PTT-KV-DJSI-Online

ได้ฤกษ์เบิกทัพขยับสัประยุทธ์กันเสียที
สำหรับ "องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ" หรือ "นาโต" องค์การความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ชั่วโมงนี้ พ.ศ.นี้ ได้แสดงความชัดเจนในท่าทีที่จะเผชิญหน้ากับขบวนการก่อการร้ายที่ได้ชื่อว่า ใหญ่ยิ่งที่สุดแห่งยุคนี้เช่นกัน นั่นคือ "รัฐอิสลาม" หรือ "ไอเอส" หรือที่บางคนก็เรียกว่า "ไอซิส" ซึ่งกำลังแผลงฤทธิ์เขย่าขวัญชาวโลกในหลายภูมิภาค ณ เวลานี้
ล่าสุด เครือข่ายของขบวนการก่อการร้ายอิสลามหัวรุนแรงไอเอสที่ว่า ก็ได้แสดงพิษสงในปฏิบัติการโจมตีด้วยยุทธวิธีที่เห็นกันไม่บ่อยนัก แต่ก็สร้างความตกตะลึงพรึงเพริด ปนความประหวั่นพรั่นพรึงกันไปทั้งโลก นั่นคือ คนร้ายผู้ก่อเหตุได้ขับรถบรรทุกพุ่งขยี้ฝูงชนที่กำลังพลุกพล่านไปตลอดเส้นทางกว่า 2 กิโลเมตร คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 80 ราย บาดเจ็บอีกกันไปนับร้อย ในงานเฉลิมฉลองวันชาติฝรั่งเศสที่เพิ่งผ่านพ้นไป ที่เมืองนีซ นครชายหาดดังทางตอนใต้ของแดนน้ำหอม
โดยท่าทีที่ชัดเจนของนาโตข้างต้น ก็มีขึ้นในเวทีการประชุมสุดยอดผู้นำชาติสมาชิกนาโตครั้งล่าสุด ณ กรุงวอร์ซอว์ นครหลวงเมืองเอกของประเทศโปแลนด์ ซึ่งกำหนดให้ขยายภารกิจฝึกฝนทักษะวิชาการทหารให้แก่กำลังพลในกองทัพอิรัก ในอันที่จะไปต่อกรสู้ศึกกับ "นักรบจีฮัด" สมาชิกกองกำลังติดอาวุธของไอเอส ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ภาคเหนือของอิรัก คาบเกี่ยวกับด้านตะวันออกของซีเรีย
ทั้งนี้ แต่เดิมทางนาโต ก็ได้ดำเนินงานด้านการฝึกฝนทักษะวิชาทหารให้แก่กำลังพลในกองทัพอิรักเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตั้งแต่เมื่อช่วงเดือน เม.ย.เป็นต้นมา โดยได้จัดตั้งค่ายฝึกกันที่ประเทศจอร์แดน ชาติบ้านใกล้เรือนเคียงของอิรัก เบื้องต้นมีทหารอิรักเข้ารับการฝึกจำนวน 350 นาย ซึ่งปรากฏว่า ประสบผลสำเร็จด้วยดี จากการที่มีผลงานด้านการรบในการสนธิกำลังกับเหล่าทหารอิรักหน่วยอื่น ออกปฏิบัติการจู่โจม สามารถยึดคืนเมืองที่เคยเสียไปให้แก่ไอเอสกลับมาได้ เช่น ฟัลลูจาห์ เป็นต้น
นอกจากนี้ ทางนาโต ยังได้ขยายภารกิจลาดตระเวนในพื้นที่ด้านตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และทะเลอีเจียน เพื่อเสริมมาตรการเฝ้าระวังสมาชิกกลุ่มไอเอส แฝงตัวมากับบรรดาผู้อพยพที่ถาโถมลี้ภัยจากซีเรีย อิรัก และลิเบียร เข้าสู่บรรดาชายฝั่งของประเทศในภูมิภาคยุโรป เช่น ชายฝั่งของประเทศกรีซ เป็นอาทิ
ปฏิบัติการภารกิจที่ขยายมาดังกล่าว ก็เป็นสัญญาณท่าทีว่า นาโต เริ่มเข้าไปมีส่วนพัวพันต่อการปราบปรามกลุ่มไอเอสเพิ่มมากขึ้น ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์ แสดงทรรศนะว่า เป็นการขยายตามกระแสเรียกร้องกดดันจากหลายฝ่าย ที่ต้องการเห็นบทบาทของนาโตในการกวาดล้างกลุ่มไอเอสให้มากกว่าที่เป็นอยู่
