สัปดาห์นี้ 'กนก กนธี' พาทุกคนร่วมทริปพิเศษลั้ลลาที่ดาลัด กระซิบรักกับบัตรเครดิตเคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจท่องเที่ยว ได้แก่ เวิลด์ เอ็กซ์พรอเร่อร์ และสายการบินไทย เวียด เจ็ท บินลัดฟ้าไปยังเมืองดาลัด ประเทศเวียดนาม สัมผัสอากาศแบบชิล ชิล ในเมืองสุดคลาสสิค ที่ถูกขนานนามว่า ปารีสตะวันออก จะสนุกสนานเพลิดเพลิน และน่าสนใจเพียงใด สามารถติดตามหาอ่านได้ในฉบับ

ชมปารีสแห่งตะวันออก

เช้าตรู่วันเดินทางพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อมุ่งหน้าสู่ เมืองดาลัด ประเทศเวียดนาม เมืองที่ได้ฉายาว่า ปารีสแห่งตะวันออก เพราะมีสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปที่งดงาม ประกอบกับเมืองดาลัด มีสภาพอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะกับการท่องเที่ยวสไตล์สบายๆ กับบรรยากาศสุดโรแมนติก ซึ่งใช้เวลาประมาณชั่วโมง กว่าๆ ก็ถึงจุดหมายปลายทาง ณ สนามบินเลียนคัง ท่ามกลางขุนเขาที่โอลล้อมรอบๆ ตัว

สายการบินไทย เวียด เจ็ท

ใช้เวลาไม่นานนักกับการผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง เพราะที่สนามบินเลียนคังค่อนข้างเล็ก มีเที่ยวบินลงประมาณวันละหนึ่งเที่ยวบิน เพราะฉะนั้นนอกจากคนไทยส่วนใหญ่ที่เดินทางมาท่องเที่ยวแล้ว ก็จะเป็นคนชาวเวียดนามด้วยกันที่เดินทางกลับประเทศตัวเอง ซึ่งใช้เวลประมาณสัก 20 นาทีทุกคนก็ออกมาพร้อมกันที่ชานชาลาของสนามบิน เพื่อเดินทางโดยรถบัส เตรียมมุ่งหน้าสู่จุดหมายแรก ณ น้ำตกดาตันดา ที่มีอายุกว่า 100 ปี

สนามบินเลียนคัง

ซึ่งก่อนจะถึงจุดหมาย คุณแคท ไกด์ท้องถิ่นได้เล่าถึงความงามตามธรรมชาติของ น้ำตกดาตันดา ที่มีอายุกว่า 100 ปี ว่า น้ำตกแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองดาลัดไปทางทิศใต้ประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นน้ำตกไม่ใหญ่มากนัก แต่มีความสวยงามและมีกิจกรรมต่าง ๆ ในนักท่องเที่ยวได้ทำกัน จึงไม่น่าแปลกใจนักที่น้ำตกดังกล่าวจะเป็นน้ำตกที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในดาลัด อีกทั้งสำหรับผู้ที่กำลังมองหาประสบการณ์สุดตื่นเต้นขอแนะนำให้ลองนั่งโรลเลอร์โคสเตอร์ ลงไปชมตัวน้ำตกกัน

โรลเลอร์โคสเตอร์

ผจญภัยในน้ำตกดาตันดา

ด้วยเหตุนี้เมื่อเดินทางมาถึง น้ำตกดาตันดา ทุกคนต่างไม่รีรอ เดินเข้าไปหาความสนุกที่สุดซึ่งแอบแฝงไว้อย่างเนียนๆ ด้วยการนั่ง โรลเลอร์โคสเตอร์ ซึ่งเป็นเครื่องเล่นในสวนสนุกที่ถูกยกนำมาใช้เป็นเส้นทางลงสู่น้ำตกดาตันตา สนนราคาค่าบริการไป และกลับคนละประมาณ 90 บาท โดยขาลงคนเล่นจะต้องเป็นผู้บังคับรถด้วยตัวเอง ส่วนขาขึ้นจะเป็นระบบไฟฟ้าดึงขึ้นมาแบบไม่ต้องออกแรง

น้ำตกดาตันดา

ทั้งนี้ โรลเลอร์โคสเตอร์ 1 คัน สามารถนั่งได้ 2 คน หรือจะนั่งคนเดียวหรือสองคนก็ได้แล้วแต่ความเหมาะสม โดยคนข้างหลังจะเป็นผู้บังคับคันโยกว่าจะให้รถหยุดหรือไป ซึ่งมีกฎเกณฑ์เพื่อความปลอดภัยของทุกคน จะต้องทิ้งระยะห่างจากคันหน้า ไม่ควรเซลฟี่จนลืมเพื่อร่วมทางที่อยู่ในรางเดียวกัน อีกทั้งจะต้องคาดเข็มขัดนิรภัย โดยความสนุกจะอยู่ที่ขาลง เพราะรถจะเคลื่อนที่เร็วตามแรงโน้มถ่วง บวกโค้งสุดเสียวเรียกเสียงกรี๊ดของผู้โดยสาร ใช้เวลาไปถึงสถานีปลายทางไม่ถึง 10 นาที โดยจะไปสิ้นสุดที่บริเวณน้ำตกดาตันตาพอดิบพอดี

 สถานีรถไฟดาลัด

ณ ที่แห่งนี้ ทุกคนจะเห็นภาพน้ำตกขนาดใหญ่ ปรากฏอยู่ตรงหน้า โดยที่หัวใจยังไม่หยุดเต้นรัวรัว โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปชมน้ำตกบริเวณด้านบนได้อย่างง่ายดาย ตามทางเดินที่ทำขึ้นมาใหม่แต่กลมกลืนไปกับธรรมชาติ ไปอ้าแขนยืนรับละอองน้ำ และรับฟังเสียงน้ำกระแทกหิน ดื่มด่ำกับธรรมชาติให้เต็มอิ่ม ซึ่งมากพอให้ที่จะให้ทุกคนหาจังหวะไร้ผู้คน ถ่ายภาพคู่ ถ่ายแบบเดี่ยวกับธรรมชาติอันสวยงาม ส่วนขาขึ้นไม่จำเป็นต้องคาดเข็มขัดนิรภัย เพราะรถจะถูกดึงขึ้นอย่างนุ่มนวลใช้เวลาไม่ถึ 5 นาทีเท่านั้น

ตระเวณชมเมืองดาลัด

หลังจากสนุกสนานไปกับนั่ง โรลเลอร์โคสเตอร์ชมน้ำตก เป็นที่เรียบร้อยก็ถึงเวลาที่จะชื่นชมกับความงามกับศิลปะอีกรูปแบบหนึ่งณ จุดหมายต่อไปที่ สถานีรถไฟดาลัด ซึ่งก่อสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2486 เป็นสถานีรถไฟขนาดเล็กที่มีความน่าสนใจอยู่ที่ เป็นรถไฟเครื่องจักรไอน้ำแบบดั้งเดิม ที่ยังต้องใช้ถ่านไม้ในการเผาไหม้ของเครื่องจักร โดยนักท่องเที่ยวสามารถดื่มด่ำกับประสบการณ์นั่งรถไฟเครื่องจักรไอน้ำผ่านพื้นที่ชนบทเป็นระยะทางราว 5 กิโลเมตร เข้าไปสู่หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Trai Mat โดยรถไฟเครื่องจักรไอน้ำนี้จะเปิดให้บริการเพียง 5 เที่ยวต่อวันเท่านั้น และจำต้องมีผู้โดยสารไม่น้อยกว่า 4-5 คน จึงจะสามารรถเปิดการเดินรถในแต่ละเที่ยวได้ ซึ่งในครั้งนี้ทุกคนได้แต่ชื่นชมกับความสวยงามของสถานที่แห่งนี้ก่อนจะเดินทางเข้าที่พัก ภายในโรงแรมสุดเก๋กลางเมือง ชื่อ Duparc Hotel ตกแต่งในสไตล์ฝรั่งเศสยุคโบราณ ไม่มีเครื่องปรับอากาศ เพราะอากาศที่นี่ดีตลอดทั้งปี มีลิฟต์แบบวินเทจใช้ขึ้นลงแทนบันได แบบชิคชิค

