ยูร เสรีรัตน์
k_yoon_w_c@hotmail.com

(ต่อ) กุหลาบ สายประดิษฐ์(ศรีบูรพา)

หนังสือพิมพ์ไทยใหม่มีนโยบายผลัดเปลี่ยนกันเป็นบรรณาธิการคนละ 1 ปี ดังนั้น เมื่อ กุหลาบ สายประดิษฐ์เป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยใหม่ครบปี ปีที่ 2 จึงให้สนิท เจริญรัฐ เป็นบรรณาธิการและได้ตีพิมพ์บทความเรื่อง“มนุษยภาพ” ของกุหลาบ สายประดิษฐ์ เป็นบทความที่เสนอความคิดในการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย แต่ผู้ถือหุ้นมีนโยบายไม่ให้มีการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล

กุหลาบ สายประดิษฐ์ กับคณะจึงพากันตบเท้าลาออก ถือว่าเป็นการลาออกทั้งคณะเป็นครั้งแรกที่โด่งดังมากในประวัติศาสตร์หนังสือพิมพ์ของไทย เป็นการลาออกด้วยความทระนงของคนหนุ่มวัย 20 ต้น ๆที่ยึดมั่นในความยุติธรรมและความถูกต้อง อันเป็นอุดมการณ์ของคณะสุภาพบุรุษที่ยึดถือกันเสมอมา

ในระหว่างนี้กุหลาบ สายประดิษฐ์ได้ใช้เวลาว่างเขียนทั้งเรื่องสั้น นวนิยายและบทความลงหนังสือพิมพ์ บทความที่ลงในหนังสือพิมพ์ศรีกรุง คือบทความเรื่อง “มนุษยภาพ” ที่เคยเขียนลงในหนังสือพิมพ์ไทยใหม่ บทความนี้ปรารถนาสร้างสรรค์ความเป็นธรรมให้กับสังคมและต่อต้านความอยุติธรรม ซึ่งเป็นบทความที่โดดเด่นชิ้นหนึ่งในวงการหนังสือพิมพ์ ทว่า บทความชิ้นนี้ทำให้หนังสือพิมพ์ศรีกรุงต้องถูกสั่งปิด แท่นพิมพ์ถูกล่ามโซ่

คณะสุภาพบุรุษที่ออกมาจากหนังสือพิมพ์ศรีกรุงได้ไปก่อตั้งหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ชื่อ “ผู้นำ” เป็นหนังสือพิมพ์เล็ก ๆ แต่ถือว่าพอมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในยุคนั้น โดยทองอิน บุณยเสนา นามปากกา“เวทางค์” นักเขียนและนักประพันธ์เพลงชื่อดัง เป็นบรรณาธิการ “เวทางค์”เป็นเพื่อนนักเขียนของกุหลาบ สายประดิษฐ์ ตั้งแต่ครั้งสมัยทำหนังสือพิมพ์เสนาศึกษาและแผ่วิทยาศาสตร์ผู้ออกทุนคือนายเทียน เหลียวรักวงศ์ เจ้าของโรงพิมพ์สยามพานิชการ จำกัด ซึ่งเป็นโรงพิมพ์เล็ก ๆ เช่นเดียวกัน เริ่มออกฉบับปฐมฤกษ์เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2475

ในเวลาต่อมากุหลาบ สายประดิษฐ์ได้เข้าประจำกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ศรีกรุง และ เขียนบทความทางการเมืองลงตีพิมพ์หลายชิ้น รวมทั้งเขียนบทความเรื่อง“มนุษยภาพ” ซึ่งเป็นบทความต่อเนื่องจากหนังสือพิมพ์ไทยใหม่และศรีกรุง

หม่อมเจ้าวรรณไวทยากร  วรวรรณ

ปี พ.ศ. 2475 หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ ซึ่งในภายหลังดำรงพระอิสริยยศเป็น พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ได้ออกหนังสือพิมพ์ประชาชาติ รายวัน มอบให้กุหลาบ สายประดิษฐ์เป็นบรรณาธิการ เกี่ยวกับเรื่องนี้สุภา ศิริมานนท์ นักเขียน นักแปลและนักหนังสือพิมพ์ ผู้แต่ง “วรรณสาส์นสำนึก” เป็น 1 ในหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน ได้เขียนบทความเรื่อง “ชีวิตและการต่อสู้ของกุหลาบ สายประดิษฐ์”ในโลกหนังสือ เมื่อปีพ.ศ. 2521 ว่า...