อย่างไรก็ตาม ความตกลงที่จะขยายบทบาทในภารกิจต่อต้านไอเอสของนาโตข้างต้น ก็ต้องบอกว่า ยังไม่เพียงพอในความคิดเห็นของใครหลายๆ คน โดยที่นับว่า ออกมาเรียกร้องกระตุ้นเตือนมากกว่าใครๆ ก็เห็นจะเป็นในรายของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ตัวแทนผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน
ถึงขนาดประกาศกร้าวทั้งในช่วงก่อนหน้าและระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ช่องดังในสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้ว่า หากตนได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นในเดือน พ.ย.ปลายปีนี้ ตนก็จะแสวงหาแนวทางที่จะให้นาโต เข้าไปมีส่วนร่วม พัวพันในปฏิบัติการปราบปรามกลุ่มไอเอสให้สิ้นซาก ในฐานะที่ก่อการร้ายอิสลามหัวรุนแรงกลุ่มนี้ไม่ผิดอะไรมะเร็งร้ายที่จำต้องกำจัดให้หมดสิ้นไป พร้อมกับการนำเสนอต่อรัฐสภา หรือสภาคองเกรส ให้เห็นชอบต่อประกาศสงครามกับกลุ่มไอเอสควบคู่ไปด้วย อย่างไรก็ดี ถึงแม้จะประกาศสงคราม แต่ก็มิได้หมายความว่า จะส่งทหารสหรัฐฯ เป็นจำนวนมากเข้าปฏิบัติการรบภาคพื้นดิน โดยตนจะใช้กำลังทหารสหรัฐฯ ให้น้อยที่สุด แต่สนับสนุนส่งเสริมบทบาทของนาโต ในภารกิจต่อสู้กับลัทธิก่อการร้ายมากกว่า ขณะที่ ในส่วนของสหรัฐฯ จะมุ่งเน้นไปในด้านข่าวกรองเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นซีไอเอ และเอ็นเอสเอ สองหน่วยงานหลักด้านสืบราชการลับและข่าวกรองของทางการสหรัฐฯ
ทว่า ทั้งความตกลงและกระแสเรียกร้องที่มีขึ้น ก็ใช่ว่า "นาโต" ซึ่งมี 28 ชาติสมาชิก จะมีปฏิบัติการสมใจกองเชียร์ได้โดยง่าย ในภารกิจกวาดล้างกลุ่มไอเอส โดยล่าสุด ก็มีวิวาทะที่รอคอยวันเคลียร์ใจกันในระหว่างชาติสมาชิกนาโตด้วยกันเอง อย่าง "เยอรมนี" กับ "ตุรกี" ที่รัฐสภาเยอรมนี มีมติเห็นชอบให้การสังหารหมู่ชาวอาร์เมเนียโดยตุรกี ครั้งที่ยังเป็นจักรวรรดิออตโตมานเตอร์ก เมื่อ 101 ปี ก่อนนั้น เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ก็กลายเป็น "ฟางเส้นสุดท้าย" กระทบสัมพันธ์ทางการทูตของสองประเทศไปในทันที หลังก่อนหน้าบรรดาสมาชิสภาเยอรมนี ก็ได้ดำเนินการฟ้องร้องประธานาธิบดีเรเซป ตอยยิป เออร์โดกัน ผู้นำตุรกีเป็นอาชญากรสงคราม โทษฐานมีคำสั่งให้ใช้ปฏิบัติการทางทหารกวาดล้างประชาชนชาวเคิร์ด ชนเผ่ากลุ่มน้อยทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจนตายเป็นเบือ ส่งผลให้รัฐบาลอังการา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีเออร์โดกัน มีคำสั่งไม่ให้เยอรมนี ใช้ตุรกีเป็นฐานทัพในการเข้าไปปฏิบัติภารกิจทิ้งบอมบ์กลุ่มไอเอสในซีเรีย ซึ่งจนถึง ณ เวลานี้ ข้อหมาดบางของสองประเทศ ก็ยังไม่สามารถหาข้อยุติกันได้
ยิ่งในตุรกีที่กำลังมีปัญหากวาดล้างกลุ่มกบฏรัฐประหารกันอย่างขนานใหญ่เยี่ยงนี้ ระยะเวลาที่จะหาทางเจรจาเคลียร์ใจไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก็ต้องทอดยาวกันออกไป ก็ต้องถือเป็นโจทย์ใหญ่ของเหล่าสมาชิกนาโต โดยเฉพาะบรรดามหาอำนาจชาติพี่เบิ้มใหญ่ให้เร่งสะสาง ควบคู่ไปกับเสริมสร้างความพร้อมเตรียมลุยศึกใหญ่ในมหายุทธ์กับขบวนการก่อการร้ายเบอร์หนึ่งของโลก ณ เวลานี้กันต่อไป