เสือตัวที่ 6

พล.ท.คงชีพ ตันตระวานิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า การพบและหารือร่วมกัน ระหว่าง พล.อ.ประวิตร กับ นาย ฮาจิ โมฮัมหมัด บิน ซาบู ( Haji Mohamad bin Sabu ) รมว.กห.มาเลเซีย นั้น โดย นาย ฮาจิ โมฮัมหมัด ได้กล่าวขอบคุณไทยที่สนับสนุนการแก้ปัญหาโจรจีนคอมมิวนิสต์ที่ผ่านมา และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนไทยอย่างเต็มที่ ในการเจรจาสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งมีผลกระทบกับความมั่นคงของมาเลเซียด้วย และพร้อมที่จะใช้กลไกความร่วมมือชายแดนของทั้งสองประเทศ ในการพัฒนาและแก้ปัญหาความมั่นคงชายแดนร่วมกัน ซึ่งนั่น นับเป็นนิมิตรหมายที่ดีในความคืบหน้าของกระบวนการพูดคุยเพื่อนำสันติสุขกลับคืนมาสู่พื้นที่ จชต. เพราะที่ผ่านมาขอความขัดแย้ง ไม่ว่าจะมุมใดของโลก มักจะหยุดลงที่การพูดคุยเพื่อแสวงหาทางออกของการยุติความรุนแรงในที่สุด และพื้นที่ปลายด้ามขวานของไทย ก็น่าจะหยุดยั้งความรุนแรงลงที่ทฤษฎีเดียวกัน

หากแต่ว่า กระบวนการพูดคุยเพื่อแสวงหาทางออกร่วมกันของคู่ขัดแย้งทางการเมืองในลักษณะปลายด้ามขวานของไทยนั้น มีตัวแสดงอยู่มากในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นฝ่ายเห็นต่างจากรัฐไทยนั้น ปรากฏให้เห็นชัดเจนว่า คนกลุ่มนี้พยายามแสดงตัวว่า มีอยู่ด้วยกันหลายกลุ่มหลายฝ่าย ที่ต่างฝ่ายต่างพยายามจะชิงการนำของกลุ่ม หรือไม่ก็มีแนวทางในการแสดงให้เห็นว่ามีหลายกลุ่มดังที่กล่าว เพื่อพยายามจะสับขาหลอกอีกฝ่ายหนึ่ง โดยเฉพาะฝ่ายรัฐ โดยมีเป้าหมายลึกๆ ว่า หากการพูดคุยในครั้งใด นำมาซึ่งการเสียเปรียบอีกฝ่ายหนึ่ง ก็จะอ้างว่า เป็นการพูดคุยโดยกลุ่มคนที่ไม่ได้เป็นตัวแทนกลุ่มเห็นต่างจริงๆ ในขณะที่ฝ่ายรัฐไทย มีโอกาสสูงที่จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบในกรณีดังกล่าว เพราะความเป็นรัฐ ที่มีกลุ่มตัวแทนของรัฐที่ชัดเจน ไม่มีโอกาสในการบิดพลิ้วเงื่อนไข ข้อตกลงใดๆ ที่พบว่า เป็นข้อตกลงที่นำมาซึ่งการเสียเปรียบกลุ่มฝ่ายเห็นต่างจากรัฐได้ การพูดคุยในกระบวนการในอดีต และที่จะก้าวเดินต่อไปภายใต้การนำของ พล.อ.อุดมชัย หัวหน้าคณะพูดคุยคนใหม่ของรัฐ โดยการอำนวยความสะดวกการพูดคุยสันติสุขของผู้อำนวยความสะดวกคนใหม่ของมาเลเซียจึงเป็นช่วงของการชิงไหวชิงพริบ ช่วงชิงความได้เปรียบของการพูดคุยระหว่าง 2 ฝ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

บนความเสียเปรียบตั้งแต่แรกของฝ่ายรัฐ ที่แทบไม่มีโอกาสในการอ้างว่า ข้อตกลงใดๆ ไม่ได้เกิดจากคนที่ไม่ได้เป็นตัวแทนจากรัฐ ในขณะที่ฝ่ายเห็นต่าง ยังมีความได้เปรียบอย่างมากอยู่ต่อไป ในการบิดพลิ้วการพูดคุย หรือข้อตกลงใดๆ ที่พบว่า เป็นความเสียเปรียบของฝ่ายเห็นต่างจากรัฐ จำเป็นที่จะต้อง ด้วยข้อสังเกตจากการแถลงการณ์ ลงวันที่ 12 ต.ค.61 และการให้สัมภาษณ์ นายแอนโทนี เดวิส ผู้สื่อข่าวต่างประเทศในไทย ซึ่งเนื้อหาดังกล่าว ได้ถูกตีพิมพ์ใน Nikkei Asian Review ตลอดจน นสพ.บางกอกโพสต์ โดยมีสาระสำคัญคือ ผู้ให้สัมภาษณ์ ชื่อ นายยูซุป ซึ่งได้อ้างว่าตนเอง ได้รับมอบหมายมาจากกลุ่มผู้นำอาวุโสของ BRN ในท่าทีของกลุ่มที่มีต่อการพูดคุยสันติสุข โดยอ้างว่า กลุ่ม BRN ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการพูดคุยสันติสุขที่ผ่านมาและที่กำลังดำเนินการอยู่ และยืนยันว่า BRN จะไม่ปฏิเสธกระบวนการพูดคุยสันติสุข หากแต่การพูดคุยนั้นจะต้องกระทำภายใต้การจัดการของประเทศนานาชาติ กล่าวคือ ไม่ใช่การพูดคุยระหว่างรัฐไทยกับ กลุ่ม BRN โดยมีมาเลเซีย เป็นตัวกลางเท่น้าน หากแต่ต้องมีผู้แทนของรัฐบาลจากประเทศต่างๆ ที่กลุ่มนี้ยอมรับ หรือองค์กรภาคประชาสังคมจากต่างประเทศที่กลุ่ม BRN เห็นชอบ ซึ่งก็หมายถึง กลุ่ม BRN ต้องการยกระดับการพูดคุยสันติสุข เป็นการเจรจาสันติภาพในระดับนานาชาติ อันสะท้อนถึงการช่วงชิงความได้เปรียบในการพูดคุยที่มีต่อรัฐไทยอย่างเห็นได้ชัด

และคำสำคัญที่ ยูซุป คนนี้กล่าวไว้ในนามผู้แทนกลุ่มแกนนำอาวุโส BRN ก็คือ แม้จะอ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มมาราปาตานี ซึ่งเป็นกลุ่มมารา ปาตานีนี้ เป็นตัวแทนคนเห็นต่าง เข้าพูดคุยกับรัฐในสมัย พล.อ.อักษรา ก็ตาม แต่เขาไม่ปฏิเสธเต็มปากเต็มคำว่า กลุ่มคนในมาราปาตานี เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม BRN และอ้างอย่าง งงๆ ว่า กลุ่มมารา ปาตานี ก็มีสิทธิที่จะพูด แสดงความเห็นหรือเข้าพูดคุยกับรัฐไทยอย่างที่ผ่านมาตามที่เขาต้องการ เหล่านี้ คือท่าทีล่าสุดของกลุ่มที่เห็นต่างจากรัฐไทย ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กลุ่มคนเห็นต่าง ยังคงมีความได้เปรียบรัฐไทยอย่างเต็มประตู ด้วยการพูดคุยตกลงใดๆ ที่ผ่านมากับคณะผู้แทนฝ่ายไทย หากว่า ยังไม่เข้าเงื่อนไขให้คนกลุ่มนี้ต้องการ นั่นคือ การก้าวไปสู่การเป็นเอกราช การปกครอง การอยู่กันเองในนามรัฐปาตานีแล้ว ก็จะไม่มีผลในทางปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการตกลงให้มีพื้นที่ปลอดภัย สมัย พล.อ.อักษรา หรือการแสดงบารมีในการควบคุมกลุ่มคนหัวรุนแรงไม่ให้ก่อเหตุร้าย ก็ยังคงทำให้ปรากฏขึ้นจริงไม่ได้

ความบกพร่องของการพูดคุย จึงมาตกหนักที่ พล.อ.อักษรา อย่างที่เห็น และเป็นที่มาของการเปลี่ยนหัวหน้าคณะพูดคุยของรัฐมาเป็น พล.อ.อุดมชัย อย่างที่เห็น ซึ่งน่าจะเป็นเครื่องบ่งชี้อนาคตของหัวหน้าคณะพูดคุยของรัฐคนใหม่ได้เป็นอย่างดีว่า คงจะมีปลายทางที่ไม่ต่างจาก พล.อ.อักษรา มากนัก เพราะกลุ่มเห็นต่างจากรัฐ ที่มีคนกลุ่มหนึ่งเชื่อว่า เป็นกลุ่ม BRN ที่ทรงอิทธิพลตัวจริงในการเคลื่อนไหวต่อสู่กับรัฐไทยมาจนทุกวันนี้ หากแต่กลุ่ม BRN เอง ก็พยายามแสดงให้เห็นว่า ความเป็น BRN นั้น มีอิสระในการคิด มีเสรีในการต่อสู้ ผู้คนที่อ้างตัวว่าเป็นตัวแทน BRN ย่อมมีสิทธิในการเคลื่อนไหวต่อสู้กับรัฐ เพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกันนั่นคือรัฐปาตานี ทุกคำพูดของ ยูซุป จึงสะท้อนแนวทางการขับเคลื่อนของกลุ่มเห็นต่างจากรัฐได้เป็นอย่างดี

เงื่อนไขสำคัญที่กลุ่มเห็นต่างจากรัฐ โดยเฉพาะผู้ที่อ้างตัวว่า เป็นผู้รับมอบอำนาจจากกลุ่มแกนนำอาวุโส ของ BRN โดยประสงค์ให้เป็นการพูดคุยสันติภาพ ซึ่งมีตัวแทนของรัฐบาลจากนานาชาติที่คนกลุ่มนี้ยอมรับ และหรือภาคประชาสังคมของต่างประเทศ มาเป็นสื่อกลาง มาเป็นสักขีพยานในการพูดคุย ซึ่งนับเป็นเรื่องยากและเป็นเงื่อนไขที่รัฐไทยย่อมยอมรับไม่ได้ เป้าหมายของกระบวนการพูดคุยสันติสุขของรัฐ ต้องการให้เป็นการแก้ปัญหาความขัดแย้ง อันเกิดจากความเห็นต่างจากรัฐของคนกลุ่มหนึ่งในขณะนี้นั้น เป็นการดำเนินการแก้ปัญหาภายในของรัฐเท่านั้น โดยไม่ให้เป็นการยกระดับการแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ออกไปสู่นานาชาติอย่างเด็ดขาด

บนหนทางของกระบวนการพูดคุยระหว่างรัฐกับผู้เห็นต่าง แม้จะเปลี่ยนหัวหน้าคณะพูดคุยของฝ่ายรัฐ แม้จะเปลี่ยนผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยในฝั่งมาเลเซีย ก็คงจะช่วยอะไรให้เป็นมรรคเป็นผลไม่ได้มากเท่าที่คาดหวัง ตราบใดที่ทั้งสองฝ่าย ยังยืนอยู่บนเงื่อนไขสำคัญ ที่เป็นเงื่อนไขที่ฝ่ายตรงข้ามยอมรับกันไม่ได้ การต่อสู้ในพื้นที่แห่งนี้ ด้วยวิธีการที่รุนแรงสร้างความเสียหาย ทำลายบรรยากาศของความเป็นปกติสุขในพื้นที่ ก็คงจะดำเนินต่อไปในจังหวะเวลาที่เอื้ออำนวย จนกว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะขาดซึ่งพลังในการต่อรอง บนเงื่อนไขยากๆ เมื่อนั้น การลดราวาศอกเงื่อนไขสำคัญต่างๆ ก็คงจะเกิดขึ้น ซึ่งนั่นจะนำมาซึ่งความเป็นไปได้ของสันติสุขในพื้นที่แห่งนี้ ที่มาจากพื้นฐานของการพูดคุยอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวัง ซึ่งนั่นก็หมายความว่า รัฐไทยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งขับเคลื่อนองคาพยพทุกภาคส่วนของชาติ ให้มุ่งดับไฟใต้พร้อมๆ กันในหลายมิติของการดำเนินการ และเมื่อถึงเวลานั้น กลุ่มคนเห็นต่างจากรัฐ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใด ก็จำเป็นที่จะลดเงื่อนไขสำคัญลง และยื่นเงื่อนไขสำคัญที่รัฐไทยพอจะยอมรับได้ เพื่อให้บรรลุจุดหมายร่วมกัน และสันติสุขก็จะบังเกิดขึ้นจริงในพื้นที่แห่งนี้ได้อย่างยั่งยืนในที่สุด