อันที่จริงเรื่อง “ผู้สื่อข่าวถูกอำนาจรัฐกำจัด” ฟรือพูดให้ชัดขึ้นว่ำนาจรัฐฆ่านักข่าว” นั้น เกิดขึ้นทั่วโลก และเกิดขึ้นมาตลอด แต่กรณีผู้สื่อข่าวชาวซาอุดีอารเบียคนหนึ่งถูกฆ่าเมื่อไม่นานมานี้เป็นข่าวโด่งดังอยู่พักหนึ่งนั้น กลายเป็นข่าวดังพิเศษมากกว่าอีกหลาย ๆ กรณีที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต คงเนื่องจากหลายสาเหตุ

เหตุสำคัญประการแรกคือ ประเด็นนี้โยงใยเกี่ยวพันถึงการเมืองระดับสากล

นั่นคือเรื่องนี้เกิดขึ้นในสถานกงศุลของซาอุดี อารเบีย ในประเทศตุรกี แล้วผลกระทบยังสพเทือนไปถึงประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา

คือถ้าเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลของประเทศใดประเทศหนึ่ง ฆ่านักข่าวตายภายในอาณาเขตของประเทศนั้น ๆ เรื่องคงจะเงียบเชียบ ไม่ค่อยมีคนสนใจกันหรอก

เราอยากจะย้อนเล่าให้ชาวไทยสะดุดใจอีกบางเรื่องคือ ขณะนี้เริ่มมีข่าวเกี่ยวกับการสงครามในประเทศเยเมน และเสียงเรียกร้องขอบริจาคช่วยเหลือเด็กชาวเยเมนที่ประสบภัยจากสงครามในเยเมนมากขึ้น

อันที่จริงสงครามในเยเมนเกิดขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี 2558 หลายปีมาแล้ว กองทหารของซาอุดี อารเบีย เคลื่อนพลข้ามพลแดนเข้าทำการสู้รบในประเทศเยเมน แม้จะมีข้ออ้างว่าเข้าไปโดยคำเรียกร้องของรัฐบาลเยเมนก็ตาม แต่ลักษณะของสงครามก็คือยกกำลังทหารเข้าไปฆ่าฟันพลเมืองของประเทศอื่น มันควรจะเป็นเรื่องที่ทั้งโลกควรจะต่อต้านประณาม แต่เรื่องกลับเงียบมาก ไม่เห็นสำนักข่าวชื่อดัง ๆ ในประเทศตะวันตกเสนอข่าวคัดค้านรัฐบาลซาอุดี อารเบีย เลย เพิ่งจะมาเสนอข่าวกันเมื่อกลางปีนี้เอง

เมื่อห้าสิบกว่าปีก่อน ประธานาธิบดีของอียิปต์ท่านเอียงซ้ายมีนโยบายจะสร้าง “สังคมนิยมแบบอาหรับ” และสนิทสนมกับโซเวียตรัสเซีย ส่วนรัฐบาลซาอุดี อารเบีย ก็เป็นมหามิตรของสหรัฐอเมริกา ซาอุดี อารเบียกับอียิปต์ ก็เลยเกิดกระทบกระทั่งกันบ่อย และความขัดแย้งมันลามเข้าไปถึงเยเมนด้วย

ปัญหาความขัดแย้งทางนิกายศาสนาและการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองในเยเมนแบบเดิมที่เคยเกิดขึ้นเมื่อกึ่งศตวรรษก่อน มันปะทุขึ้นมาอีกเมื่อช่วง พ.ศ. 2555 จนเมื่อ พ.ศ. 2558 ซาอุดี อารเบีย ส่งกองทหารเข้าไปแทรกแซงเยเมน ก็คงจะนึกว่าแสนยานุภาพของตน จะเอาชนะ “กลุ่มฮูธิ” ที่ต่อต้านรัฐบาลเยเมนได้อย่างรวดเร็ว แต่มาถึงวันนี้มันกลายเป็นว่าซาอุดี อารเบีย กำลังติดหล่มสงคราม ซึ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงขั้นต้องใช้ระเบิดสารพิษฟอสฟอรัสกันแล้ว

เมื่อ พ.ศ. 2558 ตอนที่รัฐบาลซาอุดี อารเบีย เปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มกบฏฮูธิในเยเมนนั้น ชาติพันธมิตรในอ่าวอาหรับและอื่นๆ ได้เข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารกับกองทัพซาอุดีอาระเบีย ตามคำขอของประธานาธิบดีฮาดีและเพื่อปกป้องรัฐบาลที่มีความชอบธรรมของนายฮาดี แต่สาเหตุแท้จริงคือ เป็นเกมชิงอำนาจในภูมิภาคกับประเทศอิหร่านซึ่งว่ากันว่า แอบให้การสนับสนุนทางการเงินและทางทหารแก่กบฏฮูธิ โดยทั้ง 2 ประเทศเป็นคู่แข่งทางยุทธศาสตร์ทั้งด้านพลังงานและอำนาจในภูมิภาคตะวันออกกลางมานานหลายทศวรรษ รวมทั้งยังมีเหตุผลด้านศาสนามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากซาอุดีอาระเบียอยู่ในฐานะผู้นำโลกมุสลิมสุหนี่ ขณะที่อิหร่านเป็นผู้นำโลกมุสลิมชีอะห์ นอกจากนี้ เยเมนยังเป็นจุดยุทธศาตร์สำคัญเนื่องจากตั้งอยู่บริเวณช่องแคบ บับ อัล-มันดับ ทางน้ำสายแคบๆ ซึ่งเชื่อมต่อทะเลแดงเข้ากับอ่าวเอเดน ซึ่งเรือขนน้ำมันจำนวนมากจากทั่วโลกจำเป็นต้องผ่าน