สถาพร ศรีสัจจัง

 “วีระศักดิ์ ยอดระบำ” ที่ผู้จัดพิมพ์หนังสือ “เมล็ดเล็กๆมีต้นไม้ใหญ่อยู่ข้างใน” ให้ฐานะว่าเป็น “กวีนักปฏิวัติผู้ปลูกพืชพันธุ์อิสระแห่งแผ่นดิน” เขียนถึงตนเองไว้อย่างน่าสนใจในบทที่ “สุวิชานนท์ รัตนพิมล” ผู้ทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการเล่ม นำมาเป็น “คำนำทาง” ของหนังสือเล่มนี้ตอนหนึ่งว่า :

“ผมคือการงอกของเมล็ดที่พยายามพัดพาตนไปจากผิวคอนกรีต เพื่อลงสู่ผืนดิน คือเมล็ดหญ้าที่บังเอิญรอดพ้นจากยาคุมหญ้า อาศัยแรงลมปลิวไปตกอยู่ในซอกหลืบของขุนเขา”
             
ประโยค “เมล็ดหญ้า ที่บังเอิญรอดพ้นจากยาคุมหญ้า” ช่างแหลมคม และ ฉายชัดยุคสมัย เช่นเดียวกับที่เขาเคยเขียนถึงตัวเองไว้ในบทกวีบางชิ้นในหนังสือรวมบทกวีเล่มก่อน “นกเถื่อนเท่านั้นที่รู้ว่าฤดูใบไม้ผลิยังจะมา” ที่ว่า :
             
“ มนุษย์
           
  จะมีชีวิตอยู่
             
บนความเชื่อของคนอื่นได้อย่างไร
             
เหมือนต้นไม้ต้นหญ้า
             
ยอดที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
             
รับแสงตะวัน
             
 ฉันคือคน
             
 ความเป็นคน
               
พืชพันธุ์อิสระแห่งแผ่นดิน”
            
และใน “คำนำสำนักพิมพ์” ที่เขียนโดย “เจน สงสมพันธุ์” เจ้าของสำนักพิมพ์นาคร พี่ชายแท้ๆของ “กนกพงศ์  สงสมพันธุ์” มีความน่าสนใจที่ชี้ถึงทัศนะของวีระศักดิ์  ยอดระบำ ซึ่งปรากฏ เป็นเนื้อหาหลักที่คลุมทาบอยู่ในหนังสือรวมบทกวีชุด “เมล็ดเล็กๆฯ” ทั้งหมด ตอนหนึ่งว่า :
               
“เพราะบทกวี” นกเถื่อนเท่านั้นที่รู้ว่าฤดูใบไม้ผลิยังจะมา “ทำให้ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ดั้นด้นไปหาวีระศักดิ์ ยอดระบำ ถึงบ้านที่แม่น้ำเงา...
                 
กลับมาจากแม่เงา-กนกพงศ์คุยให้ฟังว่า..วีระศักดิ์ บอกว่าโลกไม่ได้ร้อนขึ้น ฝนยังเท่าเดิม น้ำในโลกไม่ได้หายไปไหน มนุษย์ต่างหากที่แห้งแล้งและร้อนรุ่ม เพราะจิตวิญญาณมนุษย์เป็นจักรกลไปหมดแล้ว มนุษย์คิดถึงแต่อำนาจเงิน แข่งขัน เอาชนะ สงคราม มักใหญ่ไฝ่สูง
                 
เราจะปกป้องมนุษย์ไว้ได้ต้องปกป้องธรรมชาติ ไม่ใช่ปกป้องตนเอง ภัยของโลกคือมนุษย์นี่แหละ ควรหยุดทำลายโลกด้วยความหลงผิด
                 
ผู้นำของเราตกใจกับเรื่องหุ้นตก อัตราดอกเบี้ย การส่งออก ซึ่งล้วนแต่สมมุติ กำหนดขึ้นมาใหม่ แต่ไม่ตกใจกับเรื่องการล้มหายตายจากของเมล็ดพันธุ์...”
                
นี่คือ “ความจริง” ของกวีนักปฏิวัตินาม วีระศักดิ์ ยอดระบำ บิดาผู้เพาะสร้างเมล็ดพันธุ์อย่าง “เด็กหญิงต้นข้าว” ผู้เคยมาสร้างความตะลึงลานให้ผู้คนในรายการ “คนค้นคน” ของ “เช็ค” สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ เมื่อหลายปีก่อน แล้วจากไปเหมือนดาวหางที่วาบฟ้าแล้วร้างลาวูบหาย เหมือนผู้เป็นพ่อที่เพิ่งลาโลกแล้งจากตามไปเมื่อไม่เนิ่นนาน.. ทิ้งเหลือไว้เพียงความทรงจำอันงดงามในรูปรอยแห่งบทกวี ทั้งในเล่ม “นกเถื่อนฯ” “เมล็ดเล็กๆฯ” (เล่มที่ยังวางแผง) และงานที่กระจัดกระจายรวมถึงที่ยังสืบค้นไม่พบ
               
ลองพิจารณาดูบทกวีช่วงท้ายๆของชีวิต(เขียนเมื่อเดือนมกราคม ขณะที่วีระศักดิ์ฯเสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2561)ของเขาในบทที่ชื่อ “เพลงสุดท้าย” สักครึ่งบท :
                 
“...ทุกๆวันการงานเสร็จสมบูรณ์แล้ว
                  
ทุกวันงดงามที่สุด
                 
วันนี้คืออนาคต
                 
 พรุ่งนี้คือวันนี้
                   
ไม่รอคอย ไม่ทวงถาม(อะไรจากใคร)
                   
รูปและจิต ยังดำรงอยู่
                   
แต่จบสงบแล้ว...”
                 
นี่คือ วีระศักดิ์ ยอดระยำ นี่คือกวีนักปฏิวัติ นี่คือ “เมล็ดเล็กเล็กมีต้นไม้ใหญ่อยู่ข้างใน” และ นี่คือหนังสือบทกวีอันทรงคุณค่ายิ่งแห่งยุคสมัย!