"กฤษฏา" วอนเกษตรกรเข้าใจแก้หนี้สินให้ทุกรายทั้งหมดไม่ได้ ชี้ กฟก. ซื้อหนี้เฉพาะเกิดจากทำเกษตร ไม่เกินรายละ 2.5 ล้านบาท ระบุหมดระยะเวลา 180 วัน เป็นตัวกลางช่วยเจรจาให้เจ้าหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ตัดต้นร้อยละ50 พร้อมยืนยันธนาคาร สหกรณ์ เจ้าหนี้รับปากไม่เอาเปรียบเกษตรกรพร้อมยุติหนี้ให้เป็นรายบุคคล

วันนี้ (8 พ.ย.61)นายกฤษฏา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ชุดเฉพาะกิจ)ว่า ในวันนี้ คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯเฉพาะกิจ ที่มีตนเป็นประธานได้หมดระยะเวลา 180 วันลงแล้วตามที่คณะรัฐมนตรี มอบให้แก้ไขหนี้สินเกษตรกรโดยเร่งด่วน ซึ่งตนได้เสนอแนวทางการปรับปรุงการบริหารงานของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร(กฟก.) จากที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ได้เข้าไปตรวจสอบการทำงานของกฟก.ในปี 2542-56 พบความไม่เหมาะสมหลายประการ โดยเฉพาะในกรณีการไปซื้อหนี้เกษตรกรนอกเกณฑ์ ที่ไม่ตรงเงื่อนไขระเบียบของกฟก.ที่กำหนดมูลหนี้ไม่เกิน2.5 ล้านบาทต่อรายและเป็นหนี้เกิดการจากภาคเกษตร รวมทั้งต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันหนี้ด้วย

นายกฤษฎา กล่าวว่า กฟก.ชุดเฉพาะกิจ มีการแก้ปัญหาหนี้สินสามารถดำเนินการเร่งด่วน ได้ทบทวนจำนวนเกษตรกรสมาชิกของกฟก. มีกว่า 6.7 ล้านราย แต่ที่ประสงค์ให้กฟก.แก้ไขปัญหาหนี้สินให้กว่า4.5 แสนราย มูลหนี้กว่า8 หมื่นล้านบาท ได้พิจารณาหลักเกณฑ์ระเบียบที่กฟก.สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ 5.5 หมื่นราย ซึ่งมติครม.เมื่อวันที่ 2 ต.ค.มีมติพิจารณาแก้ปัญหาหนี้สิน ลูกหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธกส.)3.6 หมื่นราย ทั้งนี้ยังมีเกษตรกร อีก 4.2 พันรายที่อยู่ในระหว่างถูกเจ้าหนี้ฟ้องศาล และอยู่ระหว่างการบังคับคดี ทางกฟก.เฉพาะกิจ ได้ประสานงาน กับเจ้าหนี้ ให้ชะลอการฟ้องร้อง และ ประสานกรมบังคับคดี ให้ชะลอการบังคับคดีออกไป ซึ่งเจ้าหนี้บางราย ก็สามารถชะลอให้ได้ 100 กว่าราย อีก 4 พันกว่าราย เป็นไปตามขั้นตอนของกฏหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในส่วนขณะนี้กลุ่มเกษตรกร ที่มาชุมนุมเรียกร้องหน้ากระทรวงเกษตรฯต้องการให้ กฟก.ดำเนินการช่วยเหลือซื้อหนี้ ตามมติครม.ปี2553 โดยให้กระทรวงเกษตรฯเจรจากับเจ้าหนี้ ตัดเงินต้นร้อยละ 50 ที่เหลือร้อยละ50 กฟก.ไปซื้อหนี้มา ซึ่งเกษตรกรจะผ่อนชำระกับกฟก.แต่ด้วยระเบียบการเงินการคลังดูแลโดยธนาคารแห่งประเทศไทย(แบงค์ชาติ)ประกอบกับข้อเสนอแนะจาก สตง.ก็ระบุว่า ทางกฟก.ไม่สามารถเข้าไปซื้อหนี้นอกเกณฑ์ได้ รวมถึง มติปี53 ก็สรุปมาแล้วว่ามีกรณีที่ทำไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้น ขอเข้าใจกันด้วยว่าทำไมกระทรวงเกษตรฯในฐานะ กรรมการกองทุนฟื้นฟูฯเฉพาะกิจ จึงไม่สามารถแก้ไขหนี้สินเกษตรกรตามข้อเรียกร้องของเกษตรกรลูกหนี้ทั้งหมดไม่ได้

"ทางกระทรวงเกษตรฯ เห็นใจพี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง ต้องการจะช่วยเหลือในแนวทางที่ทำได้ เป็นคนกลางในการเจรจา ให้เจ้าหนี้ กับลูกหนี้ มาพบกันเพื่อปรับปรุงโครงสร้างหนี้เป็นรายๆไปทั้งนี้เกษตรกรกรที่เป็นหนี้ต้องไปแสดงตนกับธนาคารเจ้าหนี้ สหกรณ์เจ้าหนี้ เพื่อเข้าสู่กระบวนการเจรจา โดยเจ้าหนี้ทั้งหมด ได้ยืนยันมาว่าจะไม่เอาเปรียบเกษตรกรอย่างแน่นอน มีระเบียบในการยุติหนี้ ในบางกรณี คือ ชราภาพ ผู้พิการ ผู้ป่วยที่ประกอบอาชีพไม่ได้ ผู้เสียชีวิตไปแล้ว ญาติต้องไปแจ้งทางเจ้าหนี้มีระเบียบยกหนี้ให้เลย หากไปเข้ากระบวนการแล้ว รู้สึกว่าไม่ได้รับความยุติธรรมให้มาประสานกับกฟก.อีกครั้ง ในส่วนชุดเฉพาะกิจ ที่รมว.เกษตรฯเป็นประธาน สิ้นสุดลงแล้ววันนี้ อำนาจหน้าที่ในการจัดการหนี้เกษตรกร ต้องกลับไปเป็นหน้าที่ของ กฟก.เหมือนเดิม ซึ่งจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการกฟก. ขึ้นมาใหม่ เกษตรกรเป็นสมาชิกมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง โดยสรุปภารกิจส่งมอบให้ กฟก.ได้รายงานผลการดำเนินการทั้งหมดให้ครม.รับทราบแล้ว"นายกฤษฏา กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าม็อบหนี้สินเกษตรกร ยังปักหลักอยู่หน้ากระทรวงเกษตรฯ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ กฟก .ได้ไปชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องเงื่อนไขแก้หนี้ของกฟก. โดยยังเรียกร้องให้ กฟก. เข้าซื้อหนี้เกษตรกรไปบริหารเองภายใน 15 พ.ย.นี้