อธิบดีกรมชลประทาน สั่งชลประทานทุกจังหวัดรับมือเข้าสู่ฤดูฝนภาคใต้แล้ว เร่งป้องกันจุดเสี่ยงน้ำท่วม 75 จุด 16 จว. พร้อมแผนเผชิญเหตุ

วันนี้ (11 พ.ย.61) ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว สถานการณ์น้ำปัจจุบัน อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่งมีปริมาตรน้ำรวมทั้งหมด 6,646 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 81 ของความจุอ่างฯรวมกัน อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 39 แห่ง มีปริมาตรน้ำรวมกัน 379 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 57 ของความจุอ่างฯรวมกัน และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก 157 แห่ง มีปริมาตรน้ำรวมกัน 32 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 69 ของความจุอ่างฯรวมกัน สรุปภาพรวมของอ่างเก็บน้ำทั้งหมดในพื้นที่ภาคใต้ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำเก็บกักรวมกันทั้งสิ้น 7,057 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 79 ของความจุอ่างรวมกันทั้งหมด

กรมชลประทาน เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในฤดูฝนของภาคใต้พื้นที่ โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อเตรียมรับสถานการณ์น้ำ การจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ ที่พร้อมปฏิบัติงานแล้วในพื้นที่ภาคใต้ ประกอบไปด้วย เครื่องสูบน้ำ 453 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ 300 เครื่อง รถแทรกเตอร์/รถตัก 108 คัน และเครื่องจักรกลสนับสนุนอื่นๆ อีก 245 หน่วย รวมทั้งสิ้น 1,106 หน่วย ที่พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับพื้นที่หรือจุดเสี่ยงภัยน้ำท่วมภาคใต้ ตั้งแต่ จ.เพชรบุรี ลงไปจนถึง จ.นราธิวาส มีทั้งสิ้น 75 จุด กรมชลประทานได้เตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ รวมทั้งเครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ ประจำการไว้ในพื้นที่แล้ว ซึ่งจะสามารถปฏิบัติงานได้ตลอดเวลา

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบความมั่นคงของอาคารชลประทานให้สามารถใช้งานและรองรับปริมาณน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพ การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดภาวะน้ำท่วมเป็นพิเศษในแต่ละจังหวัด การควบคุมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ ให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมอย่างเคร่งครัด การวางแผนบริหารจัดการ (แผนเผชิญเหตุ) ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมเป็นประจำทั้ง 16 จังหวัดภาคใต้ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย พ.ศ. 2561 โดยในแต่ละจังหวัดจะมีแผนบริหารจัดการน้ำตามบริบทของแต่ละพื้นที่ การดำเนินการกำจัดวัชพืชในแม่น้ำ ลำคลองต่างๆ รวมทั้งกำหนดจุดรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ชลประทาน ในการเฝ้าจุดเสี่ยงอุทกภัย เพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้าไว้รองรับสถานการณ์และพร้อมเข้าช่วยเหลือในกรณีที่เกิดเหตุวิกฤต

อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชลประทาน จัดส่งข้อมูลสถานการณ์น้ำให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด(ปภ.) ฝ่ายความมั่นคง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง การจัดทำข้อมูลสถานการณ์น้ำ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านทางช่องทางต่างๆอย่างต่อเนื่อง และเฝ้าระวังเตรียมรับสถานการณ์น้ำจากฝนตกหนักและน้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด