กรมชลประทานได้ฤกษ์เริ่มงานก่อสร้างปตร.ศรีสองรักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เดือนมกราคม 2562 นี้ มั่นใจโครงการสร้างประโยชน์มหาศาล เพิ่มพื้นที่เกษตรอีก 90,000ไร่ พร้อมสนับสนุนภาคท่องเที่ยวและบรรเทาอุทกภัยใน จ.เลย คาดอีก 5 ปีแล้วเสร็จ พร้อมทุ่มงบ250 ล้านบาทจัดทำแผนอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม

วันนี้ (28 พ.ย.61) ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานจะเริ่มดำเนินโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำ (ปตร.) ศรีสองรักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเลย ในเดือนมกราคม 2562 ที่จะถึงนี้ เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยเก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อส่งให้กับพื้นที่การเกษตรสองฝั่งของแม่น้ำเลยกว่า 90,600 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 44 หมู่บ้าน 7 ตำบล ได้แก่ ตำบลเชียงคาน นาซ่าว ปากตม หาดทรายขาว เขาแก้ว จอมศรี และตำบลธาตุ อ.เชียงคาน จ.เลย มีประชากรได้รับประโยชน์รวมกว่า 9,287 ครอบครัว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเพื่อการอุปโภค-บริโภคให้กับภาคการท่องเที่ยวเมืองเชียงคานได้อีกปีละ 1.02 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) และช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยซ้ำซากในอำเภอวังสะพุง อ.เมือง และ อ.เชียงคาน คาดจะใช้ระยะเวลาดำเนินการก่อสร้าง 5 ปี

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ทั้งนี้ ลุ่มน้ำเลย ป็นลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำโขง เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำรัสให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมให้กับราษฎรในจังหวัดเลย ที่ผ่านมากรมชลประทานได้ดำเนินการโครงการเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำเลยไปแล้วทั้งสิ้น 151 โครงการ เพิ่มปริมาณการกักเก็บน้ำได้ 85.43 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จากปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปีของทั้งลุ่มน้ำประมาณ 1,132 ล้านลบ.ม. ยังมีน้ำท่าอีกมากกว่าร้อยละ 90 ไหลทิ้งเปล่าลงสู่แม่น้ำโขง และออกสู่ทะเล

“จะเห็นว่าน้ำที่เก็บได้ยังน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำท่าที่ได้มา กรมชลประทานมีความพยายามจะเก็บกักน้ำส่วนนี้ก่อนที่จะไหลออกนอกประเทศ ซึ่งโครงการประตูระบายน้ำ (ปตร.) ศรีสองรักอันเนื่องมาจากพระราชดำริในลุ่มน้ำเลยตอนล่าง เป็นอีกโครงการหนึ่งที่จะนำน้ำในลุ่มน้ำเลย มาใช้ให้เกิดประโยชน์ประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งจะมีการจัดทำแผนอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมในลุ่มน้ำเลย โดยใช้งบประมาณ 250 ล้านบาทอีกด้วย แม้โครงการ ฯ จะไม่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงาน EIA ตามที่กฎหมายกำหนดก็ตาม”ดร.ทองเปลว กล่าว

ด้าน นายยุทธนา มหานุกูล ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ 12 กรมชลประทาน เปิดเผยว่า โครงการประตูระบายน้ำ (ปตร.) ศรีสองรักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประกอบด้วยงานสำคัญๆ ได้แก่ การก่อสร้างปตร.ศรีสองรักปิดกั้นระหว่างลำน้ำเลยกับลำน้ำโขง จำนวน 5 ช่อง กว้าง 15 เมตร สูง 13.2 เมตร ระบายน้ำได้สูงสุด 2,500 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยในช่วงน้ำหลากจะยกบานประตูเพื่อเร่งระบายน้ำในแม่น้ำเลยลงแม่น้ำโขง ส่วนช่วงน้ำโขงหนุน ประตูจะปิดบานกั้นน้ำโขงไม่ให้ไหลเข้ามาในแม่น้ำเลย รวมทั้งทำหน้าที่สำคัญในการทดน้ำเพื่อเก็บกักน้ำในแม่น้ำเลยไว้ใช้ในฤดูแล้ง การก่อสร้างประตูระบายน้ำในลำน้ำเลยแบบให้เรือสัญจรผ่านได้ จำนวน 2 ช่อง กว้าง 10 เมตร ยาว 77 เมตร สูง 12.5 เมตร สามารถระบายน้ำได้สูงสุด 400 ลบ.ม.ต่อวินาที

นายยุทธนา กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังจะมีการขุดช่องลัดเชื่อมแม่น้ำเลยที่บ้านคกมาก หมู่ 3 อ.เชียงคาน ความยาว 1 กิโลเมตร เพื่อย่นระยะเวลาการระบายน้ำด้านท้ายแม่น้ำเลยให้เร็วขึ้น และการก่อสร้างระบบส่งน้ำ สถานีสูบน้ำถาวรอีกด้วยส่วนข้อกังวลของราษฎ ที่กังวลว่า จะไม่มีน้ำใช้บ้าง น้ำจะท่วมบ้างนั้น ซึ่งที่ผ่านมากรมชลประทานได้ลงพื้นที่ชี้แจง ประชาสัมพันธ์โครงการฯ อย่างต่อเนื่อง ประชาชนส่วนใหญ่รับทราบข้อมูลครบถ้วน และจากผลการประชุมคณะทำงานบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วมในพื้นที่โครงการประตูระบายน้ำศรีสองรักล่าสุด พบว่ามีตัวแทนราษฎรบางส่วนอยากเห็นภาพรวมของการบริหารจัดการน้ำทั้งหมด ซึ่งเราจะได้ดำเนินการให้ต่อไป