ไลฟ์สไตล์คลายเหนื่อย / โดย ภักดี วีระรัตน์

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ (บิ๊กโจ๊ก) หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง "ความประทับใจของผมคือ การที่ได้ทำงานรับใช้บ้านเมืองในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยการเข้าถึงประชาชน เพื่ออำนวยความยุติธรรม ส่วนคติในการทำงานของผมคือ "การทำความดีนั้นไม่ต้องรอ"การที่ได้ทำงานรับใช้บ้านเมืองในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชนและเข้าถึงประชาชนเพื่ออำนวยความยุติธรรม " ยึดหลักการทำงานเชิงรุก ปลุกความโปร่งใส มุ่งมั่น จริงใจ แก้ไขปัญหา ให้ประชาชน"

ไลฟ์สไตล์คลายเหนื่อยวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ ขอพามาสัมผัสชีวิตสัมผัสชีวิตเด็กหนุ่มแดนใต้ปลายด้ามขวาน ลูกนายดาบตำรวจตงฉิน จากชีวิตที่ใฝ่ฝันโตขึ้นอยากเป็นตำรวจเดินตามรอยของคุณพ่อ ขอทำหน้าที่รับใช้ประชาชนให้สมกับเป็น "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" เพราะมีคุณพ่อเป็นต้นแบบที่ดีมาถึงวันนี้ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.ท.สุรเชษฐ์หักพาล ผบช.สตม. ได้สานฝันของตัวเองให้เป็นความจริงปรากฎขึ้นมาได้ ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจให้กับการทำงานมาตลอด แทบไม่มีเวลาว่างให้กับครอบครัว ผู้เขียนขอชวนท่านผู้อ่านไปสัมผัสชีวิตเรื่องราวของนายพลตำรวจนักสู้ ท่านนี้ว่าทำไมเขาจึงประสบความสำเร็จในชีวิต เพื่อที่ท่านผู้อ่านจะได้นำไปเป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิต ส่วนเรื่องราวจะโลดโผนเพียงใด เราก็ไปติดตามกันครับ

พื้นเพเดิมผมเป็นคน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นบุตรของคุณพ่อ ด.ต.ไสว หักพาล อดีตรับราชการตำรวจอยู่ประจำ สภ.อ.เมืองสงขลา (ปัจจุบันเกษียณ) กับคุณแม่สุมิตรา หักพาล อดีตข้าราชการครูสอนอยู่ที่โรงเรียนกลับเพชรศึกษา จ.สงขลา ผมมีพี่น้องร่วมสายโลหิตด้วยกัน 2 คน คือ 1.พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ (โจ๊ก) หักพาลผบช.สตม. 2.นายเจษฎา หักพาล ประกอบธุรกิจส่วนตัว

ผมเข้ารับการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนวิเชียรชม ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดสงขลา จากนั้นก็สอบเข้าศึกษาต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนมหาวชิราวุธ จ.สงขลาและสอบเข้าโรงเรียนที่เตรียมทหารรุ่นที่ 31 และแยกเหล่ามาเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 47 ศึกษาต่อระดับปริญญาตรี รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิตร ป.บ.(ตร.) จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ พร้อมศึกษาต่อระดับปริญญาโท สังคมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาอาชญาวิทยา และ การบริหารงานยุติธรรม (สศ.ม.) จากมหาวิทยาลัยมหิดลและปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย (PH.D.) สำเร็จหลักสูตรสารวัตร รุ่นที่ 56 สำเร็จหลักสูตรผู้กำกับการรุ่นที่ 60 หลักสูตรการบริหารงานตำรวจชั้นสูง รุ่น 39 วิทยาลัยการตำรวจ กองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (บตส. 39) ฯลฯ

