การใช้ชีวิตในยุคที่ค่าครองชีพสูงอย่างในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่าย แค่ค่าข้าวก็มื้อละเกือบร้อย ไหนจะค่าหอพัก ค่าเดินทาง ค่าจิปาถะ และของใช้จำเป็นต่าง ๆ บอกเลยว่าเหนื่อยมาก ยิ่งใครเป็นเสาหลักครอบครัวต้องส่งเงินกลับบ้านด้วยแล้ว การใช้ชีวิต และบริหารเงินไปจนถึงวันสิ้นเดือนแทบเป็นไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นหลาย ๆ คนจึงเลือกใช้ตัวช่วยในการบริหารเงินอย่างบัตรกดเงินสด KTC PROUD อีกหนึ่งทางเลือกช่วยปรับสภาพคล่องทางการเงินอย่างมีคุณภาพ

สำหรับใครที่รู้สึกสนใจสมัครบัตรกดเงินสดแต่ยังไม่มั่นใจที่จะสมัครบัตรกดเงินสด รวมไปถึงยังไม่รู้จักข้อดี ข้อเสียและข้อแตกต่างระหว่างบัตรเงินสดกับบัตรเครดิต คืออะไรบ้าง? ไม่ต้องห่วง เพราะในบทความนี้ เรารวบรวมทุกข้อสงสัยของบัตรกดเงินมาตอบทุกคำถามของคุณให้แล้ว

สมัครบัตรกดเงินสด จำเป็นต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?

ชาวออฟฟิศ หรือมนุษย์เงินเดือนหากสนใจสมัครบัตรกดเงินสด อย่างบัตรกดเงินสด KTC PROUD ที่อนุมัติไว เพื่อใช้เป็นเงินฉุกเฉินช่วงกลางเดือน ขอเพียงตรวจสอบว่าคุณมีคุณสมบัติต่อไปนี้หรือไม่ ถ้ามีครบถ้วน ก็ยื่นสมัครได้เลย

คุณสมบัติของผู้สมัครบัตรกดเงินสดกรณีเป็นพนักงานบริษัท

  • สัญชาติไทย อายุ 20-60 ปี​
  • รายได้ขั้นต่ำ 12,000 บาท/เดือน​
  • อายุการทำงาน 4 เดือนขึ้นไป​
  • เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงาน

เอกสารประกอบการสมัคร

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจ และสำเนาทะเบียนบ้าน
  • หนังสือรับรองเงินเดือน / สลิปเงินเดือน เดือนล่าสุด (ฉบับจริง)
  • สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (ชื่อผู้กู้)
  • สำเนาหน้าแรกของสมุดบัญชีที่ต้องการรับเงินโอนก้อนแรก (เฉพาะบัญชีที่มีชื่อผู้กู้เท่านั้น)

ไม่เพียงเฉพาะแต่ชาวออฟฟิศ หรือมนุษย์เงินเดือนเพียงเท่านั้น แต่เจ้าของกิจการ หรือเจ้าของธุรกิจก็สามารถสมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD ได้เช่นกัน โดยต้องมีคุณสมบัติต่อไปนี้

คุณสมบัติของผู้สมัครบัตรกดเงินสดกรณีเป็นเจ้าของกิจการ

  • สัญชาติไทย อายุ 20-60 ปี​
  • มีรายได้เฉลี่ยขั้นต่ำ 20,000 บาท/เดือน​​
  • มีอายุกิจการตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป​​
  • มีเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงาน

เอกสารประกอบการสมัคร

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน​
  • สำเนาหนังสือรับรองจดทะเบียนนิติบุคคล หรือ ทะเบียนการค้า
  • สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน
  • สำเนาหน้าแรกของบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินโอน

ดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดคำนวณอย่างไร?

ชาวออฟฟิศที่ใช้บัตรกดเงินสดครั้งแรก ต้องเจอกับปัญหาไม่เข้าใจการคำนวณดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด โดยบัตรกดเงินสดดอกเบี้ยจะทำการคิดดอกเบี้ยทันทีเมื่อมีการเบิกถอนเกิดขึ้น ดังสูตรคำนวณต่อไปนี้

ยอดเบิกเงินสด x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวันนับแต่เบิกถอนเงินสด จนถึงวันสรุปยอด / 365 วัน

ตัวอย่างเช่น กดเงินสดวันที่ 1 มีนาคม สรุปยอดวันที่ 5 มีนาคม จะได้ดอกเบี้ยเท่ากับ

  • 1,000 x 25% x 5/365 = 3.42 บาท เมื่อรวมเงินต้นเข้าไปต้องชำระยอดบัตรกดเงินสดเท่ากับ 1,003.42 บาท

