สมบัติ ภู่กาญจน์

เสียดายครับ! แถมยังต่อด้วยความเสียใจ!

เสียดาย-เสียใจ ที่วิวัฒนาการของโลกยุคใหม่ ได้มา ‘ทำลาย’ ความงามของ ‘รูปแบบ ฉันทลักษณ์ และเนื้อหา’ ของงานร้อยกรองชื่อ ‘โคลงสี่สุภาพ’ของไทย ที่ผมพยายามนำมาเสนอในข้อเขียนตอนที่แล้ว ไปโดยสิ้นเชิง

เพราะการจัดวาง รูปแบบ-วรรคตอน- ของโคลงสี่สุภาพของไทย ถูกการจัดหน้าหนังสือพิมพ์ยุคใหม่ ที่ใช้วิธีการทางอิเล็คโทรนิค แทนการจัดทำด้วยมือคน มาบีบ ‘โคลงสี่ฯ’ ให้กลายเป็น ‘โคลงขี้(อะไรก็ไม่รู้)’ ไปจนหมดสิ้น คนอ่านที่ไม่รู้ (ซึ่งทุกวันนี้ก็มีอยู่มากมายแล้วในโลกยุคนี้) ก็จะยิ่งเพิ่มความโง่ขึ้นอีก ด้วยความไม่รู้ไม่เข้าใจ ว่า อีตาคนเขียนนี้แกจะพยายามนำเสนออะไร?

ร้อยกรองไทยโบราณ ( ซึ่งเป็นของดีอย่างหนึ่งของไทยในอดีต) ที่คนรุ่นใหม่ควรจะได้เห็น-ได้เสพ ทั้งสายตา อารมณ์ และอรรถรส เพื่อเพิ่มความคิดหรือการมองโลกด้วยสุนทรีในหัวใจได้มากขึ้นอีก จึงไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้แน่นอน ด้วยผลงานที่ปรากฏออกมา

ผมมองเห็นสิ่งนี้วูบแรก ด้วยอารมณ์ตระหนก ติดตามด้วยความโกรธ ต่อท้ายด้วยความเสียใจ ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไรกัน? แต่เมื่อปล่อยอารมณ์ผ่านไปสักพัก ‘สติ-สัมปชัญญะ’ตามคำสอนของพระพุทธศาสนา ก็มาปลอบผมด้วยเหตุผลสารพัดอย่าง ที่พอจะกล่าวเรียบเรียงเรื่องราวมา ได้จนถึงข้อสรุป

ว่า นี่คือตัวอย่างอีกอันหนึ่ง ที่น่าจะใช้เป็นบทเรียนสอนมนุษย์(โดยเฉพาะมนุษย์ในยุคนี้)ได้ ว่า วิวัฒนาการทางอิเล็กทรอนิคส์บางอย่างในโลกยุคใหม่นั้น มันสามารถทำลายวิธีการทำงาน(บางอย่าง)ด้วยมือ-ด้วยใจ ของคนในยุคเก่าลงได้อย่างไม่ยาก!! ซึ่งมนุษย์ที่ยัง ,หรืออยาก,จะมีชีวิต(ที่ดี)อยู่ในโลก จะพึงต้องตระหนักและระวัง หรือรู้เท่าทันกับสิ่งเหล่านี้ ว่า มนุษย์ควรต้องเผชิญกับมันอย่างไรดี

สรุปความคิดได้อย่างนี้แล้ว ผมก็อยากจะขอลอง ‘ทำซ้ำ’ต่ออีกสักครั้ง

ยังมีตัวอย่าง การวิพากษ์วิจารณ์การเมืองด้วยร้อยกรองสารพัดชนิด ของคนไทยในยุคหนึ่งที่ผ่านมา ซึ่งกาลเวลาของยุคทั้งสอง แม้จะแตกต่างห่างกันมากกว่า 60 ปีก็จริงอยู่ แต่สถานการณ์ทางการเมืองหรือการบริหารบ้านเมืองไม่ได้มีความแตกต่างกันเลยแม้แต่น้อย ผมจึงอยากนำวิธ๊การเหล่านี้มาเสนอต่อไป

เพื่อลองดูกันอีกสักครั้ง ว่าความไม่ราบรื่นครั้งที่หนึ่ง จะมีผลในครั้งต่อมาหรือไม่แค่ไหนและอย่างไร?

