กรมส่งเสริมสหกรณ์ เร่งเดินหน้าขับเคลื่อน Road Map การพัฒนาสหกรณ์ ดันสหกรณ์เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจชุมชนและสังคม นำร่องระยะแรกสหกรณ์ 362 แห่งทั่วประเทศ พร้อมหนุนนวัตกรรมธุรกิจการเกษตรรูปแบบสมัยใหม่รองรับการตลาดที่ท้าทาย

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ กำลังเร่งขับเคลื่อนโรดแมป (Road Map) การพัฒนาสหกรณ์ให้เป็นองค์กรหลักระดับอำเภอ ภายใต้นโนยบายเร่งด่วนของรัฐบาลให้เป็นผลสำเร็จโดยเร็ว ซึ่งรัฐบาลต้องการให้กลไกลสหกรณ์เป็นกำลังสำคัญของการยกระดับชีวิตวามเป็นอยู่ของประชาชนในทุกพื้นที่ให้ดีขึ้น โดยในเดือนกันยายน 2561 ที่ผ่านมา ได้เริ่มดำเนินการระยะที่ 1 ในสหกรณ์จำนวน 362 แห่ง แบ่งตามศักยภาพสหกรณ์ได้ 4 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 เป็นสหกรณ์ที่มีศักยภาพการดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปผลผลิตสูง จำนวน 24 แห่ง ประกอบด้วย ดำเนินธุรกิจรวบรวมพืชไร่ แบ่งเป็น ข้าว 17 แห่ง ดำเนินการธุรกิจรวบรวมพืชสวน แบ่งเป็น ยางพารา 1 แห้ง ปาล์มน้ำมัน 2 แห่ง ผลไม้ 3 แห่ง และดำเนินธุรกิจรวบรวมผลผลิตการเกษตรอื่นๆ เช่น สินค้าประมง 1 แห่ง กลุ่มที่ 2 เป็นสหกรณ์ที่มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปผลผลิตปานกลาง จำนวน 32 แห่ง ประกอบด้วย ดำเนินธุรกิจรวบรวมพืชไร่ แบ่งเป็น ข้าว 24 แห่ง มันสำปะหลัง 2 แห่ง ดำเนินการธุรกิจรวบรวมพืชสวน แบ่งเป็น ยางพารา 2 แห้ง ปาล์มน้ำมัน 1 แห่ง ผลไม้ 1 แห่ง และดำเนินธุรกิจรวบรวมผลผลิตการเกษตรอื่นๆ เช่น สินค้าประมง 2 แห่ง

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ส่วนกลุ่มที่ 3 เป็นสหกรณ์ที่ต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพการรวบรวมผลผลิต จำนวน 172 แห่ง ประกอบด้วย ดำเนินธุรกิจรวบรวมพืชไร่ แบ่งเป็น ข้าว 112 แห่ง มันสำปะหลัง 10 แห่ง ข้าวโพด 7 แห่ง ดำเนินการธุรกิจรวบรวมพืชสวน แบ่งเป็น ยางพารา 9 แห่ง ปาล์มน้ำมัน 6 แห่ง ผลไม้ 20 แห่ง และดำเนินธุรกิจรวบรวม สินค้าประมง 4 แห่ง และอื่นๆ 4 แห่ง และกลุ่มที่ 4 เป็นสหกรณ์ที่ต้องได้รับการผลักดันให้ดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปผลผลิตจำนวน133 แห่ง ประกอบด้วย ดำเนินธุรกิจรวบรวมพืชไร่ แบ่งเป็น ข้าว 72 แห่ง มันสำปะหลัง 8 แห่ง ข้าวโพด 10 แห่ง อ้อย 5 แห่ง ดำเนินการธุรกิจรวบรวมพืชสวน แบ่งเป็น ยางพารา 18 แห่ง ปาล์มน้ำมัน 5 แห่ง ผลไม้ 14 แห่ง และดำเนินธุรกิจรวบรวม สินค้าประมง 1 แห่ง

นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการดำเนินงานขั้นต่อไป แต่ละสหกรณ์อยู่ระหว่างจัดแผนพัฒนาความเข้มแข็ง และแผนพัฒนาการดำเนินธุรกิจสหกรณ์จากการประเมินสถานการณ์ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และกระบวนการจัดทำแผนแบบมีส่วนร่วมของฝ่ายบริหาร ฝ่ายจัดการ สมาชิกสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นกรมส่งเสริมสหกรณ์ จะนำข้อมูลที่ได้มากกำหนดแนวทางการพัฒนาสหกรณ์ในลำดับต่อไป รวมทั้งจัดทำแผนการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ให้มีคุณสมบัติพื้นฐานของสหกรณ์หลักระดับอำเภอ อาทิ สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์นิคม และสหกรณ์ประมง พร้อมทั้งพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจตอบสนองความต้องการของสมาชิกทุกด้าน ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกไปจนถึงส่งเสริมให้เป็นศูนย์กลาง(แม่ข่าย) รวบรวมผลผลิตทางการเกษตรในระดับอำเภอ

“รัฐบาลรัฐบาลมีนโยบายให้สหกรณ์การเกษตร เป็นกลไกลสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปภาคการเกษตร มีการรวมกลุ่มการผลิตในรูปแบบสหกรณ์เป็นรูปแบบการรวมกลุ่มภาคการผลิตที่เหมาะสม โดยรัฐบาลจะผลักดันให้สหกรณ์ดังกล่าวเป็นองค์กรหลักระดับอำเภอ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ สังคมของชุมชน พร้อมทั้งช่วยต่อยอดนโยบายของรัฐบาลในการดูแลและส่งเสริมความรู้เทคโนโลยีที่ทันสมัยแก่เกษตรกร การบริหารจัดการสินค้าเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำโดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต”นายพิเชษฐ์ กล่าว

นายพิเชษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาสหกรณ์ในอนาคต จะมุ่งเน้นสร้างความเข้มแข็งของสมาชิก พัฒนาศักยภาพบุคลากรของสหกรณ์ การบริหารจัดการ และสร้างธรรมาภิบาลการกำกับและตรวจสอบ เพิ่มความสามารถการดำเนินธุรกิจสหกรณ์ สร้างนวัตกรรมด้านธุรกิจการเกษตร พัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานรองรับการตลาดที่ท้าท้าย