พาณิชย์ จ.บุรีรัมย์ลุยตรวจเครื่องวัดความชื้น และเครื่องชั่งน้ำหนัก โรงสีข้าว พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการปิดป้ายราคาให้ชัดเจน เพื่อป้องกันเอาเปรียบเกษตรกร ขณะบรรยากาศซื้อขายข้าวยังเงียบเหงา คาดเกษตรกรอยู่ระหว่างเก็บเกี่ยว แนะเกษตรกรอย่าเร่งนำข้าวสดที่มีความชื้นสูงออกขาย ควรตากให้แห้งได้ราคาสูงขึ้น พร้อมเตือนระวังกลุ่มพ่อค้าเร่ที่มีกลโกงไปหลอกซื้อข้าวในราคาที่สูง

วันนี้ (7 พ.ย.61) นายจักรพล จงใจภักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้ออกตรวจสอบโรงสีข้าวในเขตอำเภอเมืองบุรีรัมย์ ประโคนชัย และ อ.พลับพลาชัย โดยเน้นตรวจคุณภาพเครื่องชั่งตรวจวัด และเครื่องชั่งน้ำหนัก ซึ่งต้องได้รับการตรวจรับรองมาตรฐานจาก สำนักงานสาขาชั่งตวงวัด เขต 2 - 5สุรินทร์ พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้ประกอบการโรงสีให้ปิดป้ายแสดงราคารับซื้อข้าวให้ชัดเจน และให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 45 พ.ศ.2561 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขการรับซื้อ และการแสดงราคารับซื้อข้าวเปลือก เพื่อป้องกันการเอาเปรียบชาวนา ที่นำข้าวเปลือกนาปีมาขาย เนื่องจากช่วงนี้ข้าวเปลือกมีราคาค่อนข้างสูงจึงต้องมีการออกตรวจ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับชาวนา

จากข้อมูลพบว่า ในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ มีโรงสีที่เปิดรับซื้อข้าวกระจายอยู่ตามอำเภอต่างๆ ทั้งจังหวัดกว่า 20 แห่ง ซึ่งทางพาณิชย์จังหวัดจะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่บรรยากาศซื้อขายข้าวเปลือกตามโรงสีต่างๆ ช่วงนี้ค่อนข้างเงียบเหงาไม่คึกคักเท่าที่ควร อาจเพราะอยู่ระหว่างเก็บเกี่ยวผลผลิตหรือตากข้าวเพื่อลดความชื้น แต่ส่วนใหญ่เกษตรกรได้นำข้าวหอมมะลิ 105 เกี่ยวสด (ความชื้นมากกว่า 25%) ราคารับซื้อ อยู่ระหว่าง 13.70 - 14.00 บาท มาขายให้กับโรงสี หากเกษตรกรตากข้าวให้แห้งเก็บไว้หรือชะลอการขายแล้ว เชื่อว่าในไม่ช้าราคาข้าวเปลือกในท้องตลาดก็จะสูงขึ้นกว่าปัจจุบันอย่างแน่นอน

นายจักรพล กล่าวว่า ได้นำเจ้าหน้าที่ออตรวจโรงสีข้าว เพื่อให้มีการรับซื้อขายในราคาที่เป็นธรรม ซึ่งได้แนะนำให้เกษตรกรตากข้าวให้แห้งเพื่อลดความชื้น ก่อนจะนำไปขายตามโรงสีข้าวต่างๆ จะได้ราคาที่สูงและไม่ถูกหักความชื้น ประกอบกับปีนี้ผลผลิตข้าวของเกษตรกรในจังหวัด มีปริมาณลดลงกว่าปีที่ผ่านมา

พร้อมกันนี้ ยังได้แจ้งเตือนเกษตรกรให้ระมัดระวังกลุ่มพ่อค้าเร่ ที่จะเข้ามาหลอกลวงซื้อข้าวของเกษตรกรในพื้นที่ โดยใช้วิธีหว่านล้อมจะรับซื้อข้าวของเกษตรกรในราคาที่สูงเกินความเป็นจริงหรือสูงกว่าท้องตลาด เพื่อจูงใจให้เกษตรกรหลงเชื่อขายผลผลิตให้ จากนั้นอาจจะให้เล่ห์กลโกงตาชั่งหรือจ่ายเงินไม่ครบตามจำนวนแล้วหลบหนี ซึ่งพฤติกรรมของมิจฉาชีพดังกล่าวได้สร้างความเดือดร้อนเสียหายให้กับเกษตรกรในหลายพื้นที่เป็นประจำทุกปี จึงเตือนให้เกษตรกรเฝ้าระมัดระวังหรือหากพบเห็นผู้มีพฤติกรรมดังกล่าว