"กฤษฏา” สั่งด่วนประสานผู้ว่าฯชุมพร -ประจวบ-เพชรบุรี ระดมทุกหน่วยงานเข้าพื้นที่ช่วยเหลือเกษตรกรประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ย้ำ 8 ภารกิจต้องเข้าบรรเทาความเดือดร้อนปชช.ทันท่วงทีห้ามล่าช้า ขู่พบขรก.หน่วยใดมีผลประโยชน์จากความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ถูกน้ำท่วมอุกภั เจอฟันวินัยเฉียบขาด

วันนี้ (11 พ.ย.61) นายกฤษฏา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการด่วนที่สุดในเรื่องการดูแลช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้ เช่นจ.ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และ เพชรบุรี โดยให้ปลัดกระทรวงฯ ผู้บริหารกรม หัวหน้าหน่วยงานราชการในพื้นที่ รวมทั้งผู้ว่าราชการและนายอำเภอทุกจังหวัด โดยเน้นย้ำให้หน่วยงานในพื้นที่จังหวัดที่ประสบอุทกภัยให้มุ่งมั่นและตั้งใจลงไปดูแลช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วมตามแนวทางดังนี้

1.ให้เกษตรจังหวัดในฐานะเลขานุการ อ.พ.ก.จังหวัดได้รวบรวมสถานการณ์ผลกระทบจากนำ้ท่วมในด้านต่างๆเพื่อรายงาน ผวจ.ทราบทุกระยะพร้อมทั้งเสนอให้ ผวจ.เรียกประชุม อ.พ.ก.จังหวัดเพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากน้ำท่วมที่มีต่อเกษตรกรในพื้นที่ด้วย

2.ขอให้ เกษตรจังหวัดได้ประสานกับ ชลประทานจังหวัด พัฒนาที่ดิน ประมงและปศุสัตว์ รวมทั้งหน่วยงานกรมวิชาการเกษตรในพื้นที่เพื่อสนธิกำลังรวมกันเป็นทีมงานเดียวกัน (One team for all jobs) ลงไปสำรวจความเดือดร้อนของเกษตรกรด้านต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือตามภารกิจของแต่ละกรมหรือแต่ละหน่วยด้วยโดยไม่ควรแยกหน่วยกันทำงานเพราะอาจจะทำให้การช่วยเหลือเกษตรกรล่าช้า ซำ้ซ้อนและไม่มีเอกภาพในทางตรงข้ามการทำงานในรูปแบบทีมเดียวกันนั้นจะช่วยเเบ่งเบาภารกิจซึ่งกันและกันด้วย

3.เพื่อให้การแบ่งภารกิจ/งานตามข้อ 2 ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ จึงขอให้แบ่งพื้นที่แล้วกำหนดเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจากแต่ละหน่วยเข้าไปรับผิดชอบแก้ไขปัญหาประจำพื้นที่นั้นๆ เช่น การระบายน้ำ/การสำรวจความเสียหายและการเยียวยาช่วยเหลือด้านพืช ด้านปศุสัตว์ ด้านประมงฯลฯ โดยให้ประสานงานการปฏิบัติกับนายอำเภอและกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่นั้นๆด้วย

4.ขอให้กำชับเจ้าหน้าที่ๆมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อ/จัดจ้างวัสดุ คุรุภัณฑ์หรือการซ่อมแซมสิ่งสาธารณประโยชน์ด้านการเกษตร/ชลประทานให้ถือปฎิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และระเบียบทางราชการที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามขั้นตอนโดยเคร่งครัดและให้คำนึงถึงประโยชน์ที่เกษตรกรและทางราชการจะได้รับด้วย และหากพบว่าข้าราชการหรือหน่วยงานในสังกัด กษ.คนใดหรือหน่วยใดได้ใช้ความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ถูกน้ำท่วมอุกภัยครั้งนี้ไปแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบแล้ว ให้ดำเนินการสอบสวนโดยเร็วและลงโทษทางวินัยโดยเฉียบขาดด้วย

5.ขอให้เตรียมการชดเชยช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง เพื่อให้การช่วยเหลือมีความรวดเร็วสามารถบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดรายได้ที่ผลผลิตเสียหาย เช่น ทะเบียนเกษตรกร การประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เป็นต้น

6.ขอให้มอบหมาย ผู้ตรวจราชการและผู้ตรวจกรมทุกกรมลงพื้นที่ ตรวจติดตาม บูรณาการทรัพยากรและการปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่ด้วย เพื่อสดับตรับฟังสภาพปัญหาการทำงาน รวมทั้งแนะนำการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

7.หากมีปัญหาอุปสรรค ที่เกินกำลังความสามารถของพื้นที่ ให้แจ้งขอรับการสนับสนุนมายังส่วนกลางโดยทันที ทั้งนี้ มอบหมายอธิบดีหรือผู้บริหารเทียบเท่ากรมทุกกรมให้เตรียมความพร้อมและจัดทำบัญชีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ปกติและอุปกรณ์ต่างๆเพื่อมีคำสั่งให้ไปช่วยราชการพื้นที่น้ำท่วมประสบอุทกภัยไว้ด้วยเพื่อให้พร้อมสนับสนุนการเผชิญเหตุได้ทันการณ์ เมื่อได้รับการร้องขอจากจังหวัดพื้นที่นำท่วมไว้ด้วย เช่น เครื่องมือ อุปกรณ์การสูบน้ำ/ระบายน้ำ เจ้าหน้าที่นักวิชาการ สัตวแพทย์ เสบียงสัตว์ เครื่องจักรกล ยานพาหนะ พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ เป็นต้น

8.ในส่วนของกระทรวง มอบหมาย รองปลัด กษ. เป็นประธานศูนย์อำนวยการและบัญชาการสถานการณ์ โดยมีสำนักแผนงานและโครงการพิเศษ เป็นฝ่ายเลขาฯ เพื่อติดตามสถานการณ์ประเมินความเสี่ยงจากปริมาณฝนและน้ำท่าที่จะเพิ่มขึ้น รวบรวมข้อมูลความเสียหาย และความต้องการช่วยเหลือ ประสานความร่วมมือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สทนช. และสรุปรายงานสถานการณ์ภาพรวมเป็นรายวัน จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