ขบวนผู้ต้องการลี้ภัยในสหรัฐอเมริกาจากดินแดนอเมริกากลางซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวฮอนดูรัสจำนวนหลายพันคน เดินทางผ่านหลายประเทศนานหลายเดือน บัดนี้มาชุมนุมจ่ออยู่ชายแดนเม็กซิโก-อเมริกา แล้ว และก็เป็นไปตามคาด คือเริ่มมีผู้คนปีนข้ามรั้วเพื่อจะเข้าไปในอเมริกาให้ได้ ในจำนวนนั้นมีสตรีและเด็กด้วย แล้วก็ถูกสะกัดกั้นด้วยแก๊สน้ำตา ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ใช้นโยบายแข็งกร้าว ไม่ยินยอมให้ผู้ลี้ภัยเข้ามาปักหลัก “รอผลการตัดสินขอลี้ภัย” อยู่ภายในดินแดนสฟรัฐอเมริกา และได้ปิดพรมแดนอเมริกา-เม็กซิโก เพื่อบีบให้รัฐบาลเม็กซิโกต้องดำเนินการส่งผู้ลี้ภัยกลับไปประเทศของพวกเขา (เม็กซิโกจำเป็นต้องสินค้าเกษตรกรรมจำนวนมากเข้าสหรัฐ)

เรื่องการเดินอพยพข้ามประเทศเพื่อหวังลี้ภัยในระเทศร่ำรวย-คืออมเริกา นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในโลก

การอพยพลี้ภัยในอดีตนั้น สมัยก่อนมักจะเกิดจากเหตุสงครามร้ายแรงในประเทศใดประเทศหนึ่ง แล้วราษฎรจำเป็นต้องอพยพหลบหนี เข้าไปหลบภัยในประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเช่นที่ประเทศไทยเคยประสบมาแล้ว เมื่อคราวกลุ่มฝ่ายซ้ายรบชนะในสงครามอินโดจีน , เวียดนามเข้ายึดครองกัมพูชา , และช่วงสงครามภายในพม่าระหว่าง กองทัพรัฐฉาน กองทัพกะเหรี่ยง กับรัฐบาลพม่า เป็นต้น

ขบวนผู้อพยพลี้ภัยเริ่มมีลักษณะเปลี่ยนแปลง เมื่อเกิดสงครามในตะวันออกกลางหลังเหตุการณ์อาหรับสปริงส์ และสงครามซีเรีย คือเกิดการอพยพทางเรือข้ามทะเลเมดิเตอเรเนียน ซึ่งดูเหมือนว่าน่าจะมีการจัดตั้ง/หรือค้ามนุษย์ จนเป็นวิกฤติในยุโรป

จนกระทั่งเกิดขบวนการเดินข้ามประเทศ เพื่อขอเข้าลี้ภัยในอเมริกาในรอบนี้ ซึ่งยังไม่อาจคาดเดาได้ว่า จะลงเอยกันอย่างไร

หลายคนอาจจะไม่พอใจนโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ใช้แก๊สน้ำตาสะกัดกั้นผู้อพยพ แต่เราเห็นว่า “ทรัมป์” เป็นเพียงเหยื่อตัวสุดท้ายที่ต้องมารับ “วิบาก” ของกรรมที่รัฐบาลอเมริกาก่อไว้หกสิบกว่าปีแล้ว

หกสิบกว่าปีตั้งแต่สหรัฐอเมริกาได้ครอบงำ “ฮอนดูรัส” ดั่งเป็นอาณานิคม มีประเทศนี้ไว้ปลูกกล้วยให้คนอเมริกันกิน

จนเกิดคำศัพท์เรียกกันว่า สาธารณรัฐกล้วย Banana Republic

ฮอนดูรัส ต้องตกเป็นอาณานิคมรูปแบบใหม่ของจักรวรรดินิยมสหรัฐอเมริกา ซึ่งสินค้าที่ “อภิทุน”สหรัฐอเมริกาบีบให้ฮอนดูรัสผลิตคือพวกผลไม้ต่างๆ โดยเฉพาะกล้วย ซึ่งถูกควบคุมโดยบริษัทยูไนเต็ด ฟรุท และนายทุนบริษัทผลไม้อื่นๆ ที่สนับสนุนรัฐบาลเผด็จการทหารที่รับใช้จักรวรรดินิยมสหรัฐอเมริกามาตลอดตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 และช่วงตั้งแต่ ค.ศ.1903 ถึง ค.ศ.1925 ประเทศฮอนดูรัสกลายเป็นที่มาของสำนวนภาษาอังกฤษว่า “สาธารณรัฐกล้วย” (banana republic)

ประเทศฮอนดูรัส ปกครองโดยผู้นำทหารที่ครอบงำโดยรัฐบาลสหรัฐมาตลอด จนกระทั่งปี 2005 จึงเริ่มมีรัฐบาลพลเรือน ที่พยายามลดทอนอิทธิพลของสหรัฐอเมริกา แต่ก็ถูกโจมตีว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ดำเนินนโยบายสังคมนิยมที่ไม่เหมาะสม และประสบกับวิกฤติเศรษฐกิจโลก จึงถูกทหารยึดอำนาจอีกเมื่อ ปี 2009

ทั้งนี้รัฐบาลสหรัฐก็ยังให้การสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ซึ่งต่อมามีการจัดการเลือกตั้งตอนปลายปี 2017 แล้วเกิดวิกฤติการเมืองมีจลาจลขึ้นอีก โดยรัฐบาลสหรัฐก็ยังสนับสนุนฝ่ายรัฐบาล อันที่จริงก็เริ่มมีผู้คนอพยพออกจากฮอนดูรัสแล้วหลบหนีเข้าเมืองสหรัฐเป็นจำนวนหลักร้อย มาตั้งแต่เดือนเมษายนปีนี้แล้ว ต่อมาจึงเกิดเป็นขบวนที่ตอนเริ่มต้นมีเพียงสามร้อยคน แล้วขยายตัวจนเป็นหลายพันคนเดินทางหลายพันกิโลเมตร มาประชิดชายแดนสหรัฐอยู่ขณะนี้

แน่นอนว่าในสายตาของผู้กุมอำนาจรัฐ ย่อมมองว่าขบวนการนี้มี “ทุน” ลึกลับให้การสนับสนุนอยู่

แต่เมื่อมองย้อนหลังไปห้าสิบปี เรากลับเห็นว่า เป็น “วิบาก” จากผลกรรมของ “อภิทุน” ในสหรัฐอเมริกา ที่ก่อกรรมไว้กับชาวฮอนดูรัสนั่นเอง ที่ย้อนกลับมาก่อปัญหาถึงชายแดนอเมริกา