วันนี้ (8 พ.ย.61) ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศว่า ปัจจุบัน (8 พ.ย. 61) มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกัน 57,569 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 81 ของความจุเก็บกักรวมกัน โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้ 34,027 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 72 ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 19,557 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 79 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน 12,861 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 71 ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 50 ของความจุอ่างฯ ปัจจุบัน (8 พ.ย.61) มีจำนวน 7 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ อ่างเก็บน้ำแม่มอก จ.ลำปาง อ่างเก็บน้ำทับเสลา จ.อุทัยธานี อ่างเก็บน้ำกระเสียว จ.สุพรรณบุรี อ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง จ.อุดรธานี และอ่างเก็บน้ำลำนางรอง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งสามารถจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศได้อย่างพอเพียง แต่ไม่สามารถสนับสนุนน้ำทำนาปรังได้ อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน ได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อชดเชยรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าวที่ไม่ได้ทำนาปรังให้มีรายได้ ซึ่งจะให้เฉพาะเกษตรกรที่เข้าร่วมการจ้างเเรงในหมวดงานปรับปรุงเเละซ่อมแซมบำรุงรักษาโครงการชลประทานเท่านั้น

ทั้งนี้ ในการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนที่มีปริมาณน้ำน้อยนั้น กรมชลประทาน จะใช้แนวทางการจัดการน้ำเขื่อนกระเสียวโมเดล ที่เคยประสบผลสำเร็จมาแล้วในการบริหารจัดการน้ำฤดูกาลปี 2558/59 ที่น้ำในเขื่อนมีปริมาณน้อยเช่นเดียวกับปีนี้ ซึ่งกรมชลประทานจะขยายผลการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนกระเสียว ไปใช้ในการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนอื่นๆที่มีปริมาณน้ำน้อย ให้สามารถผ่านพ้นปัญหาการขาดแคลนน้ำ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในช่วงฤดูแล้งนี้ โดยจะใช้ แนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนมาร่วมกันวางแผนแก้ปัญหา พิจารณาตามความเหมาะสมและสถานการณ์จริง ควบคุมการใช้น้ำอย่างรัดกุมเคร่งครัดตามแผนที่วางไว้ ซึ่งปริมาณน้ำที่มีอยู่จะเพียงพอสำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศน์ของลุ่มน้ำ ตลอดจนเหลือสำรองไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนปี 2562 ด้วย

นอกจากนี้ กรมชลประทาน ได้เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง โดยระดมเครื่องสูบน้ำ จำนวน 1,851 กระจายไปตามพื้นที่ตามสำนักงานชลประทานต่างๆ จำนวน 1,151 เครื่อง สำรองไว้ที่ส่วนกลาง จำนวน 700 เครื่อง พร้อมระดมรถยนต์บรรทุกน้ำอีก 200 คัน ให้กระจายไปตามพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งตามภูมิภาค จำนวน 150 คัน และสำรองไว้ที่ส่วนกลาง จำนวน 50 คัน เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนให้มีน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภคในช่วงฤดูแล้งอย่างเพียงพอ