ภายใน สถานีรถไฟดาลัด

ก่อนจะถึงเวลาเดินทางไปอิ่มอร่อยกับเมนูปิ้งย่างกับบุฟเฟ่ต์บาบีคิวที่มีให้เลือกหลากหลาย ซึ่งทุกคนที่มาถึงเมืองดาลัดจะต้องไม่พลาดกับร้านที่ชื่อว่า คิงส์ บาบีคิว รวมไปถึงสถานที่เดินย่อยอาหาร ณ ตลาดไนท์บาร์ซ่า ดาลัด ที่เป็นถนนคนเดิน ริมถนนเส้นล่างด้านหน้าตลาดดาลัด มีพ่อค้าแม่ค้ามาขายของ มีสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งเสื้อผ้า ของประดับและของกิน ปกติก็จะมีพ่อค้าแม่ค้ามากางเสื่อปูพื้นขายของสารพัดในยามค่ำคืน ดังนั้นจึงเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า ไนท์มาเก็ต เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่ดึงดูดผู้คนมาจากทั่วสารทิศ ตลาดกลางคืนแห่งนี้จะเปิดขายทุกคืน และจะคึกคักเป็นอย่างยิ่งในช่วงเทศกาล มีทั้งสินค้ามือหนึ่ง,มือสอง หลากหลายประเภท อีกทั้งยังมีของฝากงานหัตถกรรม ของกิน ของใช้มากมายให้เลือกเดินเลือกซื้อกันอีกด้วย รวมไปถึงมีร้านขายอาหารริมถนน มีจักรยานให้เช่าปั่นเล่น รวมทั้ง ศิลปินมารับวาดรูปเหมือน และเขียนหนังสือภาษาเวียดนาม อีกด้วย

 Duparc Hotel

แม้ว่าดาลัดจะเป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ แต่เสน่ห์ของเมือง ๆ นี้ไม่ได้เล็กตามไปด้วย เพราะฉะนั้นถ้าหากใครกำลังมองหาที่พักผ่อนสบาย ๆ ท่องเที่ยวไปท่ามกลางกลิ่นอายของธรรมชาติที่อบอวลด้วยบรรยากาศโรแมนติก ร่วมกับคนรัก ครอบครัว หรือเพื่อน ๆ เมืองดาลัด ประเทศเวียดนาม น่าจะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ดีไม่น้อยทีเดียว

 ตลาดไนท์บาร์ซ่า ดาลัด

ส่วนสัปดาห์หน้า 'กนก กนธี' ยังคงวนเวียนใจกลางเมืองดาลัด ประเทศเวียดนาม พร้อมพาไปเพลิดเพลินใจกับการชมทุ่งดอกไฮเดรนเยียที่กำลังเบ่งบานรับลมหนาว พร้อมดื่มดำกับกาแฟเวียดนามหอมกรุ่นที่โดฮา คาเฟ่ และอีกหลากหลายมุมที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถติดตามหาอ่านได้ในคอลัมน์ สะพายกล้องท่องโลก ของหนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ที่เดียวเท่านั้น ส่วนผู้ที่สนใจติดตามแคมเปญการตลาดด้านการท่องเที่ยว ได้ที่ www.ktcworld.co.th เฟสบุ๊ค ktcworld หรือ KTC Line Official หรือติดต่อ KTC World Travel Service โทร.0-2 123- 5050

กนก กนธี

siamtravel58@gmail.com