อีกไม่นาน บรรยากาศการเมืองก็จะเข้าสู่การแข่งขันเลือกตั้ง ซึ่งก็คงจะมีการหาเสียงกันดุเดือดพอสมควร เพราะ “เดิมพัน” สูง คือการได้กุมอำนาจรัฐ

ในระหว่างมีการเลือกตั้งครั้งนี้ เรื่องดี ๆ มากมาย ที่พยายามวางหลักการเอาไว้ อาจจะถูกละลืมกันเสียหมด

ที่สำคัญคือ หลักการ “สัญญาประชาคม” ที่อุตส่าห์ร่างเอาไว้

เป้าหมายหลักของสัญญาประชาคม เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง เนื้อหาร่างสัญญาประชาคมแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ บทนำ ความคิดเห็นร่วม และภาคผนวก

หลักสัญญาประชาคม 10 ข้อ มีดังนี้

1. คนไทยทุกคนพึงร่วมมือกันสร้างบรรยากาศความสามัคคีปรองดองเพื่อให้ประเทศไทยมีความเป็นหนึ่งเดียวภายใต้การปกครองระบอบระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเข้าใจระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ใช้สิทธิเสรีภาพอย่างแท้จริง ใช้สิทธิเสรีภาพอย่างถูกต้องและอยู่ในกรอบกฎหมาย มีส่วนร่วมกับการเมืองภาคประชาชน ยอมรับความแตกต่างทางความคิด ส่งเสริมสถาบันการเมืองให้มีความเข้มแข็งเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งที่โปร่งใสบริสุทธิ์ ยุติธรรม และยอมรับผลการเลือกตั้งซึ่งถือเป็นฉันทามติของคนไทยทั้งประเทศ รวมทัทั้งร่วมกันตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐและการแก้ไขปัญหาโดยใช้กลไกรัฐสภา

2.คนไทยทุกคนพึงน้อมนำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้ในชีวิต

3.คนไทยทุกคนพึงยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรม

4.คนไทยทุกคนพึงอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

5.คนไทยทุกคนพึงส่งเสริมการดูแลคุณภาพชีวิตและสาธาณสุข

6.คนไทยทุกคนพึงเคารพ เชื่อมั่น และปฏิบัติตามกฎหมาย สนับสนุนกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในสังคม

7.คนไทยทุกคนพึงใช้ความรอบคอบในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ไม่บิดเบือน

8.คนไทยทุกคนพึงตระหนักในการส่งเสริมสังคมให้มีมาตรฐานสากล ตามกฎกติการะหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี

9.คนไทยทุกคนพึงส่งเสริมการปฏิรูปประเทศทุกด้าน ให้สอดคล้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

10.คนไทยทุกคนเรียนรู้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศตามแนวทางยุทธศาสตร์ชาติ

สังคมไทยควรจะเป็นไปตาม “สัญญาประชาคม” สิบข้อ ที่เสนอออกมา

โดยหลักการแล้ว มันเป็นความหวังที่เราจะมีสังคมที่ดีงามอย่างนั้น แต่ปัญหาคือเราจะบรรลุถึงจุดนั้นได้อย่างไร ?

เราเห็นว่าเรื่อง “ยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรม” สำคัญที่สุด

“ความเห็นต่าง” ถ้าปล่อยให้แรงจนกลายเป็น “ความขัดแย้งที่เป็นปฏิปักษ์” มันก็จะเกิดการปะทะกัน แต่ถ้ามีกรอบคุณธรรมจริยธรรมกำกับ ความเห็นต่างก็จะเป็นเพียง “ความขัดแย้งในหมู่ประชาชน” ที่ไม่เป็นปฏิปักษ์กัน อยู่ร่วมกันได้ ไม่ต้องทำลายล้างกัน อีกทั้งกรอบคุณธรรมและจริยธรรมก็จะกำกับสังคมให้มีความรุนแรงทางอาชญากรรม การทำร้ายกัน รวมทั้งการคดโกง การเอารัดเอาเปรียบกัน ในสังคมน้อยลงด้วย ความสงบสันติสุข การกระจายความผาสุกในสังคม จะทำได้ดี สมาชิกในสังคมจะต้องมีคุณธรรมจริยธรรมในระดับดี