​​​​​ แม้ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ภาพรวมการแข่งขันของผู้ประกอบการยังคงเป็นไปอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการแข่งขันในเซ็กเมนต์โรงแรมระดับสี่ดาวขึ้นไป ซึ่งในปี 2561ต่างเริ่มขยับขยายตามทิศทางของการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ในเรื่องนี้ นาย จอน วอร์มิงตัน ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมอวานี เอเทรียม กรุงเทพฯ ที่สะท้อนแผนการดำเนินงานได้อย่างสนใจ

ภาพรวมของอวานี เอเทรียม

โดย นาย จอน วอร์มิงตัน ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมอวานี เอเทรียม กรุงเทพฯ กล่าวถึงกลุ่มโรงแรมและรีสอร์ท ในเครืออวานี ว่า เป็นโรงแรมภายใต้การบริหารของบริษัท ไมเนอร์ โฮเทล กรุ๊ป เช่นเดียวกับโรงแรมอนันตรา ซึ่งเป็นโรงแรมระดับห้าดาว โดยมีโรงแรมอวานี เบนโททา รีสอร์ทและสปา ประเทศศรีลังกา เป็นโรงแรมอวานีแห่งแรก ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อปี 2554 ซึ่งโรงแรมอวานีออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ในเมืองและรีสอร์ทต่างๆ เน้นความเรียบง่ายและการใส่ใจในการบริการ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ปัจจุบันโรงแรมอวานีได้เปิดให้บริการแล้ว 4 แห่ง โดยกลุ่มโรงแรมไมเนอร์ และมีแผนที่จะขยายแบรนด์อวานีไปทั่วเอเชีย อินเดีย มหาสมุทรอินเดีย และตะวันออกกลาง เป็นต้น

แต่สำหรับภาพรวมของ โรงแรม อวานี เอเทรียม กรุงเทพฯ ในเวลานี้ มีสิ่งใหม่ๆ ที่ต้องดำเนินการ คือ การพัฒนา เทคโนโลยี และหาโอกาสใหม่ๆ ในทางธุรกิจ โดยร่วมกับพาร์ทเนอร์ในกลุ่มต่างๆ ที่จะเข้ามาช่วย เนื่องจากได้ตั้งเป้าไดเร็คบุ๊คกิ้งมาจากหลายช่องทาง เพื่อให้เป้าหมายของไดเร็คบุ๊คกิ้งมีมากกว่ากลุ่มโอทีเอ หรือกลุ่มที่จองห้องพักผ่านออนไลน์ ทราเวลาเอเยนต์ อย่างอะโกด้าดอทคอมเอ็กซ์พีเดีย เป็นต้น ซึ่งปี 2561 นี้ตั้งเป้าอัตราการเข้าพักอยู่ที่ 90% ขณะที่แต่ละปีมีอัตราการเข้าพักไม่ต่ำกว่า 80% เพราะมีห้องพักประมาณ 568 ห้อง ซึ่งเป็นแบรนด์อวานี ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มไมเนอร์

อย่างไรก็ตาม นายจอน กล่าวว่า กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการมีทั้งมาจากประเทศจีน เป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาเป็นประเทศอินเดีย ซึ่งทั้ง 2 ประเทศนี้จะมาเป็นกรุ๊ปทัวร์ ส่วนลูกค้าอื่นๆ จะมาจากประเทศญี่ปุ่น ไทย และกลุ่มจากประเทศแถบยุโรป ทั้งนี้จะมีสัดส่วนในกลุ่มเอเชียประมาณ 80% ส่วนกลุ่มยุโรป 20% โดยจุดขายของโรงแรมจะอยู่ที่ทำเลที่ตั้ง ซึ่งใกล้กับสนามบินทั้ง 2 แห่ง และเมนูอาหารที่มีหลากหลายประเภท รวมถึงการบริการที่ดีจากพนักงาน จึงทำให้ผู้เข้าพักใช้บริการได้อย่างคุ้มค่าเงินมากกว่ากลุ่มโรงแรมขนาดเดียวกันที่มีให้เลือกมากมายในพื้นที่เดียวกัน

รองรับความต้องการของลูกค้า

ทั้งนี้ นายจอน ยังกล่าวต่อว่า ทางโรงแรมยังมีห้องประชุมสำหรับบริการทางธุรกิจและงานจัดเลี้ยงถึง 8 ห้อง ที่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้ตั้งแต่ 10 ถึง 400 คน ทั้งแบบห้องประชุมขนาดเล็ก ขนาดใหญ่และห้องจัดเลี้ยงบอลลูม ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนการจัดสถานที่ให้ได้ตรงตามความต้องการ ทั้งงานประชุม สัมมนา งานนิทรรศการ งานค็อกเทลและงานเลี้ยง ครบครันด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีอันทันสมัย และทีมงานจัดเลี้ยงมืออาชีพที่จะเนรมิตให้งานต่างๆ ลงตัวและราบรื่น

