รศ. ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

“การเมืองเรื่องร้อน...ร้อน” (Hot Issue) ประเด็นร้อนทางการเมืองไล่เลียงมาตั้งแต่กระแสการตั้งพรรคการเมือง การคัดเลือกหัวหน้าพรรคต่างๆ ความขัดแย้งภายในพรรคการเมือง หรือแม้แต่กระแสข่าวเกี่ยวกับการเลื่อนการเลือกตั้ง ซึ่งยิ่งนับวันก็ยิ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ

จากเดิมการเมืองไทยมีกลุ่มนักการเมือง นักวิชาการ เพียงไม่กี่กลุ่มที่มีบทบาททางการเมือง แต่ทุกวันนี้กลับมีผู้คนหลากหลายที่เข้ามาเป็น “คอการบ้านการเมืองเต็มขั้น” ไม่ว่าจะเป็นประชาชนธรรมดา นิสิตนักศึกษา จนมาถึง “ขาสั้น...วัยโจ๋” ที่แต่เดิมคิดว่านอนหลับไม่รู้ ดูไม่เห็น ปฏิเสธการเมือง ก็เริ่มเข้ามามีบทบาททางการเมือง โดยภาพสะท้อนที่เป็นรูปธรรมคงหนีไม่พ้นผลการสำรวจของ “สวนดุสิตโพล” ซึ่งพบว่าประชาชนที่จะมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างแน่นอนมากถึง ร้อยละ 69.87 รวมถึงการเปิดตัวนักการเมืองรุ่นใหม่จากพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งสร้างความสนใจให้แก่ประชาชนไม่น้อย

ปฏิกิริยาของคนสังคมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ นอกจากจะเป็นภาพสะท้อนของการให้ความสนใจ ความกระตือรือร้นที่จะเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง ยังเป็นภาพสะท้อนที่เป็นรูปธรรมของความเข้าใจในวัฒนธรรมทางการเมืองของระบอบประชาธิปไตย ตามคำกล่าวที่ว่า “การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน” อย่างถ่องแท้

พูดง่ายง่าย ก็คือ ประชาชน สนใจการบ้านการเมือง ติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเมืองมากขึ้น ตลอดจนฉลาด รู้เท่าทันนักการเมือง เกมการเมือง ฉะนั้นหากนักการเมืองคิดจะ “หลอก” ประชาชน ก็คงเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่าย..!!

หากใครไม่เชื่อว่า ณ วันนี้ ประชาชนรู้เท่าทันเกมการเมือง ผลการสำรวจความคิดเห็น “ประชาชน” ทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,117 คน ของ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในประเด็น ประชาชนคิดอย่างไร? กับ ข่าวการเมือง ณ วันนี้ น่าจะเป็นภาพสะท้อนความสนใจและการรู้เท่าทันเกมการเมืองได้อย่างชัดเจน โดยสามารถสรุปได้ ดังนี้

ประชาชนคิดอย่างไร? กับ กระแสข่าวจะมี “การเลื่อนเลือกตั้ง” พบว่า “คำตอบ” ที่ “ประชาชน” ตอบมากที่สุด ร้อยละ 51.28 คือ รัฐบาล/กกต.ควรออกมาประกาศย้ำให้ชัดเจนอีกครั้ง รองลงมา ได้แก่ หากเลื่อนเลือกตั้ง น่าจะส่งผลด้านลบต่อรัฐบาลและเศรษฐกิจแน่นอน ร้อยละ 35.90 และควรให้เป็นหน้าที่ของ กกต.พิจารณา ร้อยละ 24.36

ประชาชนคิดอย่างไร? กับ กระแสข่าว “คนรุ่นใหม่กับการเลือกตั้ง” ที่จะมีขึ้น พบว่า “คำตอบ” ที่ “ประชาชน” ตอบมากที่สุด ร้อยละ 56.32 คือ มีคนรุ่นใหม่ลงเล่นการเมืองมากขึ้น เป็นทางเลือกใหม่ มีผู้สมัครหลากหลายมากขึ้น รองลงมา ได้แก่ เป็นสิ่งที่ดี ทำให้มีการแข่งขัน อาจเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ร้อยละ 29.24 และต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ประวัติ คุณสมบัติ วิสัยทัศน์ นโยบาย ร้อยละ 21.72