บทร้อยกรองการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมือง ของคนไทยในอดีต อีกหลายสิบชิ้นที่น่าอ่านน่าฟัง ยังมีตัวอย่างที่ผมอยากให้ได้เห็น อีกสองชิ้น ดังนี้

(คำถาม ) นั่งตฤกนอนตฤกแล้ว ก็ดี

ทางจักมี ฤๅมี ไม่รู้

ถามคึกฤทธิ์ผู้ปรี ชาฉลาด หน่อยเฮย

ทำไฉนจักกู้ ชาติพ้น ‘คอรับฉัน’

( ลงนามผู้ถามว่า ‘คนเก่า’ )

( คำตอบ ) นั่งตฤกนอนตฤกแล้ว เหมือนกัน พ่อเอย

ทางปราบ ‘คอรับฉัน’ ยุคนี้

หากคึกฤทธิ์นั้นปัญ ญามาก จริงพ่อ

หาต้องทนทู่ซี้ นั่งให้เขาเถือ

( ลงนามผู้ตอบ คึกฤทธิ์ ปราโมช 7 กันยายน 2493 )

( คำถาม ) 1. วาณิชคิดเล่ห์ค้า คดโกง

ข้ารัฐการกลอกโคลง เคลือบลิ้น

ส.ส.เริ่มออกโรง ระเริงลาภ แล้วเฮย

ใคร?ส่อสันดานปลิ้น ปลอกแปล้กว่ากัน

2.ชอบเลียชอบประจบด้วย กระดิกหาง

ชอบหยอกชอบล้อพลาง หมอบแต้

นายตีไป่ตอบกาง เขี้ยวกัด

ผิว์มนุษย์เอาอย่างแล้ จักดีได้ไฉน

( ลงนามผู้ถาม ‘แหลม ตะลุมพุก’ )

( คำตอบ ) 1.สันดานตระหนักแล้ว ถามใย พ่อเอย

ใครปลอกใครปลิ้นไฉน ย่อมแจ้ง

ยามเลือกนั่นคือใคร ลงบัตร

เลือกเสร็จสิกลับแว้ง ขบขย้ำมือขุน

2. ยุธิษฐิระ*ผู้ ทรงฤทธิ์

สวรรคตหมาตามติด สู่ฟ้า

คือดาวเทพประสิทธิ์ แปลงเพศ หมาพ่อ

หากมนุษย์เอาอย่างถ้า จักได้เป็นดาว

( ลงนามผู้ตอบ คึกฤทธิ์ ปราโมช 12 กันยายน 2493)

( หมายเหตุ ; เรื่องพระเจ้ายุธิษเฐียรกับหมา ที่ตายแล้วขึ้นสวรรค์ไปด้วยกันนี้ อาจารย์คึกฤทธ์ได้เขียนเล่าไว้ในข้อเขียนที่ได้รับการรวบรวมเป็นเล่มแล้วใช้ชื่อว่า ห้วงมหรรณพ ที่ต่อมาอาจารย์คึกฤทธิ์ได้มอบให้ผมปรับปรุงเป็นหนังสืออีกเล่ม แล้วยกให้ผม ซึ่งผมใช้ชื่อหนังสือเล่มนี้ว่า “เรื่องของคนรักหมา” เรื่องพระเจ้ายุธิษเฐียรกับหมานี้น่ารักมาก ซึ่งหากข้อเขียนวันนี้ส่งผลในทางที่ดี ผมอาจจะเรื่องนี้มาเสนอต่อในตอนหน้าครับ )