นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุม และนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวถึงการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจไมซ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อและการเข้าถึงตลาด ASEAN และ CLMV ขณะเดียวกันยังมีโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor :EEC) ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมไมซ์ระดับนานาชาติ โดยกำหนด กลยุทธ์การดำเนินงานในปีนี้ไว้ 3 ด้าน คือ 1.การสร้างรายได้และพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมุ่งสร้างรายได้จากกิจกรรมไมซ์เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ มีกลุ่มภูมิภาคเอเชียเป็นตลาดหลัก ยุโรป อเมริกา และโอเชียเนียเป็นตลาดรอง ให้การสนับสนุนและประมูลสิทธิ์การจัดงานซึ่งเน้นงานระดับชาติและภูมิภาค

โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาล (S-curve) ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่, อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ, อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร, อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์, อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวง และอุตสาหกรรมดิจิทัล จัดกิจกรรมโรดโชว์ Sale Mission การประชุมแบบ One on one กิจกรรม Familiarisation Trip กิจกรรมส่งเสริมการตลาด ยกระดับเมกะอีเว้นท์ ตลอดจนพัฒนาและสร้างแบรนด์ไมซ์ไทยเชิงคุณภาพสำหรับตลาดในและต่างประเทศ พร้อมทั้งบริหารสื่อดิจิทัลให้ช่วยส่งเสริมการขายและภาพลักษณ์ไมซ์ประเทศไทย

ส่วนข้อ 2.การพัฒนาประเทศด้วยนวัตกรรม โดยด้านมาตรฐานนั้น ทีเส็บตั้งเป้าสนับสนุนผู้ประกอบการให้ได้การรับรองมาตรฐาน ISO และมาตรฐานสถานที่การจัดงาน หรือ Thailand MICE Venue Standard อย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนาบุคลากรด้วยการจัดอบรมหลักสูตรไมซ์นานาชาติและการจัดการไมซ์อย่างยั่งยืน พัฒนาการให้บริการด้านดิจิทัล พร้อมสนับสนุนให้เกิดการจัดงานที่มีการนำดิจิทัลเข้าไปใช้ ศึกษาการจัดตั้งศูนย์ให้บริการ One Stop Service ด้านไมซ์ และพัฒนาประสิทธิภาพต่างๆ ขององค์กรให้ทัดเทียมนานาชาติมากขึ้น

และ 3. การกระจายรายได้และความเจริญ จะทำการยกระดับการจัดงานในไมซ์ซิตี้ ส่งเสริมกิจกรรมการตลาดพร้อมโรดโชว์ในกลุ่มประเทศ CLMV/GMS และ SEZ ส่งเสริมการจัดงานไมซ์ในประเทศ สนับสนุนการประชุม และงานแสดงสินค้า ในเมืองหลัก เมืองรอง พื้นที่ EEC และเมืองที่มีศักยภาพรองรับงานไมซ์ พร้อมจัดทำฐานข้อมูลอุตสาหกรรมไมซ์ 3 ภาคเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการศึกษาหรือเกิดประโยชน์กับผู้ที่สนใจ

สำหรับงานไมซ์ไฮไลท์ในและต่างประเทศ ปีงบประมาณ 2562 อาทิ งานเทศกาลข้าวหอมมะลิโลก วันที่ 23-25 พฤศจิกายน 2561 จังหวัดร้อยเอ็ด งานมหกรรมเทคโนโลยีอีสาน 20-24 ธันวาคม 2561 จังหวัดนครราชสีมา งานแสดงสินค้าด้านพลังงานแห่งอนาคต Future Energy Asia 2018 12-14 ธันวาคม 2561 งานประชุม SITE Global Conference การประชุมของกลุ่มสมาชิกสมาคมด้านอินเซนทิฟ หรือการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล 11-13 มกราคม 2562 งานประชุมนานาชาติ IEE PES T&D (Transmission & Distribution) 2019 (Energy) การประชุมวิชาการและนิทรรศการระดับนานาชาติด้านไฟฟ้าและพลังงาน จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 19-23 มีนาคม 2562

อีกทั้งยังมีงานแสดงและสัมมนาเทคโนโลยีนวัตกรรมด้าน Pro-AV (The Professional Audio Visual) ระดับโลก หรือ InfoComm Southeast Asia 2019 15-17 พฤษภาคม 2562 งานประชุมของกลุ่มธุรกิจงานแสดงสินค้า (เอ็กซิบิชั่น) รายการใหญ่ที่สุด หรือ 86th UFI Global Congress 2019 วันที่ 6-9 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้น

นอกจากนี้ ด้านการทำงานของทีเส็บ จะเน้นการสร้าง Co-creation หรือบูรณาการความร่วมมือกับสมาคม หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรต่างๆ เป็นการปรับบทบาทจากการเป็นผู้สนับสนุนด้านการตลาดสู่การเป็นผู้อำนวยความสะดวก ผู้พัฒนา ผู้นำร่วมสร้างสรรค์ และพันธมิตรทางธุรกิจ ควบคู่กับการพัฒนามาตรฐาน นวัตกรรม และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ซึ่งเชื่อว่านอกจากจะเป็นการรักษาพันธมิตรเดิมแล้วยังจะสร้างพันธมิตรใหม่เพิ่มขึ้น สอดรับกับการพัฒนาธุรกิจไมซ์ของประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ Thailand: Redefine Your Business Events

จากแผนการดำเนินงานทั้งหมดนี้คาดว่าในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 จะมีโอกาสต้อนรับเฉพาะนักเดินทางกลุ่มไมซ์ รวมทั้งสิ้นประมาณ 35,982,000 คน และสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศได้ประมาณ 221,500 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นนักเดินทางกลุ่มไมซ์ต่างประเทศประมาณ 1,320,000 คน สร้างรายได้ให้ประเทศได้ 100,500 ล้านบาท ส่วนนักเดินทางชาวไทยที่เข้าร่วมงานไมซ์ในประเทศ นั้นคาดว่าจะมีประมาณ 34,662,000 คน สามารถสร้างรายได้ให้ประเทศ 121,000 ล้านบาท