ได้กล่าวถึง ‘ความสำคัญของ “รัก” ในงานพุทธศิลปะ’ ไปแล้ว ทำให้ได้ทราบกันว่า “รัก” มีกี่ประเภท มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร และรักแบบไหนที่เหมาะนำมาใช้กับงานพุทธศิลป์ ฉบับนี้มาดูกันเกี่ยวกับ “การลงรักในพระสมเด็จ และขั้นตอนการพิจารณาพระสมเด็จลงรัก” กันครับผม

สำหรับโบราณจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงด้าน “พระสมเด็จ” โดยตรง ในแต่ละวันได้พิจารณาตรวจสอบองค์พระสมเด็จหลายๆ องค์ ก็จะสามารถสันนิษฐานได้ว่าพระสมเด็จองค์นั้นเป็นพิมพ์อะไร แต่ตามที่ทราบกันว่า ‘องค์พระสมเด็จ ของ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)’ นั้น ได้มีการลงรักเพื่อรักษาองค์พระ ทั้งในลักษณะ ‘รักน้ำเกลี้ยง’ และ ‘รักดิบ’ ในแบบการปิดทองล่องชาดไว้ด้วย ทีนี้พอมามี “รัก” เป็นองค์ประกอบแล้ว การที่จะชี้ชัดลงไปว่าแท้หรือไม่นั้น คงจะต้องกลับมาพิจารณาจากสภาพ "รัก" เป็นหลักเช่นกัน ซึ่งภาษาทางวงการพระเรียกว่า "ซื้อเสี่ยง" เพราะไหนจะต้องเสี่ยงว่าเก๊หรือแท้ ชำรุด-หัก-ซ่อม-บิ่นหรือไม่ อีกทั้งยังไม่สามารถมองเห็นความสมบูรณ์ ความลึก ความคมชัดสวยงามขององค์พระได้ชัดเจน

พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม องค์ลุงพุฒ

ดังนั้น จึงต้องดูธรรมชาติความเก่าของ รัก ทอง แม้กระทั่งชาด ให้ออก มากล่าวถึง “รัก” ผู้ชำนาญการบางท่านที่มีความสามารถในการพิจารณา "รัก" เป็นพิเศษ จะใช้วิธีการเปรียบเทียบโดยยึดหลักสภาพและคุณสมบัติของ "รักจีน" เป็นบรรทัดฐานแรก เพราะรักเก่าที่พบในพระเครื่องจะเป็นรักจีน อันเป็นที่นิยมอย่างมากในสมัยโบราณ

หรือโดยส่วนใหญ่มักใช้วิธีการ ‘ล้างรัก’ หรือ ‘ถอดรัก’ จากองค์พระสมเด็จ ซึ่งกรณีการล้างรักนี้จะยกเว้นสำหรับพระสมเด็จที่ "ลงรักน้ำเกลี้ยง" เพราะองค์พระยังทรงคุณค่าเช่นเดิม

การเอารักออกในยุคแรกๆ มักใช้ของมีคมขูดเขี่ย ซึ่งก็มักจะทิ้งรอย “ขนแมว” เอาไว้ ทำให้องค์พระด้อยความงดงามสมบูรณ์ลง แต่ก็เป็นหลักฐานอีกประการที่จะยืนยันความเป็น ‘พระแท้’ ได้ สำหรับโบราณจารย์บางท่านที่ต้องการความสมบูรณ์ขององค์พระ จะใช้วิธีเอาน้ำค่อยๆ หยดลงบนองค์พระ เพื่อตรวจสอบความเก่าของเนื้อรัก และอาจจะพบร่องรอยการหักชำรุดขององค์พระก่อนการล้าง หรือบางครั้งเมื่อรักค่อยๆ ละลายตัวระหว่างการล้างก็ทราบแล้วว่าเป็นพระแท้หรือพระเก๊

พระสมเด็จ จุ่มรักน้ำเกลี้ยง

พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตารามที่ล้างรักออกแล้ว จะปรากฏรอยรักแตก เรียกว่า "พระแตกลายงา" แต่ไม่ใช่ในเนื้อพระ จะเป็นเนื้อราบบนผิวขององค์พระที่แตกออก เหลือไว้เพียงเส้นรักเล็กๆ เกาะยึดติดอยู่เท่านั้น ต้องใช้แว่นขยายส่องดู โดยตะแคงองค์พระให้เกือบขนานกับแว่นขยาย จะเห็นเนื้อรักเป็นเส้นดำๆ วางอยู่บนผิวขององค์พระ และขนาดของช่องที่แตกลายงาก็จะมีขนาดเท่ากันทุกองค์ เพราะรักที่จุ่มเป็นรักชนิดเดียวกัน อายุพอๆ กัน ดังนั้น ความเก่า การเสื่อมสลายของเนื้อรัก การหดตัวขององค์พระสมเด็จ ก็ย่อมจะมีลักษณะคล้ายกันด้วย การปริแตกลายงาจึงมีขนาดเท่าๆ กัน