ข้อแตกต่างที่ควรทราบของบัตรกดเงินสดและบัตรเครดิต

แม้ว่าบัตรกดเงินสดกับบัตรเครดิต ฟังดูเหมือนจะเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภทเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นความเข้าใจผิดที่หลาย ๆ คนอาจไม่ทราบ แท้จริงแล้วข้อแตกต่างระหว่างบัตรทั้งสองมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันได้เลย

1.อัตราดอกเบี้ย

บัตรกดเงินสดอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 25 % ต่อปี ในขณะที่บัตรเครดิตอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 16% ต่อปี สาเหตุที่อัตราดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดสูงกว่า เนื่องจากบัตรกดเงินสดรับความเสี่ยงสูงกว่าบัตรเครดิต ทำให้มีโอกาสผิดนัดชำระหนี้มากตาม สถาบันการเงินจึงต้องชดเชยความเสี่ยงด้วยการคิดดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดเพิ่มขึ้นนั่นเอง

2.ค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสด

บัตรกดเงินสดออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานเบิกเงินสดโดยเฉพาะ ทำให้ไม่มีค่าธรรมเนียมและภาษี ในขณะที่บัตรเครดิตหากมีการเบิกเงินสด จะต้องเสียค่าธรรมเนียม 3% ของยอดเงินที่เบิก + ภาษี VAT อีก 7% ดังนั้นถ้าคุณไม่มีเงินสดจ่ายค่าข้าว ก็เบิกเงินจากบัตรกดเงินสดเพื่อชำระได้เช่นกัน 

3.ค่าธรรมเนียมรายปี

บัตรกดเงินสดไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกคิดค่าธรรมเนียมเมื่อไหร่ ในขณะที่ผู้ใช้งานบัตรเครดิตมักพบกับปัญหาค่าธรรมเนียมรายปี หากใช้จ่ายไม่ถึงยอดที่กำหนด ซึ่งมักส่งผลให้ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเป็นประจำโดยไม่รู้ตัว

ปัจจัยอะไรบ้างที่เราควรพิจารณาก่อนสมัครบัตรกดเงินสด?        

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนสมัครบัตรกดเงินสด ใครที่กำลังสนใจสมัครบัตรกดเงินสด ให้เริ่มจากสำรวจปัจจัยดังต่อไปนี้ ที่คุณควรรู้เพื่อเตรียมพร้อมทำบัตรกดเงินสดได้อย่างถูกต้อง

1.รายได้ประจำตัวของเรา

ผู้สมัครบัตรกดเงินสด ไม่จำเป็นต้องมีฐานเงินเดือนสูง ๆ เช่น เกิน 20,000 บาท ขึ้นไป เพียงแค่รายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท ก็สมัครได้แล้ว อย่างบัตรกดเงินสด KTC PROUD รายได้เริ่มต้น 12,000 บาท ก็ยื่นสมัครได้ทันที

2.รายจ่ายและหนี้สินที่เรามี

ก่อนทำบัตรกดเงินสด ควรตรวจเช็กหนี้สินเก่าที่เคยมี เพราะสถาบันการเงินจะตรวจสอบประวัติการขอสินเชื่อย้อนหลังผ่านการตรวจเช็กเครดิตบูโร ถ้าคุณไม่รู้ว่าตัวเองจ่ายหนี้ครบทุกก้อนหรือยัง สามารถตรวจสอบเครดิตบูโรด้วยตนเอง เพื่อเช็กว่าคุณมีโอกาสทำบัตรกดเงินสดผ่านหรือไม่

3.วงเงินที่บัตรกดเงินสดรองรับ

วงเงินบัตรกดเงินสด คือ จำนวนเงินที่สถาบันการเงินอนุญาตให้คุณใช้จ่ายได้ ถ้าใช้เต็มวงเงินแล้ว ก็จะใช้งานบัตรกดเงินสดไม่ได้ ซึ่งหากต้องการวงเงินสูงๆ เพื่อปรับสภาพคล่องทางการเงิน เราแนะนำ บัตรกดเงินสด KTC PROUD ที่ให้วงเงินสูงสุดถึง 1 ล้านบาท

4.โปรโมชันและสิทธิพิเศษต่าง ๆ ของบัตรกดเงินสด

รู้หรือไม่ว่าบัตรกดเงินสดก็มีสิทธิพิเศษคล้ายกับบัตรเครดิตด้วยเช่นกัน อย่าง บัตรกดเงินสด KTC PROUD ที่ทำโปรโมชั่นผ่อน 0% ร่วมกันกับร้านค้าเข้าร่วมรายการ บางสินค้าผ่อนระยะเวลานานกว่าบัตรเครดิตเสียอีก ไปจนถึงยังมีการเสนอสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุฟรีสูงสุด* 300,000 บาท นาน 90 วัน หากสมัครเป็นครั้งแรก

*ระยะเวลาโปรโมชัน 1 ม.ค. 67 - 31 ธ.ค. 67

ข้อดีที่น่าสนใจของบัตรกดเงินสด มีอะไรบ้าง?

ข้อดีบัตรกดเงินสด

จากข้อมูลข้างต้น ทุกคนน่าจะได้ทราบถึงรายละเอียด และข้อแตกต่างระหว่างบัตรเครดิตกับบัตรกดเงินสดกันไปค่ีอนข้างดีแล้ว มาถึงข้อดีของบัตรกดเงินสดกันบ้าง ข้อดีของบัตรกดเงินสดคืออะไร จะสมัครดีไหม ก่อนที่จะตัดสินใจ ให้ลองอ่านข้อดีและจุดเด่นของบัตรกดเงินสดต่อไปนี้

1.หมุนสภาพคล่องได้ดีเยี่ยม

บัตรกดเงินสดช่วยให้ชาวออฟฟิศ หรือฟรีแลนซ์ที่มีรายได้น้อย สามารถเอาตัวรอดไปจนถึงวันเงินเดือนออกในเดือนถัดไปได้ไม่ยาก เพราะหลายคนมักเจอกับปัญหาเงินเดือนหมดตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเพราะรายจ่ายเยอะ แต่ถ้าเป็นเจ้าของบัตรกดเงินสดแล้ว ก็สามารถเบิกเงินสดออกมาใช้ก่อนได้ จากนั้นค่อยชำระคืนภายหลังวันเงินเดือนออก

2.ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน

บัตรกดเงินสดเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ทำให้ชาวออฟฟิศที่เพิ่งเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว เข้าถึงแหล่งสินเชื่อในระบบที่อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อนอกระบบ จึงไม่ต้องเสี่ยงขอเงินกู้ที่คิดอัตราดอกเบี้ยสูง ๆ อย่าง 60 - 70% ต่อเดือน ซึ่งจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ทางการเงินให้แย่ลงไปอีก

3.ผ่อนชำระของได้

บัตรกดเงินสดอย่าง KTC POURD มาพร้อมกับคุณสมบัติผ่อนชำระ 0% ได้นานสูงสุด 24 เดือน กับร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ ทำให้ชาวออฟฟิศที่ทำงานได้ไม่ถึง 6 เดือน สามารถซื้อของสนับสนุนการทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ ค่าเดินทาง หรือค่าเช่าห้องเช่าคอนโดก็ได้เช่นเดียวกัน

*กู้เท่าที่จำเป็นและชําระคืนได้ตามกําหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 20% - 25% ต่อปี

ชาวออฟฟิศยุคใหม่ สมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD ได้ช่องทางไหนบ้าง?

ได้ข้อมูลสำคัญกันไปค่อนข้างครบเลยทีเดียวทั้งรายละเอียดการสมัคร และข้อดีข้อเด่นของบัตรกดเงินสด เพราะฉะนั้นหากใครที่กำลังสนใจหรือกำลังมองหาตัวช่วยบริหารเงินระหว่างเดือน เราขอแนะนำบัตรกดเงินสด  KTC PROUD ตัวช่วยฉุกเฉินทางการเงินสำหรับคนรุ่นใหม่ สมัครง่ายๆ ได้ทั้งช่องทาง 1. KTC TOUCH ทุกสาขาทั่วประเทศ 2. เว็บไซต์ KTC : www.ktc.co.th 3. Krungthai NEXT เเละ 4. ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ นอกจากจะสมัครง่าย ยังทราบผลอนุมัติไว ไม่เกิน 1 อาทิตย์ ก็รู้ผลได้ทันที!

บัตรกดเงินสด KTC PROUD ตัวช่วยบริหารเงิน พร้อมปรับสภาพคล่องทางการเงิน มีขั้นตอนการสมัครง่าย อนุมัติไว วงเงินสูง เราสนับสนุนให้ทุกคนใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ถูกกฎหมาย ใช้เงินอย่างรอบคอบเพื่อให้มีเงินเก็บ และบริหารเงินได้อย่างมีคุณภาพ