“เงินดิจิตอล” หรือ “คริปโทเคอร์เรนซี cryptocurrency” เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งออกแบบให้เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน ที่ใช้วิทยาการเข้ารหัสลับเพื่อรับประกันธุรกรรม เพื่อควบคุมการสร้างหน่วยเงินเพิ่ม และเพื่อยืนยันความถูกต้องของการโอนทรัพย์ เป็นรูปแบบหนึ่งของเงินดิจิทัล (digital currency) เงินทางเลือก (alternative currency) และเงินเสมือน (virtual currency) เป็นเงินที่ควบคุมโดยกระจายศูนย์กลางเทียบกับเงินดิจิทัลที่ควบคุมโดยศูนย์กลาง หรือกับระบบธนาคารกลางการควบคุมแบบกระจายศูนย์จะทำผ่านบล็อกเชน ซึ่งเป็นฐานข้อมูลธุรกรรมสาธารณะ โดยใช้เป็นบัญชีแยกประเภทแบบกระจาย

บิตคอยน์ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 2009 เป็นคริปโทเคอร์เรนซีแบบกระจายศูนย์สกุลแรก ตั้งแต่นั้นมา ก็มีคริปโทเคอร์เรนซีสกุลอื่น ๆ ที่สร้างขึ้นอีกมากมาย

ตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา แม้เงินดิจิตอล ยี่ห้อ “บิตคอยน์” จะโด่งดังมาก และมี “ค่า” สูงขึ้น จนกลายเป็นหนทางการทำกำไรที่นิยมกันมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ยังไม่มีรัฐบาลประเทศใด ประกาศให้ใช้ “เงินดิจิตอล” เป็น “เงินตรา” ทางการของประเทศ จนกระทั่งประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศแรกที่ประกาศยอมรับเงินดิจิตอลเป็นเงินตราทางการของประเทศเมื่อต้นเดือนนี้ และเงินดิจิตอลของประเทศสิ
คโปร์เริ่ม ค้า-ขาย เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเหรียญดิจิตอลของรัฐบลสิงคโปร์ก็สามารถเพิ่มมูลค่าขึ้นภายในม่กี่ชั่วโมงที่เปิดขาย เริ่มจากมูลค่า $0.0014 cents เพิ่มเป็น 0.0044 cents ภายในสี่ชั่วโมงแรก

ขณะนี้มีเงินดิจิตอลซื้อขายกันในตลาดอยู่เป็นพันยี่ห้อ ยี่ห้อใดจะได้รับความนิยมมากน้อย ก็ขึ้นอยู่กับ “ความน่าเชื่อถือ” สงครามการค้าเงินติจิตอลนั้น โดยแก่นแท้แล้วก็ไม่น่าจะแตกต่างไปจากสงครามการค้าเงินตราสกุลของประเทศต่าง ๆ นัก

สำหรับเงินดิจิตอลของรัฐบาลสิงค์โปร์ ชื่อว่า CashlessPay Group. เมื่อรัฐบาลสิงคโปร์ประกาศรับรองเป็นเงินตราของรัฐบาล ด้านหนึ่งก็จะมีความได้เปรียบเงินดิจิตอลยี่ห้ออื่น ๆ ที่ไม่มีรัฐบาลใดรับรอง แต่ด้านตรงข้ามก็อาจกลายเป็นจุดอ่อนได้ เพราะเหตุที่เงิตคิจิตอลได้รับความนิยมเพราะได้ขจัดจุดด้อยจากการบริหารจัดการแบบรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลสิงคโปร์ตัดสินใจประกาศใช้เงินดิจิตอลเป็นทางการ เขาก็ย่อมมั่นใจว่าจะบริหารจัดการได้แบบธุรกิจเอกชน สามารถหลีกเลี่ยงจุดอ่อนของการบริหารแบบธนาคารชาติแบบดั้งเดิมได้สำเร็จ

ทั้งนี้ รัฐบาลสิงคโปร์ยังกล้าหาญริเริ่มำเรื่องใหม่ ๆ ล้ำหน้าประเทศอื่นอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือ โครงการพลเมืองเสมือนจริง Virtual Citizenship Program(VCP) ให้สิทธิพลเมืองประชาคมอาเซียนทางคอมพิวเตอร์ (รายละเอียดต่าง ๆ นั้น รัฐบาลสิงคโปร์ยังมิได้แถลงอย่างเป็นทางการ)

น่าคิดว่าเหตุที่รัฐบาลสิงคโปร์เสนอให้ คนต่างประเทศทำเอกสารเป็น “พลเมืองเสมือนจริง” (ทางคอมพิวเตอร์) ของสิงคโปร์ได้ เพื่อกระตุ้นความนิยมเงินดิจิตอล (เพราะความสะดวก) นั่นเอง น่าเชื่อว่าเงินดิจิตอลของรัฐบาลสิงคโปร์จะได้รับความนิยมจากนักลงทุนในประชาคมอาเซียนอย่างแน่นอน

และนอกจากจะช่วยสร้างความนิยมเงินดิจิตอลยี่ห้ของรัฐบาลสิคโปร์แล้ว ยังจะกระตุ้นความก้าวหน้าของประชาคมอาเซียนทางด้านอื่น ๆ ด้วย นับเป็นเรื่องที่ควรติดตามอย่างยิ่ง