เมื่อจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจออกมาดำรงตำแหน่ง รอง สว.ประจำ รร.นรต.,ดำรงตำแหน่ง รอง สวส.สน.หนองแขม ,ดำรงตำแหน่งรอง สวส.สภ.อ.เมืองสมุทรสาคร ,ดำรงตำแหน่งผู้ช่วย นว.ผบช.ภ.3 ,ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วย นว.(สบ1) ผบช.ภ.7 ,ดำรงตำแหน่งรอง สว.งาน 5 กก.สส.ภ.7 ,ดำรงตำแหน่งสว.(นิติกรด้านพิจารณาทัณฑ์) วน.,ดำรงตำแหน่ง สว.ส.ทล.4 กก.5 ทล.,ดำรงตำแหน่ง สว.ส.ทล.2 กก.3 ทล.,ดำรงตำแหน่งผู้ช่วย นว.(สบ3) หน.นรป.(สบ10),ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยนว.(สบ3) ประจำ สง.ผบ.ตร.,ดำรงตำแหน่ง ผกก.ประจำ สง.ผบ.ตร.,ดำรงตำแหน่ง ผกก.3 บก.ปคม. ,ดำรงตำแหน่ง ผกก.ฝอ.10 บก.อก.บช.ก. ,ดำรงตำแหน่ง ผกก.สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ,ดำรงตำแหน่ง รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา ,ดำรงตำแหน่ง รรท.ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. (ทำหน้าที่ประสานนโยบายกับนายกรัฐมนตรี), ดำรงตำแหน่ง รอง ผบก.สปพ.,ดำรงตำแหน่ง ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.(ทำหน้าที่ประสานนโยบายกับนายกรัฐมนตรี),ดำรงตำแหน่งผบก.ตำรวจท่องเที่ยว,ดำรงตำแหน่ง รอง ผบช.ทท.ล่าสุดดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง/รอง ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.),รองโฆษกประจำตัว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ที่ผ่านมาผมทุ่มเทแรงใจและแรงกายรับใช้ประชาชนอย่างเต็มที่ ทำงานตามภายใต้นโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้วยผลงานจากการปฏิบัติหน้าที่ได้รับรางวัลข้าราชการตำรวจดีเด่น ในด้านต่างๆ อย่างมากมาย

ปัจจุบันแต่งงานกับ ดร.ศิรินัดดา พานิชพงศ์ แม่บ้าน / ทำธุรกิจส่วนตัว ยังไม่มีบุตรด้วยกันและด้วยความที่ผมเป็นคนที่ชอบทำงานจึงทุ่มเทเวลาให้กับงานในหน้าที่ ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาให้กับภรรยา แต่ผมเป็นคนที่โชคดีมีภรรยา เป็นที่รักและเข้าใจในอาชีพของตำรวจ ที่ต้องคอยบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน ทำให้เวลาว่างนั้น ไม่แน่นอน ต้องเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา หากจะมีเวลาว่างจริงๆ ก็เพียงวันอาทิตย์วันเดียวเท่านั้น ผมจะพาภรรยาไปพักผ่อนด้วยกัน ที่สำคัญต้องพากันไปทำบุญใส่บาตรปล่อยปลา ปล่อยนกและรับประทานอาหารด้วยกัน หากมีเวลาเหลือก็จะพากันไปดูภาพยนตร์ในบางโอกาส ที่สำคัญผมและภรรยาชอบเล่นกีฬาและออกกำลังกาย ด้วยการตีเทนนิสเป็นประจำ ส่วนตัวชอบมากเป็นชีวิตจิตใจ เลยชวนภรรยาร่วมทำกิจกรรม สำหรับสิ่งที่ผมยึดเหนี่ยวในจิตใจก็คือ ผมชอบพระเครื่อง อย่างเช่น หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ และสมเด็จวัดต่างๆ ที่สะสมไว้หลายองค์ด้วยความศรัทธารวม นอกจากนี้ผมชอบสะสมอาวุธปืนด้วย

แม้ว่าปัจจุบันเมื่อมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แต่ผมก็ยังไม่เคยลืมความประทับใจมาตั้งแต่วันแรก ที่สอบเป็นนักเรียนเตรียมทหารและแยกเหล่ามาเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เพราะอยากมีโอกาสรับใช้ชาติบ้านเมือง ที่ผ่านมาผมทำงานร่วมกับตำรวจในภูมิภาคอาเซียนจัดทำ Application 10 ภาษา ไว้บริการนักท่องเที่ยว เนื่องจากประเทศของเรากำลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน หรือ AEC ประสานความร่วมมือ และทำความเข้าใจกับตำรวจประเทศเวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่าและฝึกอบรมอาสาสมัครช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ฝึกอบรมภาษาอังกฤษ ภาษาอาเซียนให้กับตำรวจท่องเที่ยว การจัดทำ แอพพลิเคชั่น (application) บนมือถือ มีเว็บไซต์ถึง10 ภาษา ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว"

สำนักงานตำรวจคนเข้าเมือง มีความห่วงใยต่อชีวิตและทรัพย์สิน และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้า-ออกประเทศไทย โดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้คอยบริการเพื่ออำนวยความสะดวก ในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องการป้องกันเหตุลักทรัพย์ หรือหลอกลวงนักท่องเที่ยว ตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด จัดกำลังตำรวจ ตม.ตำรวจ ทท.บูรณาร่วมกับตำรวจท้องที่ดูแลอำนวยความสะดวก และป้องกันเหตุอาชญากรรม ดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพื่อป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบทุกรูปแบบ จากการท่องเที่ยว ที่เอาเปรียบสังคม จึงกำหนดมาตรการในการปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิด ที่เอาเปรียบนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบ รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์อันดีงามของประเทศ เป็นการป้องกันมิให้เกิดปัญหาอาชญากรรม

