สำนักวิชาแพทยศาสตร์ และ สำนักวิชาทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ร่วมกับ มูลนิธิพัฒนาการศึกษาบุคลากรสุขภาพแห่งชาติ (ศสช.) นำร่องใช้การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ภายใน (Mindset) และการเรียนรู้แบบสหวิชาชีพ (IPE) ตามแนวคิดเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง “Transformative Learning” เพื่อ สร้างบัณฑิตแพทย์และทันตแพทย์เลือดใหม่ พร้อมเปลี่ยนตัวเองเป็นผู้นำชุมชนดูแลสุขภาพชาวบ้านแบบองค์รวม ตอบโจทย์ปัญหาสาธารณสุขระดับประเทศ

 ศ.นพ.สุกิจ พันธุ์พิมานมาศ

ศ.นพ.สุกิจ พันธุ์พิมานมาศ คณบดีสำนักวิชาแพทยศาสตร์ กล่าวว่า จากปัญหาขาดแคลนแพทย์ระดับประเทศที่ใช้เวลานับ 10 ปี สำนักแพทยศาสตร์ มทส. จึงริเริ่มนำกระบวนการเรียนรู้แบบ Tranformative Learning ในส่วนของ Mindset และ IPE มาประยุกต์ใช้ในการเตรียมบุคลากรและปฏิรูปการสอนแก่ว่าที่บัณฑิตแพทย์ โดยกระบวนการดังกล่าวเริ่มใช้กับนักศึกษาตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 จนถึงปีที่ 6 เน้นให้ว่าที่บัณฑิตแพทย์เกิดการพัฒนาตนเองผ่านวิชาจิตปัญญาศึกษา วิชาชนบทศึกษา และฝึกงานกับเครือข่ายระบบสุขภาพนครชัยบุรินทร์ใน จ.นครราชสีมา จ.ชัยภูมิ จ.บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์ ที่ให้นักศึกษาเรียนรู้จากสถานที่จริงควบคู่ไปกับการเรียนรู้ด้านวิชาการ

บรรยากาศเรียนร่วมแบบสหวิชาชีพ

สิ่งสำคัญในการสร้างแพทย์ที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาของประเทศ คือการเปลี่ยน Mindset จากข้างในของตัวนักศึกษา ว่าจะทำอย่างไรให้เขาจบออกไปแล้วสามารถทำงาน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ชนบทหรือแม้แต่ในเขตเมืองได้อย่างมีความสุข คิดถึงคนไข้มากกว่าตัวเอง คิดถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว คิดถึงความเป็นทีมมากกว่าการเดินนำหน้าคนเดียว พร้อมนำความรู้ที่มีมาปรับใช้แก้ปัญหาได้ และกลายเป็นผู้นำชุมชนในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม” คณบดีสำนักแพทยศาสตร์ มทส. ระบุ พร้อมกล่าวต่ออีกว่า

ทางสำนักแพทย์ฯ ได้ทดลองปรับเปลี่ยนการสอนในรูปแบบ Transformative Learning ทั้ง 6 ชั้นปี และทำมาแล้ว 6 รุ่น โดยใช้หลักการเรียนรู้แบบสหวิชาชีพ (IPE) มาใช้กับนักศึกษาแพทย์และทันตแพทย์ชั้นปีที่ 1-3 โดยให้มาเรียนร่วมเพื่อเรียนรู้ซึ่งกันและกัน พบว่าเจตคติของบัณฑิตแพทย์และทันตแพทย์เปลี่ยนไป

เกินกว่าร้อยละ 90 จบการศึกษาแล้วกลับไปทำงานยังท้องถิ่น พร้อมใช้ทุนรัฐบาลจนครบเวลาโดยไม่หนี

นอกจากนี้ ชาวบ้านและสหวิชาชีพในสาขาอื่นๆ ที่ร่วมงานด้วยกัน ยังสะท้อนว่าบัณฑิตแพทย์ มทส.สามารถเข้ากันได้ดีกับชุมชนและเพื่อนร่วมงาน

ผศ.ทพญ.ยุพิน ส่งไพศาล

ขณะที่ ผศ.ทพญ.ยุพิน ส่งไพศาล คณบดีสำนักวิชาทันตแพทยศาสตร์ มทส. กล่าวถึงการตัดสินใจเดินหน้าปฏิรูปหลักสูตรการเรียนการสอนเป็นแบบ Transformative Learning ร่วมกับสำนักแพทยศาสตร์ มทส. ว่า ทันตแพทย์ก็คือแพทย์สาขาหนึ่ง ซึ่งช่องปากเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ดังนั้น ทันตแพทย์ควรทำงานร่วมกันกับแพทย์เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วย และประสบการณ์ตรงที่นักศึกษาจะได้จากการเรียนรู้ร่วมกันกับนักศึกษาแพทย์โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน จะทำให้นักศึกษาเกิดทัศนคติ มองเห็นคุณค่าของตัวเอง และปลูกฝังให้นักศึกษาคิดถึงประโยชน์ของคนไข้มากที่สุด นั่นคือ "ความเป็นมนุษย์" ที่จะเกิดขึ้นกับทันตแพทย์รุ่นใหม่นับจากนี้

ผศ.ทพ.วีระศักดิ์ พุทธาศรี

ด้าน ผศ.ทพ.วีระศักดิ์ พุทธาศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ในฐานะกรรมการและเหรัญญิก ศสช. กล่าวถึงความสำคัญของการใช้ Mindset ปรับพฤติกรรมของบัณฑิตและบุคลากรด้านสุขภาพ ให้มีคุณลักษณะและสมรรถนะสอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านสาธารณสุขว่า บัณฑิตและบุคลากรด้านสุขภาพของประเทศไทยมีความเป็นเลิศในแง่ฝีมือที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมถึงงานวิชาการต่างๆ แต่สิ่งที่ผู้ใช้ผลผลิตต้องการนับจากนี้ คือบุคลากรด้านสุขภาพที่มี “หัวใจความเป็นมนุษย์” และเป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ที่จะเข้าไปเปลี่ยนสังคมโดยเฉพาะในด้านสุขภาพได้

“การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ภายใน หรือ Mindset จะเป็นจุดเริ่มสำคัญของการเรียนรู้แบบทรานส์ฟอร์มเมทีฟ เลิร์นนิง ที่ช่วยให้การขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนแปลงทั้งระบบเป็นไปได้ ขณะเดียวกัน Mindset ยังสามารถสร้างวิสัยทัศน์ที่ถูกต้องให้ผู้บริหารองค์กร และปรับเปลี่ยนแนวคิดการสอนของอาจารย์ผู้สอนจนถึงพฤติกรรมของนักเรียนนักศึกษาด้านสุขภาพ โดยการปรับเปลี่ยนเพื่อเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่ได้มุ่งหวังเรื่องความเก่งแบบเดิมที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบความคิดที่ติดตัวคนผู้นั้นไปตลอด ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็จะเป็นแพทย์เป็นบุคลากรด้านสุขภาพที่เน้นคิดมากกว่าทำตามตำราที่เรียนมา และสามารถทำงานอย่างมีความสุขได้ในทุกสภาพพื้นที” รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวทิ้งท้าย