เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้า กรณีมีชาวบ้าน น้ำก่ำน้อย หมู่ 17 ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม นายกิตติศักดิ์ ชมจันทร์ อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้านน้ำก่ำน้อย หมู่ 17 ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พร้อมตัวแทนชาวบ้าน ที่ได้รับความเดือดร้อน จากปัญหาดินริมตลิ่งแม่น้ำโขง บริเวณท้ายลำน้ำก่ำ ที่รองรับน้ำมาจาก โครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่รองรับน้ำจากลำน้ำก่ำ ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง เกิดปัญหาดินริมตลิ่งทรุดต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี แต่ยังไม่มีหน่วยงานมาดูแลแก้ไข โดยเคยยื่นหนังสือให้หน่วยงานภาครัฐ ตั้งแต่ระดับอำเภอ ไปถึงจังหวัด มาดำเนินการแก้ไข แต่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ จนล่าสุดเกิดปัญหาทรุดหนัก ระยะทางยาวกว่า 800 เมตร ทำให้พื้นที่ดิน ของชาวบ้าน ที่มีเอกสารสิทธิ์ ถูกน้ำโขงกัดเซาะสูญหาย รวมเกือบ 4 ไร่ บางรายได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากพื้นที่ดิน ที่มีเอกสารสิทธิ์ ถูกน้ำโขงกัดเซาะสูญหายไปหมด เหลือเพียงเอกสารสิทธิ์ ส่งผลต่อปัญหาความเดือดร้อน ต้องสูญเสียที่ดิน ซึ่งมีมูลค่าสูง รวมถึงเสียโอกาสในการใช้เป็นที่ทำการเกษตร

ล่าสุดทางด้าน นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้ประชุมสั่งการ ให้โยธาธิการและผังเมือง จังหวัดนครพนม ประสานงานร่วมกับทางอำเภอ หน่วยงานเกี่ยวข้อง ตรวจสอบ ข้อเท็จจริง เร่งหาทางแก้ไข เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อน เร่งด่วน พร้อมให้มีการสำรวจเสนองบประมาณ ดำเนินการวางแผนก่อสร้างเขื่อนป้อกันตลิ่ง ไม่ให้เกิดผลกระทบ ในระยะยาว

ด้าน นายณรงค์ วรรณะ หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ สำนักงานโยธาธิการและผัวเมืองจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า กรณีชาวบ้านน้ำก่ำน้อย ต.น้ำก่ำ ได้รับความเดือดร้อน จากปัญหาดินตลิ่งแม่น้ำโขงทรุด โดยทาง นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม ได้สั่งการให้ โยธาธิการและผังเมือง ลงพื้นที่ตรวจสอบ วางแนวทางแก้ไขปัญหา โดยได้ประสานกับทางผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทนชาวบ้าน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน ยอมรับว่าเคยมีการเสนอปัญหาความเดือดร้อนเข้ามาก่อนนี้ แต่มีปัญหาติดขัดเรื่องการ จะเข้าไปดำเนินการ เพราะมีชาวบ้านบางรายไม่ยินยอมให้นำเครื่องจักร ผ่านพื้นที่การเกษตร ทำให้เกิดความล่าช้าตามมา ซึ่งจากนี้จะได้ประสานทางผู้ใหญ่บ้าน ให้มีการจัดทำประชาคมหมู่บ้าน และสำรวจชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ เพื่อจะได้เร่งดำเนินการแก้ไขตามขั้นตอน เบื้องต้นจากข้อมูลพบว่า จุดที่มีการทรุดตัวหนักประมาณ 300 เมตร ที่จะต้องมีการตรวจสอบเสนอของบประมาณดำเนินการแก้ไข ซึ่งในการก่อสร้างจะต้องใช้งบประมาณ เมตรละประมาณ 1 แสนบาท อย่างไรก็ตามทางโยธาธิการและผังเมือง จะได้เร่งดำเนินการวางแนวทางแก้ไขปัญหา ดูแลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชาวบ้าน อย่างเร่งด่วน