สำหรับ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ได้ก้าวสู่ปีที่ 20 อย่างงดงาม พร้อมเน้นย้ำในการสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์และท่องเที่ยวไทยให้เติบโตไปด้วยกัน ซึ่ง นายพอลล์ กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ได้กล่าวถึงแผนการตลาดในอนาคตได้อย่างน่าสนใจ

รองรับการจัดงานครบวงจร

ทั้งนี้ นายพอลล์ กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี กล่าวว่า อิมแพ็ค นอกจากเป็นสถานที่จัดการประชุม สัมมนา แสดงสินค้า นิทรรศการ กิจกรรมพิเศษแล้ว ในปัจจุบันยังให้บริการกลุ่มอินเซนทีฟ หรือ การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล บริการครบวงจรของตลาดไมซ์และการท่องเที่ยวไทย โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่เป็นอันดับ 1 ในสัดส่วนประมาณ 62%เพราะฉะนั้นจึงมีการเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับกลุ่มนักเดินทางเพื่อธุรกิจไมซ์ ทั้งโรงแรมที่พักมาตรฐาน 2 แห่ง รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ บริการร้านค้า ร้านอาหาร เอาท์เล็ตแบรนด์ชั้นนำ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับศูนย์ฯ เพื่อให้บริการลูกค้าได้ใช้เวลาร่วมกิจกรรม ท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง ในที่เดียว

อีกทั้งยังเน้นย้ำความพร้อมของอาคาร สถานที่ รวมถึงการบริการสิ่งอำนวยความสะดวก รองรับการจัดงานครบวงจร ด้วยการเตรียมเปลี่ยนชื่ออาคารเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ โดยจะเริ่มต้นในวันที่ 1 มกราคม 2562 ซึ่งซึ่งอาคาร อิมแพ็ค อารีน่า จะยังคงชื่อเดิม ต่อด้วย อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ อาคาร 1 อาคาร 2 อาคาร 3, ฝั่งศูนย์การประชุม อิมแพ็ค ฟอรั่ม อาคาร 9 เปลี่ยนเป็น ศูนย์การประชุม อิมแพ็ค ฟอรั่ม อาคาร 4 ข้ามมาฝั่งศูนย์แสดงสินค้า อาคาร 1-8 เดิม จะเปลี่ยนเป็นศูนย์แสดงสินค้า อาคาร 5-12

พร้อมกันนี้ยังได้นำเทคโนโลยีช่วยค้นหาและเยี่ยมชมห้องจัดงานแบบ 360 องศา และแอปพลิเคชั่น ในการสร้างความสะดวกด้านการจราจร จุดจอดรถ เพิ่มความน่าสนใจให้ลูกค้า และในโอกาสครบรอบปีที่ 20 นี้ ได้สานต่อโครงการอิมแพ็ค ปันน้ำใจมอบรักสู่สังคม ด้วยการมอบเงิน 20 ล้านบาท เพื่อการกุศลสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ มอบแก่หน่วยงานสาธารณกุศล ด้านการพยาบาล การศึกษา ความเป็นอยู่ชุมชนและสังคมโดยรอบตลอดปี 2562

รายได้อิมแพ็ค สปีด พาร์คพุ่ง

อย่างไรก็ตาม นายพอลล์ ยังกล่าวถึง อิมแพ็ค สปีด พาร์ค สนามโกคาร์มาตรฐานโลก ที่ครบรอบ 2 ปี ว่า สามารถสร้างรายได้มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งมาจากการใช้สถานที่เป็นที่รองรับงานจัดเลี้ยงสังสรรค์แบบส่วนตัวและงานเปิดตัวสินค้าระดับพรีเมียม ที่ปัจจุบันกำลังเป็นนิยมสำหรับลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศแบบเดิม ๆ ทั้งยังสามารถให้แขกที่มาในงานได้ร่วมกิจกรรมได้แบบเอ็กซ์คลูซีฟ นอกจากนี้ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาอิมแพ็ค สปีด พาร์ค ยังช่วยกระตุ้นให้จำนวนนักท่องเที่ยวเติบโตถึง 65%

