เสือตัวที่ 6

ปัญหาการทุจริตเงินอุดหนุนรายหัวที่รัฐมีให้กับเด็กนักเรียน ตลอดจนการหักหัวคิวหรือบังคับให้จ่ายของค่าตอบแทนรายเดือนของครูในสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นความจริงที่ผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่แห่งนี้ ไม่อาจปฏิเสธได้ และเป็นข้อมูลที่ได้รับการตรวจสอบที่แน่ชัดจากหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกาะติดเหตุการณ์เหล่านี้อย่างใกล้ชิดว่า เป็นการจงใจที่จะยักยอก เบียดบังเอาเงินงบประมาณของชาติที่รัฐมุ่งประสงค์จะพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่อประโยชน์แก่บุตรหลานของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาของชาติไม่แพ้เด็กและเยาวชนในพื้นที่อื่นๆ ในประเทศนี้ แต่ความประสงค์ดีของรัฐดังกล่าวกลับถูกผู้บริหารสถานศึกษาบางคนในสถานศึกษาจำนวนหนึ่งเบียดบังเงินของเด็กนักเรียนและค่าตอบแทนรายเดือนของครูที่รัฐสนับสนุนให้ ไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองและมีความเชื่อมโยงกับขบวนการที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

แม้หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จะได้ใช้ความพยายามในการตรวจจับและอุดรอยรั่วต่างๆ ดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การอุดช่องว่างของการมีบัญชีเด็กนักเรียนผี ที่ไม่มีตัวอยู่จริงในสถานศึกษา โดยมีชื่อเด็กนักเรียนซ้ำซ้อนกันหลายโรงเรียน เพื่อต้องการเงินสนับสนุนรายหัวนักเรียนจากรัฐที่สนับสนุนมาให้ และนำเงินที่ทุจริตเหล่านั้นไปใช้ในการสนับสนุนขบวนการแบ่งแยกดินแดนทั้งทางตรงและหรือทางอ้อม จากการจับได้ไล่ทันของหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ส่งผลให้สถานศึกษาหลายแห่งไม่สามารถทุจริตจากการเบิกเงินสนับสนุนรายหัวนักเรียนที่รัฐจัดสรรค์ให้ได้โดยง่ายอีกต่อไป ด้วยการเอาจริงเอาจังของหน่วยงานด้านความมั่นคง ในการตรวจสอบบัญชีรายชื่อนักเรียนในสถานศึกษา ไม่ให้มีการเบิกเงินให้นักเรียนผีได้อีกต่อไป ทำให้ผู้บริหารสถานศึกษาหลายแห่งในพื้นที่ปลายด้ามขวานโดยเฉพาะสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาที่เกิดขึ้นอย่างกลาดเกลื่อนมากขึ้นอย่างผิดปกติ และมีเจตนาทุจริต มีการเปลี่ยนวิธีการในการยักยอกเงินอุดหนุนจากรัฐในรูปแบบต่างๆ

ทั้งการหักหัวคิวเงินอุดหนุนจากรัฐที่มีต่อเด็กนักเรียนในพื้นที่ และการบังคับให้ครูบริจาคจำนวนหนึ่งให้โรงเรียน จากเงินตอบแทนรายเดือนที่รัฐจ่ายให้ตามอัตราเดือนละ 15,000 บาท ที่เป็นงบประมาณของรัฐที่สนับสนุนในรูปของเงินอุดหนุนเงินเดือนครู เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีเจตนาทุจริตเหล่านั้น ยังคงมีเม็ดเงินตามยอดที่ต้องการอยู่ต่อไป และจากแหล่งข่าววงใน มีความเป็นไปได้สูงที่เงินที่รั่วไหลเหล่านั้น จะนำไปสู่การสนับสนุนและใช้ในการขับเคลื่อนกระบวนการต่อสู้กับรัฐ เพื่อเป้าหมายปลายทางที่ต้องการ เพราะแน่นอนว่า การขับเคลื่อนการต่อสู้กับรัฐของขบวนการแบ่งแยกดินแดนนั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเงินเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนดังกล่าว

