ด้วยมนต์เสน่ห์ของเมืองที่ถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขาและสายหมอก อย่าง เชียงราย จึงทำให้ทุกคนไม่พลาดที่จะจัดโปรแกรมการเดินทางในช่วงหนาวนี้กันตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะไม่ว่าจะเช็คอินที่ใด เมื่อไรก็เป็นที่อิจฉา แต่สำหรับทริปนี้ขอแนะนำ โครงการพัฒนาดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวง สถานที่ซึ่งมีประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ๆ มากมายรอให้ทุกคนไปสัมผัสกันแบบใกล้ชิด

สัมผัสดอยตุงทุกมิติ

เริ่มจากการกราบสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จย่า ณ พระตำหนักดอยตุง บริเวณสันเขาของเทือกดอยนางนอน เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2531 ถือเป็นบ้านหลักแรกของสมเด็จย่า สร้างขึ้นโดยใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เน้นความเรียบง่ายเป็นพระตำหนักสองชั้น และชั้นลอย ซึ่งชั้นบนแยกเป็นสี่ส่วนแต่เชื่อมต่อกันเป็นอาคารหลังเดียวมีกาแล และไม้แกะสลักเป็นเชิงชายลายเมฆไหลที่อ่อนช้อยโดยรอบ เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างบ้านปีกไม้ ศิลปะล้านนา กับชาเลต์แบบสวิส ชาเลต์

ภายในหอแห่งแรงบันดาลใจ

พอถึงกลางท้องพระโรงต้องแหงนมองดูเพดานที่แกะสลักเป็นกลุ่มดวงดาวในสุริยะจักรวาลเรียงตามองศาในวันที่ 21 ตุลาคม 2443 ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพ โดยมีการฝังดวงไฟให้กำลังแสงตามขนาดที่ได้สัดส่วนตามจริง จากการคำนวณและออกแบบโดยสมาคมดาราศาสตร์แห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีห้องบรรทมและห้องทรงงานที่สื่อถึงความเรียบง่าย สมถะของพระองค์ ภายหลังการสวรรคตของสมเด็จย่า พระตำหนักยังได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีและเปิดให้ประชาชนเยี่ยมชมได้ทุกวัน

ภายในพระตำหนักดอยตุง

ถัดไปทางทิศเหนือของพระตำหนักดอยตุงจะพบกับ สวนแม่ฟ้าหลวง หรือ สวนดอยตุง เป็นสวนไม้ดอกไม้หลากสีสัน กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา บนพื้นที่ 25 ไร่ ภายในสวนถูกตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม ดูแลอย่างดี ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนออกดอกตลอดปี อาทิ ดอกซัลเวีย พิทูเนีย บีโกเนีย กุหลาบ ดอกลำโพง ไม้มงคลต่างๆ ไม้ยืนต้นและซุ้มไม้เลี้อยมากกว่า 70 ชนิด นอกจากแปลงไม้ประทับกลางแจ้งแล้วยังมีโรงเรือนไม้ในร่มจุดเด่นคือกล้วยไม้จำพวกรองเท้านารีชนิดต่าง ๆ ที่มีดอกสวยงามมาก บริเวณกลางสวนมีประติมากรรมเด็กยืนต่อตัวของ มีเซียม ยิบอินซอย โดย สมเด็จย่าพระราชทานชื่อว่าความต่อเนื่องที่สื่อถึงการทำงานจะสำเร็จได้ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเมื่อมาถึงจุดนี้ทุกคนสามารถแวะเติมพลังกันได้ ที่ ดอยตุงคาเฟ่ นั่งพักชิลๆ จิบกาแฟหอมๆในสวน ก่อนจะไปจุดเช็กอินใหม่กลางป่าใหญ่ ณ สวนแม่ฟ้าหลวง ทรี ท็อป วอล์ค กิจกรรมสุดเสียว กับการเดินปืนป่ายไปบนสะพานแคบๆ ทางเดินโยกเยกชวนหวาดเสียว เพื่อเดินชมธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ทั้ง ป่าเขา ไร่กาแฟ ต้นไม้สายพันธุ์ต่างๆ และ ภูมิทัศน์ของดอยตุง แบบพาโนรามาที่สูงจากพื้นดินประมาณ 40 เมตร ระยะทางเดินประมาณ 300-400 เมตร

