เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 ที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ชั้น 1 ได้มีตัวแทนสมาชิกอป.พร.เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์กว่า 40 คนเดินทางเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับ ผวจ.กาฬสินธุ์ ผ่านศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ เพื่อขอให้ตรวจสอบการแต่งตั้งสมาชิก อป.พร.ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายต่างๆในศูนย์ อป.พร.เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ โดยสมาชิกอป.พร.ระบุว่าเป็นการแต่งตั้งที่ขัดกับระเบียบและไม่มีความเป็นธรรม เนื่องจากสมาชิกอป.พร.ได้มีการคัดเลือก โดยการเลือกตั้งประธานและคณะกรรมการตามระเบียบ โดยการหย่อนบัตรเลือกตั้งจนได้ตัวและคณะกรรมการเสร็จแล้ว แต่ทางนายจารุวัฒน์ บุญเพิ่ม นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อป.พร.เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์กลับยกเลิกโมฆะ พร้อมกลับแต่งตั้งคณะกรรการชุดใหม่ขึ้นมาทับซ้อนกัน และไม่มีคำชี้แจงใดๆถึงสาเหตุที่ยกเลิก โดยมีนายสนุน แจะหอม นิติกรกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ เป็นตัวแทนรับเรื่อง

นายมานิต โนนพรหมราช ตัวแทนสมาชิก อป.พร.เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ด้วยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 สมาชิก อป.พร.ได้จัดการมีการประชุม ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ เพื่อคัดเลือกคณะกรรมการประสานงานศูนย์อป.พร.เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์แทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งชุดเดิมที่หมดวาระลง ตามหนังสือคำสั่งของเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ โดยที่ประชุมได้ดำเนินการคัดเลือกใช้วิธีลงคะแนนบัตรเลือกตั้งแบบประชาธิปไตย ซึ่งมีผู้ถูกเสนอชื่อสมัครตำแหน่งประธานจำนวน 3 คน ประกอบด้วย 1.นายสุรศักดิ์ เรืองศรีมั่น 2.นายเชษฐา ปัทมารังกูล และ 3.นายจำลอง สมคิด ซึ่งผลการลงคะแนนเลือกปรากฏว่านายสุรศักดิ์ ได้รับการเลือกด้วยคะแนน 48 คะแนน ส่วนนายเชษฐา ได้คะแนน 26 คะแนน และนายจำลองได้ 2 คะแนน

นายมานิต กล่าวต่อว่า จากนั้นได้มีการคัดเลือกคณะกรรมการรวม 15 คน ซึ่งเป็นไปตามกรรมการประจำศูนย์ฯที่ได้เป็นผู้จัดดำเนินการ และอยู่ระหว่างการดำเนินการเสนอรายชื่อต่อผู้อำนวยการศูนย์ฯคือนายจารุวัฒน์ บุญเพิ่ม นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ ต่อมาเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2561 ผู้อำนวยการศูนย์ฯกลับมีคำสั่งให้แต่งตั้งสมาชิกอป.พร.ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายต่างๆขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะให้นายเชษฐา ปัทมารังกูล เป็นหัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และมีการแต่งตั้งหัวหน้าฝ่ายและกรรมการฝ่ายต่างๆ ซึ่งไม่เป็นไปตามการคัดเลือกของสมาชิกและไม่เป็นตามระเบียบศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนกลาง ว่าด้วยคณะกรรมการประสานงานศูนย์ อป.พร.พ.ศ.2549 ซึ่งเป็นการแต่งตั้งโดยใช้อำนาจตามอำเภอใจ ขัดกับวิธีปฏิบัติและระเบียบการคัดเลือก และมีคณะกรรมการทับซ้อนกัน ทำให้ประธานและคณะกรรม รวมทั้งสมาชิกอป.พร.ที่ได้รับคัดเลือก โดยวิธีแบบเลือกตั้งไม่ได้รับความเป็นธรรม สร้างความแตกแยก และทำให้ขาดขวัญกำลังใจในการทำหน้าที่จิตอาสาเพื่อสังคม