แม้ว่าสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในพื้นที่ จะเฉไฉในการถูกจับได้ไล่ทันของหน่วยงานด้นความมั่นคงในการทุจริตเงินอุดหนุนจากรัฐให้เด็กนักเรียนอย่างเข้มข้นดังที่ผ่านมา โดยเฉไฉไปในทำนองว่า ให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบโรงเรียนของรัฐในสังกัด สพฐ.ด้วย ไม่ใช่จับตาเฉพาะโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาฯ เพียงอย่างเดียว ทั้งยังพยายามกล่าวอ้างว่าที่ผ่านมาปัญหารายชื่อนักเรียนซ้ำซ้อนเหล่านั้น เป็นความผิดพลาดในแง่ธุรการ ไม่ใช่การทุจริตก็ตาม หากแต่ความเป็นจริงการรั่วไหลของเงินอุดหนุนให้เด็กนักเรียนเหล่านั้น ก็เกิดขึ้นจริง และเป็นเงินจำนวนมากที่รั่วไหลไปสู่การกระทำที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ และเงินงบประมาณจำนวนมากเหล่านั้น เป็นเงินจากภาษีของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ที่รัฐหวังว่าจะนำไปพัฒนาลูกหลานของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำของคนในสังคมให้เหลือน้อยที่สุด แต่ก็ยังมีผู้ใหญ่ในสถานศึกษาบางคน เบียดบังเงินเหล่านั้นไปเป็นประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้องอย่างน่าละอายที่สุด

หลายโรงเรียนมีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต เบียดบังเงินอุดหนุนรายหัวเด็กนักเรียนในสถานศึกษาที่แนบเนียนมากขึ้น เช่น อาหารกลางวัน นม และอุปกรณ์การเรียนการสอน ของครูและเด็กไม่เหมาะสมกับเงินที่รัฐอุดหนุนให้ เช่น ดินสอ ไม้บรรทัด ยางลบ ที่ได้มา ไม่มีคุณภาพ สีที่ใช้ในวิชาศิลปะก็ใช้ไม่ได้ หรือได้กล่องเล็กเกินสิ่งที่ควรจะเป็น นอกจากนั้นยังมีการเก็บเงินเพิ่มเติมในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหารเสริม ค่าบำรุง รวมๆ แล้วหลายพันบาท ทั้งที่รัฐให้เงินอุดหนุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนที่เป็นลูกหลานของคนในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง โดยเพิ่มขึ้นจากคนละ 14,000 บาทต่อปี เป็น 16,000 บาทต่อปี

ในขณะที่พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 มีนโยบายชัดเจนในเรื่องนี้ ที่ให้ตรวจสอบเงินอุดหนุนของรัฐที่มีให้นักเรียนรายหัว ตลอดจนค่าอาหารกลางวัน และนมโรงเรียน รวมถึงคุณภาพทางการศึกษาด้วย เพื่อป้องกันการทุจริตของผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่บางแห่ง เพราะที่ผ่านมาหน่วยงานของรัฐตรวจพบการทุจริตในโรงเรียนบางแห่งเหล่านั้นว่ามีอยู่จริง ไม่ได้กล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานหรือมีอคติแต่อย่างใด และที่เลวร้ายมากขึ้นไปอีกก็คือ บางกรณียังเชื่อมโยงกับปัญหาความมั่นคงกล่าวคือมีการนำเงินที่เบียดบังไปจากเด็กและครูเหล่านั้นไปใช้ในการสนับสนุนขบวนการแบ่งแยกดินแดนในรูปแบบต่างๆ อีกด้วย แต่กระนั้นการตรวจสอบดังกล่าว ยังต้องให้กระทรวงศึกษาธิการ และ ส.ช.เป็นเจ้าภาพ โดยฝ่ายทหารเป็นหน่วยสนับสนุน เหล่านี้จึงเป็นการบ้านสำคัญของรัฐทุกภาคส่วน ตลอดจนภาคประชาชนในพื้นที่ชุมชน ที่จะต้องร่วมมือกันเข้ามาจัดการต่อผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่ ไม่ให้มีโอกาสในการเบียดบังผลประโยชน์ของเด็กนักเรียนซึ่งเป็นลูกหลานของคนในพื้นที่ ไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องในขบวนการที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติได้อีกต่อไป