ที่สำคัญจะพบว่า "การแตกลายงา" นั้น จะปรากฏเฉพาะบริเวณด้านหน้าของพระสมเด็จเท่านั้น ส่วนด้านหลังจะไม่ปรากฏการแตกลายงาหรือมีบ้างเพียงเล็กน้อย เนื่องจาก ... เมื่อครั้งสร้างพระสมเด็จ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) จะนำผงพุทธคุณในปริมาณที่พอเพียงที่จะสร้างตามจำนวนที่ตั้งใจไว้มาผสมกับน้ำมันตังอิ๊ว ใช้ครกตำให้ละเอียดและผสมกันจนเหนียวหนึบ ปั้นเป็นแท่งสี่เหลี่ยมยาวๆ ขนาดพอเหมาะที่จะกดเป็นพระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม ใช้ตอกไม้ไผ่มาตัดแบ่งเป็นแท่งๆ เรียก "ชิ้นฟัก" แล้วก็จะนำชิ้นฟักนั้นมาวางคว่ำลงบนแท่นแม่พิมพ์ด้านหน้า และใช้วิธีการกดเนื้อผงพระพุทธคุณกับแม่พิมพ์โดยใช้แผ่นไม้ แล้วใช้ท่อนไม้อีกท่อนค่อยๆ เคาะแผ่นไม้นั้นจนผงพุทธคุณอัดแน่นกับแม่พิมพ์ เพื่อให้องค์พระสมเด็จเต็มแม่พิมพ์และเป็นการไล่อากาศอีกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ด้านหน้าขององค์พระมีความชื้นและอมน้ำมากกว่าด้านหลัง เมื่อนำมาผึ่งพอหมาดๆ แล้วนำมา “จุ่มรัก” น้ำรักจีนจะทำปฏิกิริยากับด้านหน้าซึ่งมีความชุ่มชื้นมากกว่า จึงปรากฏรักเฉพาะด้านหน้า ส่วนด้านหลังจะมีรักปลุกคลุมบ้างก็เป็นส่วนน้อย ... ซึ่งในการสร้างพระสมเด็จที่ปรากฏลักษณะดังกล่าวเป็นการลงรักที่ทำกันในวัดแทบทั้งสิ้น

พระสมเด็จแตกลายงา

ดังนั้นพระสมเด็จแท้ที่ทำการลงรักเดิม เมื่อล้างรักหรือถอดรักโดยการทำให้เกิดปฏิกิริยากับสารเคมี ก็จะเกิดการแตกลายงาด้านหน้าทุกองค์สิ่งที่เห็นได้อีกประการก็คือ แม้รักจะหลุดล่อนไปเองตามกาลเวลาหรือถูกล้างออกอย่างตั้งใจก็ตาม เนื้อองค์พระก็ได้ดูดซับ ‘ยางรัก’ ไว้แล้วตั้งแต่กระบวนการสร้าง จึงปรากฏที่องค์พระเป็นสีแดงออกดำจางๆ บางบ้าง หนาบ้าง ไม่เท่ากัน

พระสมเด็จแตกลายงา

ตามที่ “ท่านตรียัมปวาย” ได้ให้หลักการไว้ว่า ‘การลงรักเก่าทองเก่า หมายถึง การปฏิบัติต่อพระในระยะแรกๆ เมื่อสร้างเสร็จ และเมื่อเนื้อรักบางๆ ที่ฉาบเนื้อพระได้ล่อนหลุดออกจากผิวเนื้อไปแล้ว หากเป็นประเภท ‘เนื้อหนึกนุ่ม’ เนื้อจะดูดเอาวรรณะของรักซาบซึมลงไปใต้ผิวเนื้อ ทำให้วรรณะของพระหม่นคล้ำจัดขึ้น นอกจากนั้น เศษรักเก่าทองเก่ายังติดอยู่ตามซอกเล็กๆ น้อยๆ ทำให้วรรณะของพระเด่นงามขึ้นอีกเป็นอันมาก ถ้าเป็นประเภท ‘เนื้อหนึกแกร่ง’ เนื้อรักก็จะแทรกอยู่กับริ้วรอยการแตกลายงา เรียกว่า ‘ร่องเลขารัก’ ทำให้วรรณะของเนื้อที่ค่อนข้างขาวใสสลับกับแววหม่น และวรรณะเลือดหมูของร่องเลขารัก เป็นลักษณะลายพร้อย’ ครับผม

ท้ายสุดนี้ ในฐานะศิษย์เก่าโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จ.ลพบุรี ทาง “ชมรมศิษย์เก่าพิบูล 2325” ได้ฝากข่าวประชาสัมพันธ์มายังศิษย์เก่า ‘ม.ศ. 3 และ ม.ศ.5 รุ่นสุดท้าย’ ร่วมคืนสู่เหย้า สักการะ “หลวงพ่อขาว วัดพระยาออก” และพบปะสังสรรค์เลี้ยงรุ่น ณ โรงแรมโอทู จ.ลพบุรี ในวันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2561 นี้ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดที่โทร. 03-8448-8687

โดย ราม วัชประดิษฐ์
www.arjanram.com