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นหน่วยงานที่ควบคุมการเดินทางเข้า-ออก และอยู่ในราชอาณาจักรของคนต่างด้าวในประเทศไทย ตลอดจนงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงของประเทศ จึงได้มอบนโยบายในการปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่ สตม.ดังนี้ 1.ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ดูแลการบริหารจัดการภายในท่าอากาศยานให้มีประสิทธิภาพ คิวห้ามยาว และ เรื่องร้องเรียนต้องลดลง หรือ ไม่มีเลย 2.ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ สอดส่อง กวดขัน มิให้มีการทุจริตในกระบวนการเกี่ยวกับการขอ Visa on Arrival และ งานขออยู่ต่อ โดยเด็ดขาด3.ต้องทำงานสืบสวนเชิงรุก เน้นผลการจับกุมคดีสำคัญ หรือคดีที่เป็นที่สนใจของประชาชน 4.ตรวจสอบการขออยู่ต่อของคนต่างด้าวทุกพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อกวดขันผู้ที่อยู่เกินกำหนด (Over Stay) และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด 5.ให้เจ้าหน้าที่กวดขันการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าว ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ มาตรา 38

6.ดำเนินการจับกุมแรงงาน 3 สัญชาติ ให้เป็นไปตามระเบียบ และสนองนโยบายของรัฐบาล 7.ให้จัดเก็บบัตร ตม.6อย่างเป็นระบบ และกวดขันให้คนต่างด้าวกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน 8. พัฒนาและตรวจสอบระบบเทคโนโลยี ให้มีความเสถียร สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ สอดคล้องนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล 9.กวดขันเจ้าหน้าที่ มิให้มีการทุจริตโดยเด็ดขาด ต้องไม่สร้างเงื่อนไขเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ 10.กรณีในการขออยู่ต่อ ให้พิจารณาตามระเบียบและกฎหมายกำหนดโดยเคร่งครัด ห้ามมิให้เรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมเกินจากที่กฎหมายกำหนดไว้11.ให้เจ้าหน้าที่ทุกนาย เน้นการบริการด้วยความสุภาพ และมีมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว

จากนี้ต้องไม่มีเรื่องของชาวต่างชาติที่พักอาศัยเกินกำหนดหรือโอเวอร์สเตย์ โดยกำชับให้ทุกด่าน ตม. เช่น สระแก้ว พัทยา รีบดำเนินการ ผลักดันออกนอกประเทศ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย หากตรวจพบผู้กระทำผิด 1-2 ราย ถือว่าอาจจะเป็นการเล็ดลอดการตรวจสอบ แต่ถ้าพบผู้กระทำผิดเป็นกลุ่มใหญ่ ประมาณ 20-30 ราย หรือมากกว่านี้ จะต้องพิจารณา ถึงผู้บังคับบัญชาหัวหน้าด่านว่าเข้าข่ายการละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ พร้อมประสานตำรวจนครบาล และตำรวจภูธร เพื่อส่งตัวชาวต่างด้าว ที่กระทำผิดกฎหมายให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการโดยตรง ซึ่งเป็นการปิดช่องโหว่และแก้ไขปัญหา ที่ผ่านมายังตรวจพบปัญหาการให้ประกันตัวไม่มีเหตุผล พนักงานสอบสวนปล่อยปละละเลย ไม่กำกับดูแล ไม่ส่งตัว เป็นต้น

ซึ่งปัญหานี้ทางกองวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะพิจารณาถึงโทษทัณฑ์แก่ผู้ปฏิบัติงานที่รับผิดชอบ ตั้งแต่ระดับผู้กำกับ ไปจนถึงพนักงานสอบสวน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด การทำงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง วันนี้เราเดินหน้าขับเคลื่อนพร้อมปรับปรุง สถานที่กักกันคนต่างด้าว ทั่วประเทศต้องสะอาด สะดวก เป็นระเบียบเรียบร้อย และถูกสุขลักษณะ แม้ว่าที่ผ่านมาจะทำดีมาโดยตลอด แต่ก็ต้องมีการยกระดับให้มีมาตรฐานมากขึ้น เพื่อก้าวให้ทันยุค 4.0 "ประกอบกับเดือนธันวาคม เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว ก้าวสู่วันพ่อแห่งชาติ วันคริสมาสและวันส่งท้ายปีเก่า 2561 ต้อนรับศุภวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2562 ใกล้จะถึงนี้ ในนามผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงบันดาลให้ข้าราชการตำรวจในสังกัด สตม.พร้อมครอบครัว และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ท่านจงประสบแต่ความสุขด้วยจตุรพิธพรชัย สมบูรณ์พูนผลในสิ่งที่พึงปรารถนาทุกประการ"

ทั้งนี้ได้กำชับให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดูแลงานด้านความมั่นคง ควบคู่ไปกับงานด้านบริการ ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เป็นที่ยอมรับของสังคม สามารถตรวจสอบได้ บริการทุกระดับ เป็นที่รักของประชาชน