ซึ่งในส่วนของการใช้บริการห้องประชุม และสัมมนานี้จะมีกลุ่มคนไทยที่เข้ามาใช้ห้องประชุมประมาณ 80% ขณะที่ชาวต่างชาติประมาณ 20% โดยจะเป็นบริษัทที่มีเครือข่ายอยู่ในประเทศไทย อย่างเช่น ประเทศอินเดีย จีน และญี่ปุ่นนั้น ทั้งนี้เหตุผลหลักๆ ที่กลุ่มคอร์เปอเรท อย่างเช่น กลุ่มราชการ และกลุ่มที่เป็นพันธมิตรหลัก จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท.เลือกใช้บริการมาจากราคาห้องพัก และห้องประชุม ที่สามารถจับต้องได้

“โดยเฉพาะการบริการพิเศษของของที่นี่ อย่าง ทีมนักกีฬานานาชาติที่เข้ามาแข่งขันในเมืองไทยไว้ใจมาใช้บริการของโรงแรม เนื่องจากทางโรงแรมสามารถปรับเปลี่ยนเมนูอาหารตามที่ต้องการ ซึ่งเมนูของทางสายกีฬา จะเป็นเรื่องค่อนข้างเข้มงวด ดังนั้นการปรับเปลี่ยนเมนูอาหารได้ตามที่ต้องการจึงเป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างมาก แต่ในกรณีดังกล่าวจะต้องมีการแจ้งล่วงหน้ามาด้วย”

อย่างไรก็ตาม นายจอน กล่าวต่อว่า ด้วยจุดเด่นของโรงแรม ซึ่งเป็นแบรนด์อวานีที่กำลังเติบโต โดยภายใน 2-3 ปีที่ผ่านมาเริ่มเป็นรู้จัก และได้รับความนิยมในเมืองไทยมากขึ้น จึงน่าจะเป็นจุดขายนอกเหนือไปจากขนาดของโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มไมนเนอร์ ที่เป็นแบรนด์อวานี แต่ด้วยอวานีเอเทรียมที่มีอาคารบางหลังค่อนข้างเก่า ดังนั้นจึงมีแผนที่จะรีโนเวทในส่วนของห้องพักบางชั้น รวมถึงห้องอาหาร พร้อมกันนี้ยังมีแผนดำเนินงานการพัฒนาโรงแรมเข้าสู่การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการทำกิจกรรมทางภายใน และภายนอกองค์กรที่เป็นผลดีต่อสังคมในทุกๆ เดือนตามนโยบายหลักของกลุ่มไมเนอร์อย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์ของโรงแรม

ทั้งนี้ นายจอน ยังกล่าวถึงสถานการณ์ของโรงแรมเวลานี้ ว่า ด้วยขนาดของโรงแรม กลุ่มเป้าหมาย และราคาที่คุ้มค่าของเงิน จึงทำให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการในโรงแรมอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นจุดเด่นของอวานี เอเทรียม กรุงเทพ ฯ นอกเหนือไปจากที่ตั้ง ซึ่งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพ ฯ พร้อมกันนี้ยังดึงดูดลูกค้าที่มาพักด้วยการออกแบบที่ผสมผสานความเรียบง่ายและความร่วมสมัยอย่างลงตัว บวกกับการใส่ใจในการบริการจากพนักงานและลักษณะเด่นที่อวานีให้ความสำคัญ ก็คือ ความสบายในการพักผ่อน พื้นที่พักผ่อนที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว และอาหารเลิศรสที่บรรจงปรุงจากใจ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอันทันสมัยอย่างครบครัน

ปัจจุบัน ไมเนอร์ โฮเทล เป็นเจ้าของ ผู้ประกอบการ และผู้ลงทุนในธุรกิจโรงแรมที่มีโรงแรมรีสอร์ท และเซอร์วิส สวีท มากกว่า 100 แห่ง ภายใต้แบรนด์ อนันตรา อวานี เปอร์ อควัม โอ๊คส์ เอเลวาน่า แมริออท โฟร์ซีซั่นส์ เซ็นต์ รีจีส และแบรนด์อื่นๆภายใต้ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ปัจจุบันกลุ่มโรงแรมไมเนอร์ บริหารโรงแรมใน 14 ประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิค ตะวันออกกลาง แอฟริกา และมหาสมุทรอินเดีย โดยมีแผนขยายโรงแรมให้ได้ 150 แห่ง ทั้งแบรนด์อนันตรา และอวานีซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่ล่าสุด ทั้งยังมีการประกาศกลยุทธ์การขยายโรงแรมอย่างต่อเนื่องอีกด้วย