กพร.ระบุปัจจุบันมีผู้ประกอบเหมืองหินเปิดการทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 300 ราย รองรับความต้องการใช้หินก่อสร้างภายในประเทศได้ไม่ต่ำกว่า 30 ปี พร้อมคุมเข้มประทานบัตรเหมืองหิน30รายใช้พื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1ที่เป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ ย้ำต้องมีเหตุผลความจำเป็นอย่างยิ่งทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ชงครม.พิจารณาก่อนอนุญาตประทานบัตร

นายวิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่(กพร.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้ดำเนินการกำหนดแหล่งหินเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างทั่วประเทศไปแล้ว ไม่น้อยกว่า 300 แหล่งทั่วประเทศ มีปริมาณสำรองรองรับความต้องการของประเทศได้ ไม่น้อยกว่า 30 ปี และ ก่อนที่พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2560 จะมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 29 ส.ค.60 กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการอนุญาตประทานบัตรและต่ออายุประทานบัตรเหมืองหินเพื่อการก่อสร้างไปแล้วจำนวนหนึ่ง ทำให้ปัจจุบันมีผู้ประกอบเหมืองหินที่เปิดดำเนินการทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 300 ราย สามารถรักษากำลังการผลิตหินได้อย่างต่อเนื่อง

โดยในระยะ 1 ปีเศษที่ผ่านมา มีคำขอประทานบัตรหรือและคำขอต่ออายุประทานบัตรเหมืองหินเพื่อการก่อสร้างที่ยังค้างการพิจารณาอยู่ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ประมาณ 30 ราย คำขอประทานบัตรดังกล่าวส่วนหนึ่งอยู่ในพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ ต้องมีเหตุผลความจำเป็นอย่างยิ่งทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติและการเห็นชอบให้ใช้พื้นที่ลุ่มน้ำจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรมจึงจะเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนการอนุญาตประทานบัตรต่อไป

สำหรับกรณีที่เป็นข่าวว่ามีการขาดแคลนหินในบางจังหวัดนั้น สาเหตุเกิดจากประทานบัตรสิ้นอายุ และ คำขอต่ออายุประทานบัตรอยู่ในพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1 ซึ่งต้องมีการพิจารณาตามกระบวนการข้างต้น กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่อยู่ระหว่างดำเนินการขอผ่อนผันการใช้พื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เพื่อขอความเห็นชอบจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะรัฐมนตรีก่อนการพิจารณาอนุญาตประทานบัตร

ทั้งนี้ภายหลังจากที่พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้แล้ว กระทรวงอุตสาหกรรมและกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้ดำเนินการในด้านต่าง ๆเพื่อให้กระบวนการอนุญาตประทานบัตรและต่ออายุประทานบัตรภายใต้พระราชบัญญัติแร่ฉบับใหม่มีความต่อเนื่องโดยเร็ว ที่ผ่านมาได้มีการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ และผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแล้ว เมื่อเดือนก.ค.61

“แผนแม่บทฯ ดังกล่าวได้มีการกำหนดเขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมืองสำหรับใช้ในการอนุญาตประทานบัตรแล้ว รวมทั้งได้มีการจัดทำอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาอนุญาต ได้แก่ การจัดรับฟังความคิดเห็นของชุมชน การประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ การประเมินความเหมาะสมของเทคโนโลยีที่ใช้ในการทำเหมืองเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาต ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จและแจ้งให้ผู้ประกอบการไปดำเนินการแล้ว หากการดำเนินการต่างๆแล้วเสร็จ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่จะสามารถพิจารณาอนุญาตประทานบัตร และต่ออายุประทานบัตรได้ภายในเวลาอีกประมาณ 2 เดือน”