หนึ่งใจ บูโอโน่ ร่วมมือ ผลิตน้ำหมักรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อใช้ประโยชน์จากขยะเหลือทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม ให้เกิดเป็นวัสดุบำรุงดิน

ศูนย์ “หนึ่งใจ...ช่วยเหลือเกษตรกร” มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ โครงการตามพระดำริฯ มีวัตถุประสงค์ช่วยเหลือเกษตรกร ให้เกิดเป็นรูปธรรมมากที่สุด เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกร และรักษ์สิ่งแวดล้อม ตามแนวพระราชดำริ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และดำเนินกิจกรรม ตามแนวทางพระราชทาน ภายใต้ร่มพระบารมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ที่ทรงมีพระเมตตา พระราชทานโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และแก้ไขปัญหาปัญหาให้แก่ประชาชน ซึ่ง ศูนย์ “หนึ่งใจ...ช่วยเหลือเกษตรกร” มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ฯ ได้น้อมนำแนวทางการทำงานพระราชทานนี้ เป็นปณิธานในการปฏิบัติงานเพื่อพี่น้องประชาชนตลอดมา

โครงการ “หนึ่งใจ บูโอโน่ ผลิตน้ำหมักรักษ์สิ่งแวดล้อม” กิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ตามแนวทางพระราชทานในรัชกาลที่ 10 ตามพระราโชบายโดยมีต้นแบบ คือ โครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” นั้น เป็นโครงการที่มีเป้าหมายในการนำสิ่งเหลือใช้จากกระบวนการผลิตของ บริษัท บูโอโน่ ประเทศไทย จำกัด มาศึกษาวิจัยและพัฒนา ให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า คือน้ำหมักชีวภาพ สำหรับการปลูกพืชผักของบุคลากรบริษัท ประชาชนบริเวณใกล้เคียง และ ประชาชนทั่วไป เกิดประโยชน์แก่สังคม ลดการเกิดขยะ การกำจัดขยะที่อาจก่อมลพิษภายหลังการกำจัด เป็นการน้อมนำ ตามแนวทางพระราชดำริหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาใช้ในการทำงานและการดำรงชีวิต ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม เกิดผลจริง ก่อเกิดการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพที่มีความสุข

ภายใต้ร่มพระบารมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ด้วยทรงห่วงใยและทรงคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของประชาชนเป็นสำคัญ พระองค์มีพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะทำให้ประเทศชาติมั่นคงและประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยมีพระราชประสงค์ที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และแนวพระราชดำริต่างๆ ในบำบัดทุกข์และบำรุงสุขให้ประชาชนและพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัววชิราลงกรณ์ บดินทรเทพ ทรงมีพระเมตตา พระราชทานโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ให้ประชาชนชาวไทย โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยราชการในพระองค์ ร่วมกับหน่วยราชการต่างๆ และประชาชน ทุกหมู่เหล่าที่มีจิตอาสา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และแก้ไขปัญหาปัญหาให้แก่ประชาชน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้แก่ พสกนิกรชาวไทยทุกภาคส่วน ดังนั้นหากการศึกษาวิจัยและพัฒนาแล้ว ได้ผลดี จะได้ต่อยอดโครงการนี้เพื่อเป็นประโยชน์แก่สาธารณะ อาทิ เผยแพร่ขั้นตอนและสูตรน้ำหมักชีวภาพ การผลิตน้ำหมักชีวภาพ เพื่อสาธารณประโยชน์ต่อไป

บริษัท บูโอโน่ ประเทศไทย จำกัด ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2545 ดำเนินธุรกิจด้านอาหาร เป็นต้นตำรับไอศกรีมสูตรอิตาเลี่ยนแท้ และโมจิไอศกรีมคุณภาพส่งออก คลาดหลักเป็นการส่งออก รวมทั้งมีบริการจัดส่งถึงบ้านภายในประเทศด้วย ในอดีตที่ริเริ่มการส่งออก เพื่อขยายตลาดให้สินค้าเป็นที่รู้จักทั่วทุกมุมโลก อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตรและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าได้เป็นอย่างดี ทางบริษัทจึงเริ่มส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นที่แรก พบว่ากระแสตอบรับดีเกินคาด อีกทั้งยังได้รับคำชื่นชมถึงรสชาติและเทคโนโลยีในการผลิตที่มีประสิทธิภาพผ่านทางเว็บไซต์และ Online community ของนักชิมต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างกว้างขวาง ได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก ต่อมามีการขยายตลาดกลุ่มใหม่เพิ่มเติม ไปอีกมากมาย อาทิในแถบประเทศสหภาพยุโรปและสแกนดิเนเวีย เพื่อให้สินค้าเป็นที่รู้จักในตลาดมากขึ้น ในฐานะคนไทย ผลิตภัณฑ์นานาชนิด จาก บริษัท บูโอโน่ ประเทศไทย จำกัด จึงเป็นการนำเงินตราเข้าประเทศ ส่งเสริมเศรษฐกิจภายในประเทศ สร้างอาชีพแก่คนไทยจำนวนมาก และยังประกาศให้ชาวโลกได้ทราบว่า ผลิตภัณฑ์จากการเกษตรที่เป็นจุดเริ่มต้นของการผลิต ฝีมือคนไทยด้านอาหาร ทั้งคุณภาพและรสชาติ อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลกทีเดียว ทำให้กลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้สัมผัสถึงนวัตกรรมด้านอาหาร และความอร่อยใหม่ ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เลย

