เลขาธิการส.ป.ก. เผยแก้ระเบียบอนุญาตให้วัดใช้ประโยชน์ที่ดินส.ป.ก.โดยวัดเป็นผู้ยื่นขอใช้ที่ดิน ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ต้องเป็นผู้ยื่นขอการใช้ที่ดินของสำนักสงฆ์ ตามพระวินิจฉัยของสมเด็จพระสังฆราช ให้ที่ดินของวัดต้องถูกกฎหมายและเกิดประโยชน์ต่อท้องถิ่น ส่วนสิ้นเดือนนี้รู้ผลเอกซเรย์ บุกรุกที่ดินส.ป.ก.ทั่วประเทศ พบถือครองไม่ตรงคุณสมบัติเกษตรกร ยื่นรมว.เกษตรฯ เซ็นยึดคืนทันที

วันนี้ (14 พ.ย.61) นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยถึงกรณีที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชมีพระวินิจฉัยให้ส.ป.ก. ร่วมกับมหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติพิจารณาการใช้ดินของส.ป.ก. ตั้งเป็นวัดและสำนักสงฆ์ โดยให้เป็นไปตามกฎหมาย มีความเหมาะสม และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในท้องถิ่นนั้น ล่าสุดส.ป.ก. ได้แก้ไขระเบียบอนุญาตให้วัดใช้ประโยชน์ที่ดินโดยกำหนดให้ วัดเป็นผู้ยื่นขอใช้ที่ดินของวัด ส่วนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นผู้ยื่นขอการใช้ที่ดินของสำนักสงฆ์ ซึ่งเขตสังฆาวาสนั้น ส.ป.ก. จะพิจารณาอนุญาตตามความจำเป็น แต่ไม่เกิน 100 ไร่ พุทธอุทยานจะพิจารณาตามความจำเป็น แต่ไม่เกิน 1,000 ไร่ ในกรณีที่ขอมาเกินกว่าที่กำหนดจะต้องพิจารณาตามความจำเป็น รวมทั้งผลกระทบทางด้านสังคม สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ และการใช้ประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น ทั้งนี้ในการขออนุญาตต้องจัดทำผัง รูปแผนที่ที่กำหนดชัดเจนว่า ส่วนใดเป็นสังฆาวาส เขตพุทธอุทยาน และเขตที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยระบุด้วยว่า ใช้ประโยชน์อย่างไร ส่วนกรณีที่มีการปลูกป่าต้องระบุว่า เป็นไม้ประเภทหวงห้ามตามกฎหมายป่าไม้อย่างชัดเจน เมื่อยื่นขออนุญาตมาแล้ว ทางส.ป.ก. จะนำเสนอมหาเถรสมาคมเพื่อวินิจฉัยให้ความเห็นประกอบ ก่อนนำเสนอคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพิจารณาเพื่ออนุญาตตามความเหมาะสมต่อไป

เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่า ความคืบหน้าการตรวจสอบการเอกชนรายใหญ่ครอบครองที่ดินแปลงศูนย์เรียนรู้ฟ้าประทานและไร่ฟลอร่า พาร์ค ที่อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมาว่า ได้ให้ปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรวจสอบโดยละเอียดทั้งคุณสมบัติของผู้ครอบครองซึ่งตามกฎหมายต้องเป็นเกษตรกรหรือผู้ยากไร้ การใช้ประโยชน์ที่ดินซึ่งต้องใช้ทำเกษตรกรรมหรือกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน ทั้งนี้ปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมาได้ติดประกาศแจ้งผู้ครอบครองให้มาชี้แจงแล้ว โดยผู้ครอบครองได้ทำหนังสือขอเลื่อนการเข้าชี้แจงโต้แย้งออกไป 30 วัน โดยจะต้องมาภายในวันที่ 6 ธันวาคมซึ่งได้อนุมัติให้เลื่อนได้ตามกฎหมายปกครอง สำหรับรีสอร์ทที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในอำเภอวังน้ำเขียว ได้สั่งการให้ตรวจสอบทั้งหมด หากอยู่ในที่ดินส.ป.ก. แล้วพบว่า ใช้ประโยชน์ในที่ดินผิดวัตถุประสงค์ รวมทั้งมีการซื้อขายเปลี่ยนมือหรือไม่ รวมทั้งให้ตรวจสอบการครอบครองที่ดินส.ป.ก. ทั่วประเทศอย่างละเอียด โดยกำหนดให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนนี้ ตามคำสั่งนายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรฯหากพบว่า ไม่เป็นไปตามพ.ร.บ. การปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมจะนำเสนอรมว.เกษตรฯเพื่อพิจารณาดำเนินการดำเนินการทางกฎหมาย ทั้งยึดคืนและอาจรวมถึงฟ้องร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการใช้ที่ดินที่เป็นของรัฐ

นายวิณะโรจน์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ดินสวนส้มในอำเภอฝางและแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ 5,900 ไร่ซึ่งเป็นที่ดินยึดคืนจากผู้ประกอบการสวนส้มรายใหญ่ 3 รายคือ สวนส้มธนาธร สวนส้มเชียงใหม่มิตรเกษตร และสวนส้มอมรมิตร ตามมาตรา 44 นั้น นายวิณโรจน์กล่าวว่า ทางคณะกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด (คทช.) ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานได้คัดสรรเกษตรกรและผู้ยากไร้เพื่อเข้าทำกิน โดยคัดสรรผู้มีคุณสมบัติได้แล้ว 300 คนและสำรองไว้ 64 คน ส่วนจะมีลูกจ้างของผู้ประกอบการสวนส้มซึ่งยื่นขอเข้าทำกินในพื้นที่ดังกล่าวจำนวน 97 รายได้รับสิทธิด้วยหรือไม่นั้น ตนยังไม่ทราบ เป็นการพิจารณาของคทช. จังหวัด หากรายใดมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดก็อาจได้รับการพิจารณาให้เข้าทำกิน แต่ยังไม่ได้จัดว่า รายใดเข้าจะเข้าใช้ประโยชน์ในแปลงไหน ทั้งนี้เมื่อทางคทช.จังหวัดจัดสรรเรียบร้อยแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงเกษตรฯ และส.ป.ก. ที่จะเข้าไปพัฒนาอาชีพ โดยต้นส้มที่มีอายุมากแล้วจะโค่นทิ้งแล้วส่งเสริมอาชีพเกษตรอื่น ทั้งนี้การเข้าทำประโยชน์จะให้ทำในลักษณะแปลงรวม เป็นกลุ่มเกษตรกรเพื่อให้มีความเข้มแข็งในการประกอบอาชีพ