ประชาชนคิดว่า ณ วันนี้ “เกมการเมือง” เกี่ยวกับการเลือกตั้งของพรรคต่างๆ เป็นอย่างไร? พบว่า “คำตอบ” ที่ “ประชาชน” ตอบมากที่สุด ร้อยละ 50.32 คือ แข่งขันกันลงพื้นที่หาเสียง มีผู้นำพรรค/แกนนำพรรคเป็นผู้นำทีม รองลงมา ได้แก่ โจมตีกันไปมา เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ต้องการเอาชนะ ร้อยละ 34.46 และแต่ละพรรคมีการปรับกลยุทธ์ เตรียมพร้อมเพื่อความได้เปรียบ ร้อยละ 27.24
ประชาชนคิดอย่างไร? กับ “การย้ายพรรค” ของอดีต ส.ส. พบว่า “คำตอบ” ที่ “ประชาชน” ตอบมากที่สุด ร้อยละ 48.17 คือ เป็นสิทธิของผู้สมัคร มีสิทธิ์เลือก เป็นการตัดสินใจเอง รองลงมา ได้แก่ ย้ายพรรคเพื่อประโยชน์ เพื่อตำแหน่งทางการเมือง ร้อยละ 38.20 และต้องการอยู่กับพรรคที่มีอนาคต ก้าวหน้า มั่นคง อุดมการณ์เดียวกัน ร้อยละ 25.56
สิ่งที่มีผลต่อการ “ตัดสินใจเลือก ส.ส.” ณ วันนี้ คืออะไร? พบว่า “คำตอบ” ที่ “ประชาชน” ตอบมากที่สุด ร้อยละ 47.40 คือ นโยบาย วิสัยทัศน์ แนวทางการทำงานของทั้งผู้สมัครและพรรคการเมืองที่สังกัด รองลงมา ได้แก่ ประวัติส่วนตัว ประวัติการทำงาน ผลงานของผู้สมัคร ร้อยละ 35.51 พฤติกรรม นิสัยใจคอ ความซื่อสัตย์ สุจริตของผู้สมัคร ร้อยละ 29.50 พรรคที่สังกัดและหัวหน้าพรรค ร้อยละ 20.43 และวิธีการ หาเสียง การสื่อสาร พูดคุยกับประชาชน ร้อยละ 12.95

นี่คือ ผลการสำรวจที่สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนให้ความสนใจ รับรู้ และมีความเข้าใจเรื่องการเมืองค่อนข้างมาก ดังนั้น สิ่งที่นักการเมืองจำเป็นต้องยึดปฏิบัติ เพื่อความอยู่รอดใน “การเมืองไทย” โดยเฉพาะสมรภูมิการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2562 นั้น คงหนีไม่พ้นการทำความเข้าใจ และปฏิบัติตามความต้องการประชาชน เพราะหากหวังจะใช้เพียง “กลยุทธ์เก่าเก่า” ประเภทสร้างกระแส ทำสงครามน้ำลาย สาดโคลน โจมตีกัน โดยละเลยการลงมือทำงาน เพื่อประชาชนอย่างแท้จริงแล้ว เชื่อว่าการจะอยู่ในวงการการเมืองไทย เป็นเรื่องยากแน่นอน..!!

“ประชาชน” สนใจการเมือง ดูแล้วย่อมเป็นเรื่องที่ดีต่อประเทศชาติ แต่จะเป็นเรื่องดีต่อนักการเมือง (หรือไม่?) คงต้องขึ้นอยู่กับตัวนักการเมืองเอง ซึ่งต้องปรับตัวให้ตรงตามความต้องการของประชาชน...แต่ก็ไม่รู้ว่า “นักการเมืองไทย” จะเอาตัวรอดกับ “ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป” ของประชาชนอย่างไร?

เพราะดูจากพฤติกรรมที่ปรากฏแล้ว คงต้องบอกแบบไม่เกรงใจว่าการจะหาที่ยืนในใจประชาชน ก็คงเป็นเรื่องที่ “ไม่ง่าย” อย่างที่คิด..!!