ทั้งนี้ ทางบริษัทได้ตั้งเป้าหมายสำหรับปี 2562 ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวมาใช้บริการที่สนามเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว เนื่องจากการเติบโตโดยรวมของ อิมแพ็ค สปีด พาร์ค ตั้งแต่เดือนเมษายน 2560 จนถึง เดือนมีนาคม 2561 สร้างรายได้ถึง 19.98 ล้านบาท โดยหากเปรียบเทียบเฉพาะไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปี ตั้งแต่เดือนเมษายน-เดือนกันยายน 2561 พบว่ารายได้เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเกิดจากจำนวนนักท่องเที่ยวมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เติบโตถึง 94% หรือเกือบ 1 เท่าตัว โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้หญิงที่มาใช้บริการเติบโตมากถึง 65% เช่นเดียวกัน

ขณะที่จำนวนสมาชิกที่มาใช้บริการ ณ อิมแพ็ค สปีด พาร์ค จนถึงเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า มีสมาชิกทั้งหมด 23,550 คน โดยนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการมากที่สุด อาทิ นักท่องเที่ยวไทย 35% ฮ่องกง 11% ไต้หวัน 6% จีน 4% อังกฤษ 3% สิงคโปร์ และ ญี่ปุ่น 1% ซึ่งมาจากการใช้จ่ายสำหรับขับรถโกคาร์ทที่มี 3 รูปแบบ ได้แก่ รถโกคาร์ทไฟฟ้า รถโกคาร์ทน้ำมันแบบ 1 ที่นั่ง และ รถโกคาร์ทน้ำมันแบบ 2 ที่นั่ง พบว่า 3 อันดับที่ใช้จ่ายสูงสุดในการเล่นสูงสุดได้แก่ ไทย ฮ่องกง และ ญี่ปุ่น

สถานที่จัดงานเลี้ยงสังสรรค์

ด้านการจัดเลี้ยงและงานสังสรรค์ต่าง ๆ นายพอลล์ กล่าวว่า ทาง อิมแพ็ค สปีด พาร์ค ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งในประเทศและในระดับอินเตอร์ที่ได้เลือกให้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยง งานสังสรรค์ และงานเปิดตัวสินค้า โดยจำนวนงานจัดเลี้ยงที่อิมแพ็ค สปีด พาร์ค รวมถึงที่ริมทะเลสาบเมืองทองธานี อย่าง อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์ ตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนตุลาคม 2561 มีถึง 33 งาน อาทิ งาน สิงห์ จูเนียร์ คาร์ท ชาเลนจ์ 2018 งานเปิดตัวซูเปอร์คาร์ เฟอรารี่ 812 งานเลี้ยงสังสรรค์ของบริษัทนิสสัน งานเปิดประสบการณ์ทดสอบ โก โปร ฮีโร่ 7 และงานอีเว้นท์ของบีเอ็มดับเบิลยู เป็นต้น

ซึ่งทางอิมแพ็ค มีเป้าหมายและแผนกลยุทธ์ที่จะทำให้อิมแพ็ค สปีด พาร์ค เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศตามนโยบายของรัฐบาล โดยตลอดทั้งปี 2561 ได้ลงทุนพัฒนาอิมแพ็ค สปีด พาร์ค มาโดยตลอด ทั้งการขยายสนามให้มีความยาวเพิ่มขึ้น หรือ การเปิดตัวรถโกคาร์ทแบบน้ำมันเพื่อเอาใจกลุ่มที่ชื่นชอบความเร็ว จนทำให้อิมแพ็ค สปีด พาร์ค ติดตลาดในกลุ่มนักท่องเที่ยวฮ่องกง ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานฮ่องกง ได้สนับสนุนและประชาสัมพันธ์ อิมแพ็ค สปีด พาร์ค อย่างเต็มที่จนตลาดนักท่องเที่ยวฮ่องกง ติดอันดับ 2 ต่อจากนักท่องเที่ยวไทยที่มาใช้บริการ