“...ในระยะนั้น “ท่านวรรณ”กำลังเฟื่องเปรื่องปราดมากในวิชาสาขาต่าง ๆ ทรงสนพระทัยในระบอบประชาธิปไตย ทรงเป็นนักภาษาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญและทรงมีความปรารถนาจะจัดตั้งหนังสือพิมพ์รายวันขึ้นสักฉบับหนึ่ง เพื่อแพร่ขยายความคิดและความรู้ตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย ออกไปสู่มหาชนตามพระกำลังและสติปัญญาของพระองค์

แต่การจัดตั้งหนังสือพิมพ์นั้น คงจะทรงเข้าพระทัยดีว่านอกจากตัวของพระองค์ท่านเองแล้ว ก็จำเป็นเหลือเกินที่จะได้คณะผู้ดำเนินการ ซึ่งเป็นที่นิยมของประชาชนคนอ่านด้วย จึงจะได้ และก็เพราะเงื่อนไขข้อนี้เองที่พระองค์จึงทรงเพ่งเล็งมาที่คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ และ “คณะสุภาพบุรุษ”ที่กำลังว่างอยู่

หลังจากการติดต่อระหว่าง “ท่านวรรณ”กับคุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ โดยมีเพื่อนของคุณกุหลาบ สายประดิษฐ์คนหนึ่งเป็นผู้เชื่อมโยง เพียงไม่กี่เดือนก็มีการจัดตั้งและออกจำหน่ายของหนังสือพิมพ์ประชาชาติ...”

หนังสือพิมพ์ประชาชาติมีสำนักงานแห่งแรกตั้งอยู่ที่โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจ ของพระยาศรีบัญชา แถวสี่กั๊กเสาชิงช้า ฉบับปฐมฤกษ์วางตลาดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2475 มีคำขวัญประจำหนังสือพิมพ์ว่า “บำเพ็ญกรณีย์ ไมตรีจิตต์ วิทยาคม อุดมสันติสุข” คณะผู้จัดทำส่วนใหญ่เป็นเพื่อนในคณะสุภาพบุรุษที่เคยร่วมงานกับกุหลาบ สายประดิษฐ์ ได้แก่ มาลัย ชูพินิจ, สนิท เจริญรัฐ, เฉวียง เศวตะทัต, โชติ แพร่พันธุ์ เป็นอาทิ

สุภา ศิริมานนท์

ในเวลาไม่นานนัก หนังสือพิมพ์ประชาชาติได้ย้ายไปตั้งสำนักงานใหม่เป็นของตนเองอยู่ใกล้สี่แยกหลานหลวง คณะผู้จัดทำล้วนเป็นนักประพันธ์ที่เริ่มมีชื่อเสียงแล้ว เปี่ยมด้วยความสามารถและชั้นเชิงในการเขียนที่ดึงดูดใจผู้อ่าน ทั้งคอลัมน์ บทความและความรู้ รวมทั้งด้านบันเทิงคดี ได้แก่ เรื่อง“ผู้ชนะสิบทิศ” ของ“ยาขอบ” “ข้างหลังภาพ” ของ“ศรีบูรพา” เป็นอาทิ จึงทำให้หนังสือพิมพ์ประชาชาติได้รับความนิยมจากผู้อ่านในเวลาอันรวดเร็ว ดังที่สุภา ศิริมานนท์เขียนไว้ในบทความชิ้นเดียวกันนี้ว่า...

“...ประการที่หนึ่ง หนังสือพิมพ์ “ประชาชาติ”จะเอาใจใส่ในข่าวเป็นพิเศษตามแบบอย่าง ของหนังสือพิมพ์ที่ปฏิวัติอยู่ในครรลองของหลักวิชา นั่นคือ สิ่งที่เป็นข่าวจะต้องสดเสมอ ประการที่สอง ข่าวของหนังสือพิมพ์“ประชาชาติ” จะไม่ใช้วิธีเขียนที่แห้งแล้งตามที่มักจะปรากฏอยู่ในหนังสือพิมพ์อื่น ๆ เวลานั้น แต่หากจะเป็นข่าวที่“สวย” ประกอบความสดด้วย วลีที่กล่าวว่า “ข่าวสวย” เป็นวลีใหม่และให้ความสำนึกอย่างใหม่ พร้อมกันในคราวเดียว มันก็แสดงให้รู้อยู่ในตัวว่า คณะผู้จัดทำเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติทางการประพันธ์อย่างเด่นชัด เพราะการเขียนข่าวสดให้สวยด้วยนั้น จะต้องอาศัยฝีมือทางการประพันธ์...”

หนังสือพิมพ์ประชาชาติมีจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องประชาธิปไตยและการยืนเคียงข้างประชาชน ผลที่ได้รับ คือถูกสั่งปิดถึงสองครั้ง เพราะบทความที่วิพากษ์วิจารณ์การเมืองในยุคนั้นนำเสนออย่างตรงไปตรงมา

อ่านย้อนหลัง

อ่านต่อนที่ 1 https://siamrath.co.th/n/44710
อ่านตอนที่ 2 https://siamrath.co.th/n/45419
อ่านตอนที่ 3https://siamrath.co.th/n/46335
อ่านตอนที่ 4 https://siamrath.co.th/n/47196
อ่านตอนที่ 5 https://siamrath.co.th/n/47952
อ่านตอนที่ 6 https://siamrath.co.th/n/48765
อ่านตอนที่ 7 https://siamrath.co.th/n/49495
อ่านตอนที่ 8 https://siamrath.co.th/n/49926
อ่านตอนที่ 9 https://siamrath.co.th/n/51013
อ่านตอนที่ 10 https://siamrath.co.th/n/51412
อ่านตอนที่ 11 https://siamrath.co.th/n/52315