เสรี พงศ์พิศ
www.phongphit.com

การตายของคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ทำให้ได้รู้ว่าเขาได้ทำอะไรดีๆ ให้แก่สังคมไว้มากมาย วันนี้ไม่ได้รู้จากข้อมูลอย่างเดียว แต่ได้รับรู้อารมณ์ความรู้สึกของผู้คนที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเขา อย่างสโมสรเลสเตอร์ซีตี้ คนอังกฤษและคนไทยจำนวนมาก สะท้อนคุณงามความดีที่เขาได้ทำไว้

การสื่อการวันนี้มีประสิทธิภาพสูงมาก ทำให้สังคมได้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ อย่างรวดเร็วแ ขณะที่คนในประวัติศาสตร์จำนวนมากมีชื่อสียงเมื่อตายไปนานแล้ว โยฮัน เซบาสเตียน บ้าค ได้รับการยอมรับว่าเป็นคีตกวีที่ยิ่งใหญ่เมื่อเขาตายไปแล้วกว่า ๑๕๐ ปี

บางคนมีชื่อเสียงไม่ดีนักขณะมีชีวิตอยู่ และใช้เวลานานมากกว่าจะได้รับการยอมรับ และกลับมามีชื่อเสียงในทางที่ดีนับร้อยปีให้หลัง ดังกรณีของ “ร็อคกี้ เฟลเลอร์”

ตระกูลนี้ตั้งบริษัทน้ำมันสแตนดาร์ด ออยล์ ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๘๗๐ สืบทอดกิจการไปยังบริษัทอื่นๆ ต่อมา อย่างเอ็กซอน และเชฟรอน ได้ก่อตั้งมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ในปี ๑๙๑๓ โดยนายร็อกกี้ เฟลเลอร์ คุณทวดซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็นคนรวยที่สุดในโลกขณะนั้น เขาต้องการ “คืนทุนให้สังคม”

อย่างไรก็ดี แม้จะมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการอยู่ดีกินดีของมนุษยชาติ ชื่อร็อกกี้เฟลเลอร์ก็เป็นชื่อที่ไม่ได้รับการยอมรับเท่าใดนัก เพราะถือว่าร่ำรวยด้วยความไม่เป็นธรรม บนความทุกข์ยากของผู้คน เอาเปรียบสังคม กดขี่แรงงาน

มีเรื่องเล่าว่า ตอนแรกๆ ที่มีการต่อตั้ง มูลนิธินี้มอบเงินให้มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ได้รับการปฏิเสธว่า “เอาเงินเปื้อนเลือดของคุณกลับไป” ต้องใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะได้รับการยอมรับ

มูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์มีส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบสาธารณสุขไทยและการก่อตั้งโรงพยาบาลศิริราชตั้งแต่ร้อยปีที่ผ่านมา และยังมีความสัมพันธ์อันดีและให้การส่งเสริมสนับสนุนจนถึงทุกวันนี้ โดยมีทุนหลักอยู่ประมาณแสนล้านบาท ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาด้านชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนทั่วโลก

นอกจากสำนักงานใหญ่ที่นิวยอร์ค มีศูนย์ที่เมือง Bellagio ริมทะเลสาบโคโม ทางเหนือของอิตาลี โดยมูลนิธิเป็นผู้ให้ทุนสนับสนุนผู้ที่ได้รับเชิญให้ไปที่นั่น เป็นที่นัดพบนักคิด นักเขียน ศิลปิน นักวิชาการ นักธุรกิจ นักการเมือง ไปสัมมนา ไปพัฒนางานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เพื่อความก้าวหน้าและสันติภาพของโลก

นอกจากมูลนิธิร็อกกี้ เฟลเลอร์ ยังมีมูลนิธิฟอร์ด ที่มีลักษณะคล้ายกัน มีทุนหลักอยู่กว่าสี่แสนล้านบาท และส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาในลักษณะคล้ายกันไปทั่วโลก ประเทศอื่นๆ ก็มีมูลนิธิใหญ่ๆ เช่นนี้จำนวนมาก อย่างมูลนิธิโฟล์คสวาเก็นของเยอรมัน มูลนิธิโตโยต้าของญี่ปุ่น และอื่นๆ ซึ่งมีทุนหลักเป็นแสนล้าน

วันนี้ มีคนอย่างบิล เกต ที่ประกาศก่อตั้งมูลนิธิเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนา และไปชวนใครต่อใครมาร่วมด้วย รวมทั้งคนอย่างนายวอร์เรน บัฟเฟตที่ประกาศยกทรัพย์สินเงินทองเกือบทั้งหมดของเขาเพื่อสาธารณกุศล คืนเงินกว่าสองล้านล้านบาทให้สังคม

นายบัฟเฟตเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้น ไม่ได้มีธุรกิจเหมือนคนทั่วไป เขาทำรายได้มหาศาลด้วยความสามารถในการลงทุน มีชีวิตที่เรียบง่าย บ้านหลังเดียวเก่าๆ ที่เคยอยู่มาสี่ห้าสิบปี มีรถคันเดียว เขาพูดที่ไหนก็บอกว่า การลงทุนสำคัญที่สุด ดีที่สุด คือ การศึกษาให้ตนเอง เป็นหุ้นที่ไม่มีวันตก

วันนี้คนรวยจำนวนมากประกาศ “คืนทุนให้สังคม” เพราะสิ่งที่ได้มา ไม่ใช่เพราะความเก่งกล้าสามารถส่วนตัวเท่านั้น แต่เพราะระบบโครงสร้างและโอกาสที่ได้รับจากสังคม สิ่งที่เขาควรจะมีจะใช้นั้นไม่ได้ต้องการเงินทองมากมาย ตายไปก็เอาไปด้วยไม่ได้ คืนให้สังคมเพื่อช่วยเหลือคนที่มีโอกาสน้อยจะดีกว่า

คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ได้คืนทุนให้สังคมมากมายขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ เขาให้โอกาสผู้คนจำนวนมากทุกรุ่นทุกวัย แม้ว่าธุรกิจหลักอย่างคิงเพาเวอร์จะมีคำถามไม่น้อย ซึ่งก็ต้องตอบสังคมและทำให้ถูกต้อง

สิ่งที่ลูกหลานของคุณวิชัยน่าจะทำ คือ การก่อตั้งมูลนิธิวิชัย ศรีวัฒนประภาหรือไม่ก็มูลนิธิคิงเพาเวอร์ ให้ยิ่งใหญ่สมเจตนารมณ์ของเขา ทำให้ชื่อของเขาอยู่คู่กับสังคมไทย สังคมโลกตลอดไป

ประเทศไทยยังไม่มีคนรวยคนไหนที่ทำอะไรแบบนี้ คุณวิชัยจะเป็นคนแรก ตระกูลศรีวัฒนประภาจะเป็นเป็นตระกูลแรกที่ทำให้เป็นแบบอย่างแก่บ้านเมืองนี้ที่มีคนรวยล้นฟ้า แต่ไม่ค่อยเห็นการคืนทุนให้สังคมอย่างที่ประเทศอื่นๆ เขาทำกัน

การมีทุนตั้งต้น (endowment fund) นำไปลงทุน และเพิ่มเติมทุกปีจากผลกำไรของบริษัท ไม่นานก็จะมีจำนวนมากมายเพื่อช่วยเหลือสังคมอย่างมียุทธศาสตร์ เป็นระบบและต่อเนื่อง ไม่ใช่มีแต่แจกของแจกผ้าห่มทุกปี ทำ CSR แบบประชาสัมพันธ์ ที่ไม่ได้แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในความหมายที่แท้จริง

ประเทศไทยมีมูลนิธิเกือบสองหมื่น ล้วนแต่เล็กๆ ตั้งขึ้นมาเพื่อให้ทุนการศึกษา หรือเป็นอนุสรณ์แก่พ่อแม่ เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล ไม่ค่อยเห็นทำอะไรที่ให้ผลทั้งลึกและกว้าง มีแต่มูลนิธิชัยพัฒนาเท่านั้นที่มีบทบาทสำคัญ ทำงานอย่างมียุทธศาสตร์ และเป็นแรงบันดาลใจให้องค์กรทั้งในและต่างประเทศ

คนเราตายไป ถ้ารู้จักให้ ก็จะทิ้งภาพที่ดีไว้ให้ผู้คนจดจำ คนที่ร่ำรวยบนความทุกข์ยากของคนอื่น เอาเปรียบสังคม คดโกง คนก็จะจำแต่ภาพที่ติดลบ และคงต้องใช้เวลาและความพยายามของลูกหลานนานมากกว่าจะลบล้างภาพสีเทาหรือสีดำนั้นได้