พระธาตุประจำปีเกิด 12 ปีนักษัตร (1)

พระธาตุ หรือ พระธาตุเจดีย์ คือ สถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อันถือเป็นสัญลักษณ์แทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นสัญลักษณ์ที่ดำรงอยู่คู่กับพุทธศาสนามาช้านานนับร้อยนับพันปี

ในสังคมไทยเราซึ่งเป็นชาวพุทธ ก็ยังคงยึดคติความเชื่อโบราณที่สืบทอดกันมาเรื่องปีนักษัตรที่สัมพันธ์กับปีเกิดโดยกำหนดด้วยสัญลักษณ์เป็นสัตว์ประจำปีเกิด ที่เรียกว่า “12 นักษัตร” อันประกอบด้วย ปีชวด ฉลู ขาล เถาะ มะโรง มะเส็ง มะเมีย มะแม วอก ระกา จอ และ กุน และใน 12 ปีนักษัตรนี้ ยังมีความสัมพันธ์กับคติการบูชาพระธาตุ โดยเชื่อกันว่าการได้นมัสการพระธาตุเจดีย์ประจำปีเกิดในครั้งหนึ่งของชีวิต นอกจากจะเป็นกุศลผลบุญอันยิ่งใหญ่แล้ว ยังเกิดความสิริมงคลสูงสุดต่อการดำเนินชีวิต ดังจะเห็นได้จากประเพณีการชุธาตุหรือการไหว้พระธาตุประจำปีเกิด ซึ่งเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีที่ได้อนุรักษ์และสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน ทีนี้มาดูกันว่า ในแต่ละปีนักษัตร ควรไปกราบนมัสการพระธาตุที่ไหน เพื่อเสริมดวงชะตาราศี ...

ปีชวด :พระธาตุศรีจอมทอง จ.เชียงใหม่ 

วัดพระธาตุศรีจอมทอง วัดสำคัญคู่เมืองจอมทอง ตั้งอยู่ ถ.เชียงใหม่-ฮอด หมู่ 2 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 58 กิโลเมตร เป็นสถานที่ประดิษฐานของ ‘พระทิกขิณโมฬีธาตุ’  (กระดูกกระหม่อมด้านขวา) ตามประวัติกล่าวไว้ว่า พระเจ้าอโศกมหาราชทรงอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่ดอยจอมทอง ตั้งแต่ปี พ.ศ.218 ปัจจุบันบรรจุไว้ในพระโกศ 5 ชั้น ภายในพระวิหารจตุรมุข มีความพิเศษกว่าพระธาตุทุกองค์ คือ เป็นพระบรมธาตุเพียงแห่งเดียวที่สามารถสักการะและสรงน้ำได้โดยตรง และสามารถเห็นองค์พระบรมสารีริกธาตุได้

พระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง

ปีฉลู :พระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง 
วัดพระธาตุลำปางหลวง วัดคู่บ้านคู่เมืองลำปาง และเป็นวัดไม้ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ตั้งอยู่ ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา ห่างจากตัวเมืองลำปางไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 18 กิโลเมตร ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อสมัยพุทธกาลองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระเถระ 3 รูป ได้เสด็จจาริกไปตามบ้านเมืองต่างๆ จนถึงบ้านสัมภะการีวัน (บ้านลำปางหลวง) พระพุทธองค์ทรงประทับเหนือดอยม่อนน้อย มีชาวลัวะชื่อ ลัวะอ้ายกอน เกิดความเลื่อมใส ได้นำน้ำผึ้งบรรจุกระบอกไม้ป้างมะพร้าวและมะตูมมาถวาย พระพุทธองค์ฉันน้ำผึ้งแล้วทิ้งกระบอกไปทางทิศเหนือ แล้วทรงพยากรณ์ว่า สถานที่แห่งนี้ต่อไปจะมีชื่อว่า ‘ลัมพกัปปะนคร’ จากนั้นทรงลูบพระเศียรได้พระเกศามาหนึ่งเส้น มอบให้แก่ลัวะอ้ายกอน ลัวะอ้ายกอนได้นำ ‘พระเกศา’ บรรจุในผอบทองคำใส่ลงในอุโมงค์ พร้อมถวายแก้วแหวนเงินทอง แล้วแต่งยนต์ผัด (ยนต์หมุน) รักษาไว้ จากนั้นถมดินให้เรียบก่อเป็นพระเจดีย์สูงเจ็ดศอกเหนืออุโมงค์ ต่อมากษัตริย์หลายพระองค์ได้ทำการบูรณะซ่อมแซมสืบมา

พระธาตุช่อแฮ จ.แพร่

ปีขาล :พระธาตุช่อแฮ จ.แพร่ 
วัดพระธาตุช่อแฮ เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่ ตั้งอยู่ ถ.ช่อแฮ ต.ช่อแฮ อ.เมือง ซึ่งตำนานกล่าวว่า ขุนลัวะอ้ายก๊อมเป็นผู้สร้าง ปรากฏหลักฐานการบูรณะปฏิสังขรณ์ระหว่างปี พ.ศ.1879-1881 ในสมัยพระมหาธรรมราชา (ลิไท) เมื่อครั้งยังทรงเป็นพระมหาอุปราชครองเมืองศรีสัชนาลัย เป็นที่ประดิษฐาน ‘พระเกศาและพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้าย’ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน

ปีเถาะ : พระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน 
วัดพระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่บ้านหนองเต่า ต.ม่วงตี๊ด อ.ภูเพียง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร ตามตำนานกล่าวว่า พระพุทธองค์ได้เสด็จมาประทับสรงน้ำที่ริมฝั่งแม่น้ำน่านทางทิศตะวันออกที่บ้านห้วยไค้ และเสวย ‘ผลสมอแห้ง’ ซึ่งพระยามลราชนำมาถวาย แต่ผลสมอนั้นแห้งมาก พระพุทธองค์จึงทรงนำไปแช่น้ำก่อนเสวย และทรงพยากรณ์ว่า ต่อไปที่นี่จะมีผู้นำพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐาน อันเป็นที่มาของชื่อวัด ตามพงศาวดารเมืองน่านกล่าวว่า พระยาการเมือง เจ้านครน่าน เป็นผู้สร้างวัดพระธาตุแช่แห้ง  เพื่อเป็นที่ประดิษฐาน ‘พระมหาชินธาตุเจ้า 7 พระองค์’ พระพิมพ์เงิน และพระพิมพ์ทอง ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหาธรรมราชา (ลิไท) เมื่อครั้งที่เสด็จไปช่วยสร้างวัดหลวงอภัย (วัดป่ามะม่วง จังหวัดสุโขทัยในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นไปตามพุทธพยากรณ์

พระธาตุวัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่

ปีมะโรง : พระธาตุวัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่ 
วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ตั้งอยู่ในบริเวณคูเมืองเชียงใหม่ ถ.สามล้าน ต.พระสิงห์ อ.เมือง เป็นประดิษฐาน “พระสิงห์ (พระพุทธสิหิงค์)” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่และแผ่นดินล้านนา เป็นแหล่งรวมศิลปกรรมแบบล้านนา ตามประวัติกล่าวว่า พระเจ้าผายู กษัตริย์องค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์มังราย ทรงโปรดฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.1888 พร้อมสร้างพระเจดีย์สูง 24 ศอก เพื่อบรรจุอัฐิของพระราชบิดา ต่อมาในสมัยครูบาศรีวิชัยราวปี พ.ศ.2469 ได้บูรณะขึ้นใหม่ให้มีขนาดสูงใหญ่ขึ้น เพื่อบรรจุ ‘พระบรมสารีริกธาตุ’ ที่พระมหาสุมนเถระนำมาจากทวีปลังกา 

เจดีย์พุทธคยา วัดเจดีย์เจ็ดยอด จ.เชียงใหม่

ปีมะเส็ง: เจดีย์พุทธคยา หรือ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ วัดเจดีย์เจ็ดยอด จ.เชียงใหม่

วัดเจดีย์เจ็ดยอด หรือ วัดโพธารามมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง ตามประวัติกล่าวว่า พระเจ้าติโลกราช กษัตริย์องค์ที่ 11 แห่งราชวงศ์เม็งราย ทรงโปรดฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1998 เพื่อเป็นพุทธสถานอันเป็นที่อยู่ของ ‘ต้นศรีมหาโพธิ์’ อันเป็นที่มาของชื่อวัด และสร้าง ‘พระเจดีย์เจ็ดยอด’ เป็นเจดีย์ประธานยอดปรางค์แบบพุทธคยา ก่อด้วยศิลาแลงประดับลวดลายปูนปั้น ซึ่งเป็นสถานที่สังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 8 ของโลก และเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2020 ปัจจุบันเจดีย์เจ็ดยอดหักพังไปเกือบหมด
จบไป 6 ปีนักษัตร ฉบับหน้ามาต่อกันอีก 6 ปีนักษัตรที่เหลือ ครับผม

โดย ราม วัชรประดิษฐ์