รศ.ดร.จุรีย์รัตน์ ลีสมิทธิ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์ "หนึ่งใจ...ช่วยเหลือเกษตรกร" มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ฯ กล่าวว่า โครงการ “หนึ่งใจ บูโอโน่ ผลิตน้ำหมักรักษ์สิ่งแวดล้อม” ได้ทดลองนำของเหลือจากการผลิตไอศครีมและโมจิ มาผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพ สูตรต่างๆ จากนั้นศึกษาผลต่อการเจริญ ของตัวอย่างผัก 4 ชนิด ได้แก่ ผักเบบี้คอส ผักสลัดแดง โหระพา และ กระเพรา ทั้งการวิเคราะห์คุณสมบัติของน้ำหมักชีวภาพ ด้านปฐพีวิทยา โดยห้องปฏิบัติการปฐพีวิทยา คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และการวัดการเจริญของผักในแปลงทดลอง เปรียบเทียบกับการทกลองคุม ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์กรมพัฒนาที่ดิน สนับสนุนนักวิชาการ ชำนาญการพิเศษได้แก่ คุณสกล ผ่านเมือง และพื้นที่ภายในสำนักพัฒนาที่ดิน จังหวัดปทุมธานี เพื่อใช้เป็นแปลงทดลอง

ผลการทดลองพบว่า น้ำหมีกชีวภาพที่ผลิตจากของเหลือจากการผลิตไอศรีม มีคุณสมบัติเป็นวัสดุบำรุงดิน และส่งเสริมการเจริญเติบโต ของผักทั้ง 4 ชนิด อย่างเด่นชัด สูตรน้ำหมักคุณภาพนี้ ผลิตโดย วัสดุไอศกรีมละลายน้ำจากบริษัทฯ 40 ลิตร สัปปะรด 10 กิโลกรัม กากน้ำตาล 5 กิโลกรัม น้ำเปล่า 5 ลิตร จุลินทรีย์ ซุปเปอร์ พด.2 จำนวน 1 ซอง หมักไว้นาน 30-45 วัน กรองเก็บใส่ภาชนะมิดชิด ใช้น้ำหมักชีวภาพรดพืช ทุกๆ 7 วัน โดยใช้น้ำหมักชีวภาพผสมน้ำเปล่า ในอัตรา 1:1,000 ส่วน ผลการวิจัยทดลองครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า สิ่งของเหลือทิ้งจากกระบวนการอุตสาหกรรม ปกติต้องนำไปผ่านกระบวนการกำจัดตามกฎหมายด้านโรงงานและสิ่งแวดล้อม แต่หากเรานำมาผ่านการระบวนการผลิตน้ำหมักชีวภาพ จะเป็นการช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และสร้างประโยชน์ให้แก่เกษตรกรและประชาชนทั่วไป ลดการใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง ที่อาจจะก่อปัญหาอีกมากมายในอนาคต

รศ.ดร.จุรีย์รัตน์ ลีสมิทธิ์ กล่าวสรุปว่า โครงการนี้ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้ประโยชน์จากสิ่งเหลือใช้ ที่นอกจากช่วยลดงบประมาณในการกำจัดขยะโรงงานแล้ว ยังจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการใช้ปุ๋ย ส่งเสริมการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากโรงงานอุตสาหกรรมหรือผู้ผลิต ร่วมมือกันใช้การบริหารจัดการสิ่งเหลือใช้ จะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมอย่างยิ่ง

ผู้สนใจสามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ “หนึ่งใจ...ช่วยเหลือเกษตรกร” มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ฯ สำนักงานคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม 73140 อีเมล์ molku@ku.ac.th ไลน์ไอดี ajmaew