สถาพร ศรีสัจจัง

อาจเป็นผู้ชายอีกคนหนึ่งที่หนุ่มตลอดกาล !

อาจเป็น “ลูกผู้ชาย” อีกคนหนึ่งที่ “สมบูรณ์แบบ” ที่สุดตลอดกาล !

และอาจเป็น “นักปฏิวัติ” ในภาพฝันของหลายใครตลอดกาล !

คือ นายแพทย์ นักปฏิวัติ กวี และ “คนธรรมดา” คนหนึ่งที่คนแทบทั้งโลกในห้วง 5 ทศวรรษที่เพิ่งพ้นผ่าน รู้จักเขาในนาม “เ ช” ! 

รู้จักจากวาทกรรมแห่งทศวรรษในขบวนคนขบถทั้งหลายโลกที่ว่า “เช ยังมีชีวิตอยู่ !”( CheStill alive !)

นายแพทย์เอร์เนสโต “เช” เกวารา เป็นชาวอาเจนตินา เป็นลูกคนชั้นกลาง เกิดเมื่อ 14 พฤษภาคม 2471 เสียสละชีวิตอันทรงค่าเมื่อ 9 ตุลาคม 2510 ที่ประเทศโบลิเวีย (39 ปี) เมื่อเรียนจบแพทย์จากมหาวิทยาลัย Universidad Nacional de Cordoba ตัดสิน “ท่องเที่ยวดินแดนลาตินอเมริกา” ไปกับ “บิ๊กไบท์” ขนาด 500 ซีซี. ยี่ห้อนอร์ตั้น กับเพื่อนหนุ่มอีกคนชื่ออัลเบร์โด กรานาโด จากการเดินทางท่องเที่ยวครั้งนี้ ทำให้ได้พบเห็นความทุกข์ยากลำเค็ญที่เขาสรุปได้ว่า เกิดจากการกดขี่ข่มเหงเอารัดเอาเปรียบอย่างไม่เป็นธรรมจาก “รัฐ” และป ระเทศจักรวรรดินิยม จากจุดนี้เองที่เปลี่ยนอนาคตชีวิตของบัณฑิตแพทย์คนหนึ่งไปอย่างสิ้นเชิง

จากการเป็นคนอาเจนตินาเขาปวารณาตัวว่า ต่อแต่นี้เขาคือคนสัญชาติ “ลาตินอเมริกา” และ จะเข้าร่วมต่อสู้เพื่อการปลดปล่อยคนทุกข์ยากกับผู้รักความเป็นธรรมทั่วโลก

“ถ้าคุณรู้สึกตัวสั่นทุกครั้ง เมื่อรู้ว่ามีความอยุติธรรมเกิดขึ้นที่ใดในโลก คุณก็คือสหายของผม”

ด้วยวาทกรรมเช่นนี้ และเกียรติประวัติที่เปี่ยมเต็มไปด้วยการ “กล้าต่อสู้ กล้าเสียสละ” อย่างแท้จริงเชิงประจักษ์ หลังจากถูกรัฐบาลทหารโบลิเวียจับตัวได้ (ด้วยอามิสสินจ้างมหาศาลจากองค์การ CIA ของสหรัฐอเมริกา เขาจึงถูกประหารโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมในวันที่ 9 ตุลาคม 2510

นาม “เช” จึงกลายเป็นนักรบชาวลัทธิมาร์กผู้มีจิตใจเป็น “สากลนิยม” สำหรับชนชั้นผู้ถูกกดขี่อย่างแท้จริง และกลายเป็น “ต้นแบบ” คนสำคัญที่สุดของเหล่าชาวนักต่อต้านความไม่เป็นธรรมทั้งหลายในโลกในช่วง 5 ทศวรรษที่ผ่านมา

ถ้าเชยังมีชีวิตอยู่ ปีพุทธศักราช 2561 เขาจะมีอายุครบ 90 ปีแห่งชาตกาล!

ในวาระ 90 ปี เอร์เนสโต “เช” เกวารา เมืองไทยมีปรากฏการณ์สำคัญที่เป็นเหมือนการร่วมเฉลิมฉลองกับความยิ่งใหญ่ของ “วีรบุรุษนักรบกองโจร” คนนี้ด้วย กล่าวคือ มีการแปล และจัดพิมพ์หนังสือเรื่อง “Remembering Che : My life with Che Guevara” ที่เขียนโดยภรรยาสุดที่รัก อดีตนักรบกองโจรร่วมรบชาวคิวบาที่ชื่อ Aleida March คุณแม่ลูก 4 ของ “เช” โดยมี “เบญจมาศ วงศ์สาม” เป็นผู้แปลจากภาษาสเปนโดยตรง ตั้งชื่อเล่มหนังสือได้อย่างงดงามว่า “ผู้หญิงของเช”

และในงานเปิดตัวหนังสือเล่มสำคัญ (ที่ขายดีมาแล้วทั้งโลก) ดังกล่าว ในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ประจำปีพ.ศ.2561 ลูกสาวคนโตของเช คือ Aleida Guevara ก็ให้เกียรติมาร่วมพูดคุยถึงคุณพ่อนักปฏิวัติผู้ยิ่งใหญ่ของเธอถึงเมืองไทยทีเดียว!

พณฯเอกตอร์ กอนเด อัลเมย์ดา เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคิวบา ประจำประเทศไทยได้เขียนถึงเชในคำนิยมปะหน้าหนังสือแปลเล่มนี้ไว้ตอนหนึ่งว่า:

“... เขาเป็นเสมือนสัญลักษณ์แห่งการขัดขืน,เป็นความกล้าหาญ,เป็นศักดิ์ศรี,และเป็นความซื่อสัตย์ในการต่อสู้อันไม่ย่อท้อกับการถูกกดขี่ข่มเหง,ความยากจน,ความหิวโหย,ความไม่รู้หนังสือ, และโรคภัยไข้เจ็บ,ลัทธิจักรวรรดนิยม,การถูกล่าอาณานิคม,การถูกกดดันทางเศรษฐกิจจากประเทศทีมีอำนาจ และการแสวงหาประโยชน์จากทุนนิยมในลาตินอเมริกาและจากทั่วโลก ตำนานที่ยังมีชีวิตของเชได้ทิ้งมรดกก้อนใหญ่ไว้กับเรา รวมถึงแบบอย่างการสอนคนให้เป็นคน...”

และ “หญิงสาวของเช” Aleida March เขียนถึงเชของเธอไว้ในหนังสือเล่มนี้ตอนหนึ่งว่า :

“...เชเปรียบเสมือนดอน กิโฆเต้ ที่มีความอ่อนโยน แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่หวั่นที่จะต้องเผชิญหน้ากับเจ้ากังหันลมตัวใหม่ซึ่งมาในรูปแบบใหม่ หากแต่มีเป้าหมายเดียวกัน”

จึงขอแนะนำว่า ใครก็ตามที่รักความเป็นธรรม ควรจะต้องอ่านหนังสือ “ผู้หญิงของเช” เล่มนี้ให้ได้ และถ้ายังไม่เคยอ่าน “ดอนกิโฆเต้แห่งลามันช่า : ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน” งานแปลอันทรงค่ายิ่งสุดจากสำนักพิมพ์ผีเสื้อของท่านศิลปินแห่งชาติ มกุฏ อรฤดี แล้วละก็ ยิ่งต้องไปหามาอ่านเสียโดยเร็วที่สุด(ให้ได้)!!!