มุมชมวิวแบบพาโนรามา

ชมหอแห่งแรงบันดาลใจ

จากนั้นแวะไปเยี่ยมชม หอแห่งแรงบันดาลใจ ที่อยู่ติดกับสวนแม่ฟ้าหลวง สถานที่ซึ่งถ่ายทอดพระราชจริยวัตรสมเด็จย่า และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการทำงานและมุ่งมั่นพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยผ่านนิทรรศการ 7 ห้อง โดยมีการถ่ายทอดเรื่องราวของครอบครัวอันอบอุ่นของราชสกุลมหิดล เริ่มตั้งแต่สมเด็จย่าทรงเป็นเด็กหญิงสังวาลย์ ที่ใฝ่ดีและแสวงหาโอกาส จนเป็นคู่ชีวิตเจ้าฟ้า ที่ได้ซึบซับพระราชปณิธานอันแรงกล้าในการทรงงาน เพื่อแผ่นดินไทยและกลายเป็นแม่ฟ้าหลวง ของประชาชนชาวไทย

สวนแม่ฟ้าหลวง

ตลอดจนการสื่อพระราชภารกิจอันยิ่งใหญ่ของพระมหากษัตริย์ของประชาชน เพื่อแก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ใครที่มาเยี่ยมหอแห่งนี้จะได้เห็นอุปกรณ์ธรรมดาๆ ที่ในหลวงใช้ทรงงานจนคุ้นตา ได้แก่ แผนที่ ดินสอ กล้องถ่ายรูปและวิทยุสื่อสาร สะท้อนให้เห็นถึงหลักการและวิธีการทรงงานที่เพื่อแก้ปัญหาของประชาชนชาวไทย ตลอดจนเข้าใจ ต้นกำเนิดของดอยตุงเมื่อครั้งเป็นป่าเขาที่แห้งแล้ง เป็นพื้นที่ปลูกฝิ่น แต่เมื่อสมเด็จย่ามีพระชนมายุ 87 พรรษา ทรงมีพระราชดำริริเริ่มโครงการพัฒนาดอยตุงๆ เพื่อแก้ไขปัญหาของดินแดนที่เป็นส่วนหนึ่งของสามเหลี่ยมทองคำด้วยการ ปลูกป่า ปลูกคน ทำให้ทุกวันนี้ทั้งคนและผืนป่าของดอยตุง ได้รับการพลิกฟื้นคืนสู่ชีวิตที่พอเพียงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นรูปแบบที่เยาวชนคนรุ่นใหม่รวมถึงชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวดอย ได้เข้าใจดอยตุงดินแดนที่มีแต่แรงบันดาลใจให้กับทุกๆคนมากยิ่งขึ้น

สวนรุกขชาติดอยช้างมูบ

จากโครงการพัฒนาดอยตุง เดินทางต่อไปอีกเล็กน้อย เพื่อแวะชมสวนดอกไม้หลากหลายชนิด สัมผัสอากาศเย็นสบาย รอชมพระอาทิตย์ตกที่ สวนรุกขชาติดอยช้างมูบ หรือ สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง ที่มีต้นไม้นานาพันธุ์โดยเฉพาะกุหลาบพันปีหลากสี หลายสายพันธุ์จากนานาประเทศ และจะยิ่งสวยงามมากในช่วงที่ดอกนางพญาเสือโคร่งบานสะพรั่งในราวต้นเดือนมกราคม - เดือนกุมภาพันธ์ จนที่นี่กลายเป็นสวนป่าที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งเลยทีเดียว

เรียนรู้เรื่องฝิ่นในไทย

ด้วนสีสันแห่งดอยตุงยังมีอีกหลายจุดรอให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัส ดังนั้นหลังจากชื่นชมดอยตุงเต็มอิ่มมาทั้งวัน ไม่ต้องไปไหนไกล เพราะที่นี่มีที่พักชื่อว่า ดอยตุงลอด์จ ตั้งอยู่ในโครงการพัฒนาดอยตุงฯ สามารถมองเห็นวิวแบบพาโนรามา ให้ความเป็นส่วนตัวมีให้เลือกทั้งแบบ ดีลักซ์ เมาเท่น วิว และ ดีลักซ์ การ์เด้น วิว พร้อมเต็มอิ่มกับเมนูพิเศษที่ครัวตำหนัก ที่รังสรรค์โดย ป้าเครือ ต้นเครื่องของสมเด็จย่าที่คัดสรรวัตถุดิบดีๆ เน้นของในท้องถิ่นจากพื้นที่พัฒนาดอยตุงนำมาสร้างสรรค์เป็นอาหารที่สดอร่อย อาทิ ไก่ผัดเม็ดแมคคาเดเมีย แกงฮังเล ยำภูแล และเห็ดอ้อนดอย รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

ภายในหอฝิ่น

มาถึงจุดนี้ถ้ายังเที่ยวไม่จุใจยังมีอีกหนึ่งสถานที่ ที่ไม่ควรพลาดคือ พิพิธภัณฑ์หอฝิ่น ในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำจุดที่ไทย ลาว และพม่า มาบรรจบกันเป็นที่ที่แม่น้ำรวกไหลมารวมกันกับแม่น้ำโขง ในพื้นที่นี้เองมีการปลูกฝิ่น ผลิตเฮโรอีน และลักลอบนำออกไปขาย โดยภายในหอฝิ่นได้ถูกจัดเป็นศูนย์นิทรรศการแบบอินเตอร์เรทีฟ ผสมผสานกับแสง สี เสียงแสดงประวัติความเป็นมาของฝิ่นเมื่อสมัยที่มีการใช้กันอย่างถูกกฎหมาย ชมอุโมงค์ที่ ดูลึกลับมืดสนิทที่ผ่านทะลุภูเขาด้วยความยาว 137 เมตร สะท้อนให้เห็นด้านมืดของฝิ่นจนกลายเป็นยาเสพติดที่เป็นปัญหาไปทั่วโลก

หนาวนี้เที่ยวดอยตุง

หลังจากนั้นมุ่งหน้าไปยังอำเภอเมืองเชียงราย เพื่อแวะชมสถาปัตยกรรม วัตถุโบราณล้านนา และสักการะพระพร้าโต้ ในหอคำ ชื่นชมบรรยากาศภายในอุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง สถานที่ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมล้านนา และยังเป็นสถานที่จัดการศึกษาแก่เยาวชนชาวเขา เพื่อให้พวกเขาได้นำความรู้ที่ได้นั้นกลับไปพัฒนาชุมชนต่อไป สถานที่แห่งนี้ได้แสดงภูมิปัญญาและสถาปัตยกรรมล้านนาที่งดงามบนพื้นที่ 150 ไร่ เป็นที่เก็บรักษางานพุทธศิลป์เก่าแก่ โบราณวัตถุอายุนับศตวรรษ ศิลปวัตถุรังสรรค์จากไม้สักและสระน้ำใหญ่ ร่มรื่นด้วยต้นไม้จากภาคต่างๆ ของประเทศ เช่น ต้นยูคาลิปตัสสายรุ้ง และกลางอุทยานยังมีที่ประดิษฐานพระรูปปั้นของสมเด็จย่าประทับบนโขดหินให้ผู้มาเยือนได้สักการะก่อนเดินทางกลับ

อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง

โดยเฉพาะในฤดูกาลท่องเที่ยวปีนี้ ดอยตุงได้เตรียมโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับตั๋ว Early Bird ของ 7 สถานที่ท่องเที่ยวดอยตุง พร้อมคูปองเงินสด ส่วนลดอีกมากมาย ในเทศกาลสีสันแห่งดอยตุง ช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: DoiTung Club หรือ สอบถามเส้นทางท่องเที่ยวอื่นๆ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลท่องเที่ยว สามารถติดต่อได้ที่โทร. 0-2622-1810-18 ต่อ 353,354 และ www.facebook.com/siamrath.travel

โต๊ะท่องเที่ยว เรื่อง/ภาพ
siamtravel58@gmail.com