การย้ายพรรค ทิ้งบ้านหลังเก่า แล้วย้ายไปอยู่บ้านใหม่ ของบรรดานักการเมือง อดีตส.ส.จากพรรคการเมืองต่างๆ ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นพรรคเล็กหรือพรรคการเมืองใหญ่ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ กฎกติกาใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ทำให้แต่ละพรรค ต่างต้องเร่งปรับตัวเพื่อ “หนีตาย” กันเป็นทิวแถว

และอีกสาเหตุหนึ่งย่อมมาจาก “ปัญหาภายใน” ที่เกิดขึ้นในแต่ละพรรคนั้นๆว่าจะรุนแรง มากน้อยแค่ไหน เพราะอดีตส.ส.แต่ละคน แต่ละกลุ่มก๊วน ต่างถือ “เดิมพัน” เอาไว้ในมือที่แตกต่างกัน

ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าทุกพรรคมีการเปิดตัว เปิดหน้า “ผู้เล่น” ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ที่ต่างหมุนเวียน เปลี่ยนกันลงมาเล่นทั้งนามพรรคเดิม ไปจนถึงย้ายพรรค ย้ายขั้วสร้างความฮือฮากันมาแล้ว และมีแนวโน้มว่า บรรยากาศในลักษณะดังกล่าวนี้จะยังดำเนินต่อไป จนกว่าจะถึงวันที่ 24 พ.ย.นี้ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายที่ให้ผู้สมัคร สังกัดพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้งเป็นเวลา 90 วัน หากยังคงยึดกรอบวันเวลาเดิมเอาไว้ที่ 24 ก.พ.2562

ทั้งนี้การออกมาระบุถึงวันเลือกตั้งทั้งจากฝ่ายที่จัดการเลือกตั้งอย่าง “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” หรือกกต.และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เอาไว้วันที่ 24 ก.พ.2562 นั้นส่งผลทำให้เกิดการ “จัดแถว” สำหรับนักการเมืองที่ต่างต้องเร่งหาสังกัด ไปพร้อมกับการ “แสดงตัว” ว่าใครจะเลือกอยู่พรรคไหน ฝ่ายไหน สนับสนุนหรือต่อต้านคสช.

แต่ในเวลาเดียวกัน ขณะที่นักการเมืองพากันเร่งจัดแถว เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะหมดสิทธิ์ลงสมัครส.ส. ไปโดยปริยาย ล่าสุดกลับมีความหวั่นไหวอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการส่งสัญญาณเรื่องร้อนๆ ว่า จะมีรายการ “เลื่อนการเลือกตั้ง” ว่าอาจจะไม่ใช่วันที่ 24ก.พ.2562 เสียแล้ว

ยิ่งเมื่อคสช.โยนให้เป็น “อำนาจหน้าที่”ของกกต.ที่จะตัดสิน จนทำให้ “บิ๊กคสช.”ทั้ง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตลอดจน “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องออกมาประสานเสียง พร้อมกันว่าการเลือกตั้งยังเป็นวันที่ 24 ก.พ.2562เหมือนเดิม ทั้งที่หลายคนต่างรู้ดีว่าแม้กกต.จะมีอำนาจในการเลื่อนวันเลือกตั้ง ทว่ากกต.ต้องรอฟัง “สัญญาณ”จากคสช. เป็นหลัก

คำถามเรื่องการเลื่อนเลือกตั้ง กำลังบานปลาย ขยายความไปจนถึงการพูดถึงว่า “ไม่มีเลือกตั้ง” อีกทั้งล่าสุดยังมีความเคลื่อนไหวจาก “นอกประเทศ”ที่จับตามายังการเมืองในประเทศไทย ทั้งกรณีการให้ข่าวว่าอียูต้องการเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ไปจนถึงการจับตาดูท่าทีจากนานาประเทศที่มีต่อการเลือกตั้งของไทย จนทำให้ แม้แต่ตัว “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช.เองถูกตั้งคำถามซ้ำไปซ้ำมาถึงความเชื่อมั่นการเมืองไทย โดยเฉพาะในจังหวะที่พล.อ.ประยุทธ์ ใช้เวลาตลอดช่วงเดือนพ.ย.เพื่อเดินสายเข้าร่วมประชุมนัดสำคัญ ในประเทศต่างๆ

บรรยากาศการเมืองไทย เวลานี้จึงดูเหมือนว่าจะดำเนินไป ในลักษณะที่เต็มไปด้วยคำถาม ความไม่เชื่อมั่น และต่างหวาดระแวง ซึ่งกันและกัน ว่า คสช.ส่งสัญญาณให้ทุกพรรคเตรียมการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นหรือขยับยาวออกไป หรือไม่ ยังไม่มีคำตอบสุดท้ายออกมา !