บรรยากาศในพื้นที่กลับคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง โดยหน่วยงานความมั่นคงถึงกับออกมาตรการ กำชับให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วย เพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น ถึงขั้นแจ้งเตือนว่า ให้เจ้าหน้าที่ทุกนายตระหนักว่าตลาดเป็นพื้นที่สังหาร ห้ามเข้าไปในตลาดถ้าไม่จำเป็น แต่หากจำเป็น ต้องมีการปฏิบัติทางยุทธวิธี และควรซื้อกับข้าวหน้าฐานปฏิบัติการของแต่ละหน่วย

ความรุนแรงจากการจงใจก่อให้เกิดขึ้นของกลุ่มติดอาวุธที่ผ่านมาในระยะหลังนั้น รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังยอมรับว่า เป็นเพราะกลุ่มบีอาร์เอ็นส่วนที่คุมกองกำลังติดอาวุธ ยังไม่ยอมเข้าร่วมโต๊ะพูดคุยเพื่อสันติสุขกับรัฐ ซึ่งที่ผ่านมาทางประเทศมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกก็ได้ติดต่อไปยังบีอาร์เอ็นแล้วถึง 3 ครั้ง แต่กลุ่มบีอาร์เอ็นยังไม่ยอมมา ดังนั้น เหตุรุนแรงประเภทสังหารกันกลางตลาด ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ ที่ฝ่ายรัฐเรียกร้องให้เป็น "พื้นที่ปลอดภัย” ให้เป็น “พื้นที่ปลอดความรุนแรง" จึงเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อสวนกระแส เพื่อสื่อสารให้เห็นว่ากลุ่มที่เห็นต่างจากรัฐอย่างบีอาร์เอ็น ยังมีอำนาจต่อรองเหนือฝ่ายรัฐอยู่หลายขุม และตราบใดที่กลุ่มบีอาร์เอ็นโดยเฉพาะแกนนำตัวจริง ยังมีอำนาจต่อรองเหนือฝ่ายตรงข้าม ก็เชื่อว่า สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ คงไม่จบลงอย่างง่ายๆ เสียแล้ว