ทีมสหวิชาชีพ เร่งสอบปากคำผู้เสียหาย ที่ถูกจ่าทหารค่ายดังขอนแก่น ล่อลวงข่มขืนกระทำชำเรา ขณะที่ บก.ปคม.ค้านการประกันตัว พร้อมขออำนาจศาลทหารฝากขังทันที

เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 8 พ.ย.2561 ที่ ศูนย์ปฎิบัติการส่วนหน้า (ศปก.) สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.อธิศวิศ กมลรัตน์ รอง ผบก.ปคม. (รองผู้บังคับการปราบปารมการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไตรรงค์ ชัยชนะ ผกก.(สอบสวน) บก.ปคม.และ พ.ต.อ.สุวัฒน์ สมจิตต์ ผกก.สภ.น้ำพอง ยังคงสอบปากคำผู้เสียหายที่ถูก จ.ส.อ.จักกฤษณ์ ค่อมสิงห์ อดีตทหารสังกัด กองพลทหารม้าที่ 3 ค่ายเปรมติณสูลานนท์ จ.ขอนแก่น ล่อลวงไปทำการข่มขืนกระทำชำเรา หลังจากที่ผู้เสียหายนั้นเดินทางเข้าแจ้งความและให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคม. อย่างต่อเนื่อง โดยที่ทางเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนหรือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ารับฟังการสอบสวนหรือสังเกตุการณ์ในห้องของการสอบสวนแต่อย่างใด

พ.ต.อ.อธิศวิศ กมลรัตน์ รอง ผบก.ปคม. กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน บก.ปคม.และพักงานสอบสวน สภ.น้ำพอง ได้ควบคุมตัว จ.ส.อ.จักรกฤษณ์ ค่อมสิงห์ เพื่อขออำนาจศาล มทบ.23 ฝากขังพลัดแรกแล้ว โดยในเบื้องต้นพนังกานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวทั้งในชั้นพนักงานสอบวนและในชั้นศาล แต่ถึงอย่างไรผู้ต้องหาก็มีสิทธิ์ที่จะยื่นขอประกันตัว แต่การอนุมัติหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลเท่านั้น ขณะที่การสอบปากคำผู้เสียหายนั้นวันนี้มีผู้เสียหายเข้าให้ปากคำพร้อมกับผู้ปกครอง โดยมีทีมสหวิชาชีพเข้าสังเกตการณ์และร่วมสอบปากคำผู้เสียหายซึ่งเป็นเยาวชนชายที่ปัจจุบันยังคงศึกษาอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเขต จ.ขอนแก่น

“จากการสอบสวนผู้เสียหายนั้นยืนยันถึงพฤติกรรมของผู้ต้องหาคือการใช้รูปภาพปลอมแสดงตัวเองว่าเป็นคนหน้าตาดี มีฐานะ โดยพูดคุยกับเหยื่อซึ่งเลือกเฉพาะเด็กผู้ชายที่มีอายุระหว่าง 13-18 ปี โดยหลอกลวงว่าจะให้เงินเดือนๆละ 5,000 บาทและโทรศัพท์มือถือหากยินยอมคบหาหรือยินยอมมีเพศสัมพันธ์ด้วย จนกระทั่งเหยื่อหลงเชื่อนัดแนะพบกันตามสถานที่ต่างๆ โดยที่ผู้ต้องหาจะขับรถยนต์เก๋งไปรับทุกครั้ง และเมื่อพบกันหากเหยื่อไม่ยินยอมในการมีเพศสัมพันธ์ก็จะบังคับขู่เข็ญต่างๆโดยเฉพาะกับระบุว่าจะเผยแพร่ภาพคลิปวีดีโอหรือภาพลามกอาจารต่างๆในช่วงที่มีการสนทนากันเรื่อยมาในโซเขี่ยนมีเดีย และหากคนใดไม่ยินยอมหรือขัดขืนผู้ต้องหาจะข่มขืนเยาวชนภายในรถยนต์ทันที โดยพบว่ามีการติดตั้งกล้องไว้ภายในรถเพื่อเตรียมแบคเมอีกด้วย”

รอง ผบก.ปคม.กล่าวว่า ขณะนี้คณะทำงานได้ตั้ง สภ.น้ำพอง เป็นพื้นที่หลักในการให้ผู้เสียหายที่ถูกผู้ต้องหาข่มขืนกระทำชำเรานั้นได้มาแจ้งความและให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อเอาผิดกับผู้ต้องหารายนี้ โดยจะมีตำรวจ บก.ปคม. ประสานการทำงานร่วมกันกับตำรวจ สภ.น้ำพอง ในการทำคดีดังกล่าว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคม.จะประสานการทำงานร่วมกันกับทีมสหวิชาชีพในการตรวจสอบข้อมูลเด็กและเยาวชนที่ถูกผู้ต้องหารายนี้ข่มขืนกระทำชำเรา ตามบัญชีรายชื่อที่ผู้ต้องหาได้บันทึกไว้ รวมกว่า 70 รายที่ขณะนี้ยืนยันตัวตนชัดเจนแล้ว 28 ราย ซึ่งผู้เสียหายที่ยืนยันชัดเจนแล้ว และพบว่ามีรายชื่อ หมายเลขโทรศัพท์รวมไปถึงเฟชบุค เจ้าหน้าที่ บก.ปคม.และทีมสหวิชาชีพจะเร่งลงพื้นที่เพื่อสอบปากคำรวมทั้งการดำเนินการตามขั้นตอนของสหวิชาชีพรวมทั้งตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป