แสงไทย เค้าภูไทย

ท่ามกลางกระแสกระพือโหมกัญชาเสรี คนไทยบางกลุ่มฝันเฟื่องว่า ไทยควรฉวยโอกาสที่ความต้องการกัญชาของแคนาดา อเมริกาและทั่วโลกขาดแคลน ปลูกกัญชาส่งเป็นสินค้าออกโกยเงินกันมโหฬาร

ตลาดโลกกัญชาตัวเลขล่าสุด Arcview Market Research ประเมินว่า มีมูลค่า 9.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าอีก 4 ปีข้างหน้า จะขึ้นไปถึง 32,000 ล้านดอลลาร์

ฝรั่งเรียกว่าภาวะตื่นกัญชานี้ว่า “ Green Gold Rush” ยุคตื่นทองเขียว

ตัวเลขและความเคลื่อนไหวเหล่านี้ ทำให้คนไทยหลายกลุ่มหลงตามกระแส พากันเรียกร้องให้รัฐเปิดเสรีกัญชา โดยหวังว่า จะได้รับอานิสงส์จากการตื่นกัญชากันทั้งโลกในขณะนี้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็เอาใจคนไทย เพราะใกล้เลือกตั้ง รับปากว่า จะมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปลดล็อคกัญชาให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่คนไทยต้นปีหน้า

ส่วนตอนนี้ ให้ปลดจากสถานะยาเสพติดประเภทที่ 5 เป็นประเภทที่ 2 ไปก่อน กัญชา จึงเป็นเพียงการใช้ทางกรแพทย์เท่านั้น

ยาเสพติดประเภทที่ 5 ได้แก่ กัญชา กระท่อม ฝิ่น เห็ดขี้ควาย

ประเภทที่ 2 ได้แก่ มอร์ฟีน(Morphine) โคคาอีน( Cocaine)หรือโคเคน โคเดอีน (Codeine) ฝิ่นยา (Medical Opium) และเมทาโดน(Methadone)

การที่ย้ายมาอยู่ในประเภทที่ 2 นี้ ก็เพื่อเทียบกับมอร์ฟีนที่ใช้ทางการแพทย์อยู่แล้ว ทำให้กัญชาที่ถูกกฎหมายเป็นกัญชาที่อยู่ในฐานะยาหรือสารที่ใช้ในการรักษาโรค เป็น Medical Marijuana

ฐานะของกัญชาก่อนที่จะมีกระแสตื่นตัวจนกลายเป็นตื่นตูมนั้น ในทางกฎหมาย เป็นยาเสพติดมานานเกือบร้อยปี

แต่เกิดกระแสตื่นตัวขึ้นในซีกโลกตะวันตก เริ่มจากสหรัฐที่มีงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้กัญชารักษาโรคทางสมอง

โดยมีผลเชิงประจักษ์ในด้านรักษาโรคลมชัก (epilepsy) หรือลมบ้าหมูในเด็ก และมีความก้าวหน้าในทางรักษาโรคความจำเสื่อม (Alzheimer’s ) โรคจิตเภท( Schizophrenia) โรคหลงลืม (Amnesia) โรคสมองเสื่อม (Dementia) พาร์กินสัน ไมเกรน ระงับปวด คลายเครียด กล่อมประสาทและมะเร็ง

โดยเฉพาะมะเร็งนั้น ปลุกกระแสเรียกร้องในหมู่แพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้านจนมีการผลักดันให้ปลดล็อกกัญชาจากยาเสพติดและลามไปจนถึงกัญชาเสรี โดยเอาไปเทียบกับบุหรี่

รัฐบาลจึงต้องตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมาพิจารณาถอดกัญชาจากสถานภาพยาเสพติดหรือที่เรียกร้องให้เป็นกัญชาถูกกฎหมาย (legalized marijuana ) แบบแคนาดาและสหรัฐอเมริกา

แคนาดา ออกรัฐบัญญัติให้กัญชาถูกกฎหมายทางการแพทย์( medical marijuana)และทางสันทนการ (recreational marijuana)เมื่อปลายเดือนที่แล้ว โดยมีการควบคุมการใช้ทั้ง 2 ด้าน

ด้านการแพทย์นั้น ไม่มีปัญหา เพราะคงเป็นไปตามรูปแบบการใช้มอร์ฟีนซึ่งเป็นสารอนุพันธุ์ของฝิ่น ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 2

ส่วนด้านกัญชาสันทนาการนั้น คนไทยยังเข้าใจผิดว่าเปิดเสรี

เห็นภาพชาวแคนาดาเข้าคิวกันซื้อกัญชา และมีข่าวกัญชาขาดตลาด ก็พากันทึกทักว่า น่าจะเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะส่งเสริมให้มีการปลูกกัญชาเพื่อส่งป้อนตลาดโลกที่มีการนำตัวเลขออกมาเปิดเผยว่า มีมูลค่ามหาศาลดังกล่าว

คงไม่ง่ายปานนั้น เพราะแม้จะเปิดให้มีการใช้เชิงสันทนการ คือผ่อนคลาย บันเทิง สนุกสนาน แต่ก็มีข้อจำกัด

คือห้ามปลูกเสรี เพราะรัฐบาลแคนาดาต้องการควบคุมปริมาณกัญชามิให้ทะลักออกมาจนกลายเป็นมอมเมาประชาชน

ส่วนร้านขายกัญชาที่เห็นมีคนเข้าคิวยาวเหยียดรอซื้อนั้น เป็นร้านของรัฐ มิใช่เปิดให้เป็น “ใครใคร่ค้า ค้า” อย่างที่คนไทยเข้าใจกัน

ผู้ที่มีสิทธิซื้อจะต้องเป็นบุคคลที่บรรลุนิติภาวะซึ่งแคนาดากำหนดอายุ 19 ปีเป็นขึ้นไป โดยจะต้องไปทำบัตรหรือใบอนุญาตก่อน เมื่อซื้อก็แสดงบัตรว่าตนมีสิทธิที่จะใช้กัญชา

ส่วนปริมาณที่อนุญาตให้ซื้อได้นั้น ไม่เกินรายละ 300 กรัม หรือ 3 ขีด ซึ่งไม่น้อยเลย เพราะกัญชาแห้งนั้นเบา เทียบแล้วก็น่าจะ 3-4 ขยุ้มมือชายไทย

เพราะฉะนั้น ที่ฝันหวานว่าคนไทยจะปลูกกัญชาส่งเป็นสินค้าออกสู่ตลาดโลกนั้น คงเป็นไปไม่ได้ เพราะทุกประเทศที่เปิดกัญชาถูกกฎหมายนั้น เป็นการถูกกฎหมายแบบมีกรอบ มีหน่วยงานรัฐดูแลควบคุมตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการบริโภค

ที่สหรัฐ ผู้ที่จะปลูกกัญชาได้ จะต้องขออนุญาตพิเศษจากรัฐ ปลูกอยู่ในโรงเรือนที่ควบคุมมิดชิด พันธุ์กัญชาที่ปลูกก็ต้องได้รับการพิจารณาจากหน่วยงานรัฐว่า เหมาะสมและมีคุณภาพสูง ใช้แล้วปลอดภัย

บริษัทปลูกกัญชา ขายกัญชา อยู่ในตลาดหุ้นแล้วเป็นส่วนใหญ่ เป็นที่ชื่นชอบของนักลงทุนมาก เรียกกันว่า Marijuana Stock หุ้นกัญชา ราคาหุ้นสูงยิ่งกว่าหุ้นน้ำมัน

เพราะนักลงทุนเห็นว่ากิจการดี กัญชาขายดิบขายดีเป็นสินค้ายอดฮิต ย่อมจะทำกำไรได้มาก เงินปันผลย่อมจะมาก

จึงที่คนไทยหวังกันนักหนาว่า จะปลูกกัญชาขายส่งที่โน่นที่นี่ ทำเงินเข้าประเทศหลามไหลนั้น คงหวังลมๆแล้งๆ

เพราะเจ้าถิ่นเขา ย่อมจะไม่ยอมให้ใครเข้ามารุกราน ไม่ว่าเราจะอ้างว่ากัญชาของเราเป็นพันธุ์ดีที่สุดในโลกหรือราคาถูกกว่าก็ตาม

พวกที่ได้สิทธิปลูกหรือสัมปทานปลูกจากรัฐนั้น ปลูกกันในโรงเรือนที่มีการปรับอุณหภูมิให้คล้ายกับเมืองร้อนอันเป็นถิ่นกำเนิดของกัญชา

ส่วยสายพันธุ์นั้น ส่วนใหญ่ได้มาจากอเมริกากลางอันเป็นเขตร้อนไม่ต่างจากย่านมรสุมเอเชีย

สินค้าไทยไปอเมริกาขณะนี้ ใช่ว่าจะไปกันง่ายๆ ตัวอย่างที่เจอดีล่าสุดก็คือน้ำปลา ซึ่งปกติใช้กันตามร้านอาหารไทย แต่เมื่อมีการนำเข้า ต้องผ่านด่านศุลกากรและต้องได้รับการตรวจสอบจากด่านอย.ของเขาด้วย

เราก็โวยวายว่า ใช้ปลาทะเลชั้นดี มาหมักปรุง แล้วทำไม อย.ของเขาจึงบอกว่ามีสารปนเปื้อนที่เป็นอันตราย

คงลืมไปว่า เมื่อกลางเดือนที่แล้ว มีข่าวในบ้านเราเองว่า เกลือทะเลหรือเกลือสมุทรของเรามีสารโลหะหนักปนเปื้อนมาก

ทุกวันนี้ เราเทน้ำเสียจาครัวเรือน จากโรงงาน ร้านค้า สถานประกอบการ ลงท่อสู่คูคลอง ไหลไปลงทะเลกันวันละเท่าไร ? ปีละเท่าไร ?

สารตะกั่วจากน้ำเสียเหล่านั้น ไหลไปปนเปื้อนน้ำทะเลในอ่าวไทยมีปริมาณเท่าใด ?

เกลือที่ได้จากน้ำทะเลที่เข้าสู่แปลงนา ตากแดด เกรอะจนแห้งบรรจุกระสอบ/ถุง ส่งขายโรงงานน้ำปลา โรงงานปลาเค็ม ปลาป่น อาหารทะเลแห้งฯลฯ วันละเท่าไร ?

จึงอย่าไปด่าว่าเขาเลย เขามีมาตรฐานตรวจสอบ ซึ่งก็เป็นมาตรฐานเดียวกันกับ อย.บ้านเรา

เพียงแต่ อย.บ้านเขาเข้มงวดมาก ด้วยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนของเขา

การที่ทึกทักเอาว่า จะส่งกัญชาไปขายเขานั้น เลิกฝันหวานได้

พวกปลูกกัญชาอเมริกันเรียกกัญชาว่า “Green Gold” ทองคำเขียว พวกเขาคงไม่เปิดให้ มีการค้าเสรีกัญชาแน่ๆ

อย่าว่าแต่กัญชาเลย สินค้าอื่นๆของเรา ตอนนี้ก็โดนกันระนาวจากผลพวง Trade War ที่สหรัฐทำสงครามกับจีนจนไทยโดนหางเลขด้วย

เพราะเราได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐปีละหลายหมื่นล้านบาท

ล่าสุดเราถูกถอนสิทธิพิเศษ GSP ไปหลายสิบรายการ

ที่ประธานาธิบดีโดแนลด์ ทรัมป์ เชิญพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไปเยือนนั้น แรกคิดว่าเขาจะเชิญด้วยมิตรไมตรี

ที่ไหนได้ ทรัมป์เชิญให้ไปรับของขวัญจากอเมริกา คือขอให้ไทยซื้อเนื้อหมูและเครื่องในหมูกับถ่านหิน ของเขา

นายกฯเราก็ไปรับปากเขาทั้งๆที่เราเองนี่แหละ ตัวส่งออกผลิตภัณฑ์หมู โดยขาใหญ่คือซีพี

ซีพีเองตอนนี้ก็มีปัญหา โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่รัฐเมน ขนาดใช้ปลาทะเลที่พวกเขาจับกันได้เป็นวัตถุดิบ ก็ยังถูกต่อต้าน

จึงอย่าไปคิดหวัง คาดหวังว่าจะส่งกัญชาหรือกั

ชาสกัดไปขายที่นั่น

แค่ประคับประคองสินค้าที่ไปอยู่ในตลาดบ้านเขาให้อยู่ได้จนหมดวาระเฒ่าทรัมป์ ก็พอแล้ว

รอมีประธานาธิบดีคนใหม่ขึ้นมาแทนคอยเจรจากันอีกที