ผู้ว่าฯตรังเรียกลูกน้องหอบสำนวนสอบสวนคดีถล่มยิงสถานบันเทิงดังกลางเมือตรังพิจารณา หลังเจ้าของปล่อยให้เกิดเรื่องทะเลาะวิวาทยิงกันตายและบาดเจ็บ เตรียมออกคำสั่ง คสช.สั่งปิด 5 ปีวันนี้ กำชับตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้ายที่หลบหนีให้ได้โดยเร็ว

ที่จังหวัดตรัง วันที่ 9 พฤศจิกายน คืบหน้าคดีเหตุทะเลาวิวาทภายในผับดังกลางเมืองตรัง โรงเหล้ามหานคร@ตรัง ถนนตรัง-พัทลุง ต.ทับเที่ยง จ.ตรัง ทำให้ นายสิริพล แต้มประสิทธิ์ อายุ 22 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง จ.ตรัง ถูกยิงเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บอีก 6 คน ต่อมาตำรวจ สภ.เมืองตรัง ขออนุมัติหมายศาลจังหวัดตรัง ที่ 480/61 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2561 จับกุม นายชยพล หรือ อาคม เสียมไหม อายุ 34ปี บ้านเลขที่ 2/1 หมู่ 1ต.แหลมสอม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ซึ่งขณะนี้หลบหนีการจับกุม เหตเกิดกลางดึกวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

เช้าวันเดียวกัน ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายลือชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้เรียกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมือง ฝ่ายปกครองจังหวัด อาทิ นายณรงค์ หนูเนียม จ่าจังหวัดตรัง นายณัฐวุฒิ สังข์สุข ป้องกันจังหวัดตรัง ปลัดอำเภอเมือง ที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนำสำนวนสอบสวนมาตรวจสอบเพื่อพิจารณาบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เนื่องจากสถานบันเทิงดังกล่าวมีการปล่อยให้นำอาวุธปืนเข้าไปภายใน และมีการปล่อยให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าไปใช้บริการ ซึ่งคดีดังกล่าวเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ประชาชนให้ความสนใจว่าทางจังหวัดและตำรวจ จะมีการดำเนินการกับสถานบันเทิงแห่งนี้ต่อไปอย่างไร และสามารถติดตามจับกุมคนร้ายที่หลบหนีมาดำเนินคดีได้หรือไม่

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว นายลือชัย กล่าวว่า ในทางปกครองจะต้องเปิดโอการให้เจ้าของผู้ประกอบการเข้าชี้แจงโต้แย้งจากสำนวนการสอบสวนของตำรวจด้วย และดำเนินการได้แล้วเสร็จ คงเหลือต้องปรับแก้อีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก็จะพิจารณาได้ แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการยิงกันตายและบาดเจ็บจำนวนมาก ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญ และมีการปล่อยให้มีการนำอาวุธปืน และเด็กเยาวชนเข้าไปภายใน หลังจากสั่งให้กลับไปปรับแก้ วันนี้ก็ต้องปฏิบัติให้เป็นตามคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 ข้อ 4 (5) คือสั่งปิดสถานบันเทิงดังกล่าวอย่างเป็นทางการ เป็นเวลา 5 ปี

ถามว่า ถ้ามีการสั่งปิดแล้วแต่เจ้าของผู้ประกอบการคนเดิมจะไปขอเปิดสถานบันเทิงแห่งใหม่โดยเจ้าของเดียวกันนั้น จะสามารถออกใบอนุญาตให้ได้หรือไม่ นายลือชัย กล่าวว่า จะต้องดูองค์ประกอบตามข้อกฎหมายว่าอยู่ในพื้นที่โซนนิ่งหรือไม่ ถ้าไปตั้งอยู่ในพื้นที่ขัดต่อสถานบริการก็อนุญาตไม่ได้ แต่ถ้ามีการดำเนินการถูกต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ตนก็จะต้องใช้ดุลยพินิจต่อไปว่าถ้าชื่อคนเดียวกันขัดหรือแย้งกับระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการขออนุญาตยังไงซึ่งต้องปฏิบัติตามข้อกฎหมาย ส่วนการดูแลเรื่องจัดระเบียบสังคมทางตนเองได้ออกคำสั่งใหม่ด้วยการปรับปรุงคำสั่งเดิมให้มีความกระชับขึ้น ซึ่งต้องบูรณาการร่วมกันกับฝ่ายต่างๆ แต่ก็สามารถออกตามแผนตามวงรอบได้ทุกคืนอยู่แล้ว รวมทั้งในส่วนที่ได้รับการแจ้งเบาะแสด้วย แต่ก็ต้องดูแลคุ้มครองคนที่ปฏิบัติตามกฎหมายด้วย เพราะว่าสถานบริการที่ถูกกฎหมายมีการจ้างงานพอสมควร

“สำหรับผู้ต้องหาที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนีนั้น ผมได้ประสานการทำงานกับ พ.ต.อ.นุกูล ไกรทอง รักษาการผู้บังคับการตำรวจภูธรมาโดยตลอด ซึ่งผู้ต้องหารายนี้เคยถูกออกหมายจับร่วมกับพวกใช้อาวุธปืนสงคราม เอ็ม 16 ,11 มม.และ 9 มม.ไล่ยิงถล่มคู่อริที่ออกจากสถานบันเทิงเดียวกัน แต่ขณะนี้ทราบว่าอยู่ในชั้นอัยการ ส่วนตัวก็กำชับไปแล้วว่าขอให้เร่งรัดจับกุมให้ได้ และเชื่อว่าทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจเพราะผู้บังคับการลงมาดูด้วยตนเอง เชื่อว่าจะต้องจับกุมได้แน่นอน” นายลือชัย กล่าว