"ล่าสุดคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งได้ใช้อำนาจหน้าที่จัดชุดเวรยามสายตรวจจักรยาน อป.พร.อย่างไม่เป็นธรรม เนื่องจากเดิมมีสายตรวจทั้งหมด 7 ชุดๆละ 10 คนต่อวันหมุนเวียนกันไปครอบหนึ่งอาทิตย์ แต่ปัจจุบันได้มีการกำหนดให้มีสายตรวจจักรยานเพียงจำนวน 2 ชุด ทำให้อีก 5 ชุด ไม่ได้ปฏิบัติงาน ไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยง ไม่ได้รับความเป็นธรรมและได้รับความเดือดร้อน สำหรับการทำหน้าที่อป.พร.ของเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์นั้นล้วนแต่ทำด้วยใจ และทำหน้าที่เป็นจิตอาสา เพราะไม่มีเงินเดือน ทุ่มเทเสียสละมานานหลายปี แต่ถ้าหากได้ออกปฏิบัติหน้าที่ จะได้รับเพียงเบี้ยเลี้ยงวันละ 300 บาท ซึ่งทุกคนก็ทำด้วยใจ ทำเพื่อสังคม แต่กลับมาถูกปฏิบัติแบบนี้ ทุกคนจึงมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และถูกกลั่นแกล้ง ทั้งๆที่มีการคัดเลือกโดยเสียงส่วนมาก อีกทั้งยังไม่ได้รับการชี้แจงว่าทำไมไม่รับรองคณะกรรมการชุดที่ถูกเลือกแต่กลับแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาทับซ้อนกัน ดังนั้นสมาชิกอป.พร.กาฬสินธุ์จึงได้เข้ามาร้องขอความเป็นธรรมกับผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบการแต่งตั้งคณะกรรมการอป.พร.ของเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ด้วย"นายมานิต กล่าว

ด้านนายจารุวัฒน์ บุญเพิ่ม นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องการแต่งตั้งสมาชิก อป.พร.ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายต่างๆในศูนย์อป.พร.เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์นั้นเป็นไปตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยกิจการอาสาสมัครป้องกันฝ่ายพลเรือน พ.ศ.2553 ข้อ 20 ที่ให้ผู้อำนวยการท้องถิ่นในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อป.พร.มีอำนาจหน้าที่สั่งการ ควบคุม และกำกับดูแล เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯ ซึ่งเป็นคนละชุดกับการคัดเลือกคณะกรรมการประสานงานศูนย์ฯ และทำหน้าที่ต่างกัน โดยการแต่งตั้งขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายต่างๆในศูนย์อป.พร.เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์นั้นมีทั้งฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อย ฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย และฝ่ายปฏิบัติการกู้ชีพ ซึ่งทางเทศบาลมีการคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และที่ผ่านมาได้ปฏิบัติหน้าที่จะได้รับรางวัลต่างๆมากมาย และที่สำคัญสุดก็เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชน ส่วนการคัดเลือกประธานและคณะกรรมการนั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่รายงานเข้ามาว่าเป็นการคัดเลือกที่ยังขัดระเบียบ เนื่องจากตามระเบียบจะต้องดำเนินการคัดเลือกตัวแทนสมาชิกให้ครบจำนวน 15 คน แล้วจึงคัดเลือกตำแหน่งประธาน แต่ครั้งนี้เป็นการคัดเลือกตัวประธานแล้วคัดเลือกคณะกรรมการเลย ซึ่งขัดกับระเบียบ และขณะนี้ทางเทศบาลได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับเรื่องดังกล่าวแล้ว ไม่ได้ยกเลิกและสั่งเป็นโมฆะแต่อย่างใด

“ยืนยันว่าการดำเนินการแต่งตั้งอป.พร.ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายต่างๆก็เพื่อบริการประชาชน ไม่ได้มีการกลั่นแกล้งใคร และการดำเนินการก็เป็นไปตามระเบียบอำนาจทุกอย่าง ซึ่งการที่มีสมาชิกอป.พร.เข้าไปร้องเรียนนั้นน่าจะเป็นการเข้าใจผิดและเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะการแต่งตั้งอป.พร.ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายต่างๆนั้นเป็นคนละชุดกัน”นายจารุวัฒน์กล่าว

ขณะที่นายสนุน แจะหอม นิติกรกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับเรื่องร้องทุกข์ไว้เพื่อดำเนินการตรวจสอบ พร้อมกับได้รายงานไปยังผู้บังคับบัญชาพิจารณา และประสานไปยังท้องถิ่นจังหวัดดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป