แสงไทย เค้าภูไทย

กองเชียร์กัญชาชาวไทยยังหวังกันผิดๆว่า กัญชาถูกกฎหมายหมายถึงการเปิดให้มีการใช้กัญชากันเสรีเหมือนกับบุหรี่หรือเหล้า จึงพยายามยกตัวอย่างชาติที่เปิดให้กัญชาถูกกฎหมายทางการแพทย์และทางสันทนาการมาเรียกร้อง โดยล่าสุดแคนาดาที่เปิดได้1 สัปดาห์

หลังจากประกาศเป็นทางการให้กัญชาสันทนาการ (recreation cannabis)ถูกกฎหมาย ชาวแคนาดาพากันเข้าแถวรอซื้อกันยาวเหยียดหน้าร้านที่รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด

คนที่มีสิทธิ์เป็นลูกค้าก็ต้องมีคุณสมบัติตามที่รัฐกำหนด คืออายุเกิน 19 ปี และซื้อได้คนละไม่เกิน 30 กรัม(3 ขีด)

เพราะแม้จะยอมให้ใช้กัญชาได้อย่างถูกกฎหมาย แต่อีกส่วนก็ยังคงความเป็นยาเสพติดอยู่

รัฐบาลแคนาดาให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ได้อย่างถูกกฎหมายตั้งแต่ปี 2001 แต่เพิ่งมาให้เป็นกัญชาสันทนาการถูกกฎหมายเอาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากใช้เวลาถึง 2 ปีในการพิจารณา
ของไทยเพิ่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาได้ไม่กี่เดือน ก็จะเร่งรัดให้ทำอย่างเขา

ขณะนี้ ชาวแคนาดาที่มีคุณสมบัติเสพกัญชาเชิงสันทนาการได้ 5.4 ล้านคน เสพกันไปแล้ว ประมาณ 4.9 ล้านคน

สถานภาพคนไทยในด้านวุฒิภาวะมีความเหลื่อล้ำสูงมาก ถ้าจะเปิดให้กัญชาถูกกฎหมายขึ้นมาอย่างเขา ก็น่าจะเกิดปัญหามากกว่าเขา ขนาดของเขายังใช้เวลาถึง 17 ปีกว่าจะยอมให้กัญชาเชิงสันทนการได้

ด้านการแพทย์นั้น ไม่มีปัญหาเพราะสามารถควบคุมการใช้ได้ ซึ่งสารเสพติดอื่น เช่นมอร์ฟีนที่เป็นอนุพันธุ์ของฝิ่นนั้น ก็มีการใช้กันอยู่

สำหรับกัญชาสันทนาการถูกกฎหมายนั้นมองในแง่ดี น่าจะมาจากการย้ายหรือเปลี่ยนจากยาเสพติดร้ายแรง เช่นยาบ้า ยาอี ยาไอซ์ ยากล่อมประสาทรูปแบบอื่นๆ หันมาใช้กัญชาแทน เพราะหาได้ง่ายกว่า ออกฤทธิ์เบากว่า

แต่ที่น่ากังวลก็คือ จะมีนักเสพยาเสพติดหน้าใหม่เกิดขึ้นมาก เพราะความอยากรู้อยากลอง นำไปสู่การใช้ในรูปของยาเสพติด ( narcotic)

ผลร้ายที่ตามมา คือผู้เสพยาเสพติดเหล่านี้ จะสภาพสมองและร่างกายไม่ปกติ เป็นประชากรด้อยคุณภาพ ทั้งทางสมองและทางร่างกาย

ชาวจีนในยุคโรงยาฝิ่นเสรี ถูกชาติตะวันตกดูถูกและให้ฉายาว่า “คนป่วยแห่งเอเชีย”

บ้านเราก็เกือบมีสภาพคนป่วยแห่งเอเชียเช่นกัน ในยุคที่โรงยาฝิ่นถูกกฎหมาย ที่มิใช่มีแต่ติดฝิ่นเท่านั้น ติดกัญชา ติดกระท่อม ล้วนเป็นผลพลอยได้

จนในที่สุดจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ประกาศเลิกโรงยาฝิ่นทั่วประเทศ และปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดอนุพันธุ์ของฝิ่นเช่นมอร์ฟีน เฮโรอีน รุนแรงถึงประหารชีวิตด้วยการยิงเป้ากลางชุมชนไปหลายราย
ในด้านของการใช้ทางการแพทย์ แม้จะเชื่อมั่นว่ากัญชารักษาโรคร้ายแรงได้เช่น มะเร็ง สมองเสื่อม อัลไซเมอร์ส พาร์กินสันไมเกรน ฯลฯ

แต่ก็เหมือนยาที่ออกฤทธิ์รุนแรงทั่วไป คือใช้ในปริมาณหนึ่ง ให้ผลในทางรักษา แต่ใช้อีกปริมาณหนึ่งหรือระยะเวลา ความถี่แตกต่างไป ก็จะได้ผลทางตรงกันข้าม

มีรายงานจากการสำรวจและวิจัยของสมาคมปอดแห่งอเมริกา (American Lung Association :ALA)พบว่าการสูบกัญชาในปริมาณและความถี่เท่ากับสูบบุหรี่ สภาพปอดถูกทำลายในคนสูบกัญชามีมากกว่าคนสูบบุหรี่ถึง 4 เท่าตัว 

ทั้งนี้เพราะกัญชามีปริมาณน้ำมันทาร์ (tar) สูงกว่าบุหรี่ถึง 4 เท่า และในสภาพควัน มีสารก่อมะเร็งถึง 33 ชนิด

การที่สารก่อมะเร็งในควันกัญชามีมากกว่าบุหรี่ก็เพราะ การสูบกัญชาจะสูบกันโดยไม่ผ่านไส้กรองและมักจะสูบกันแบบสูดเข้าปอดลึกๆ กลั้นเอาไว้อึดใจจึงปล่อยควันออกมา ทำให้สารที่อยู่ในควันกัญชามีเวลาเคลือบผนังปอดนานกว่าสูบบุหรี่

อีกด้าน Donald Tashkin แห่ง UCLA ผู้เชี่ยวชาญด้านปอด ศึกษากัญชากับมะเร็งปอดมา 30 ปี เปิดเผยว่า สาร THC (Tetrahydrocannabinol ) เป็นสารต้านเนื้องอกและเซลมะเร็งได้ หากใช้ในปริมาณพอเหมาะ

ตัวการสำคัญก่อมะเร็งจึงน่าจะเป็นน้ำมันทาร์ที่ไปจับเคลือบผนังปอด

ทำให้การแลกเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดดำที่ส่งเข้ามาฟอกหรือแลกเปลี่ยนออกซิเจนที่ถุงลมขนาดไมโครฝังอยู่ที่ผนังปอดกว่า 550 ล้านถุง ให้กลับเป็นเลือดแดงแล้วส่งเข้าหัวใจสูบฉีดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย มีประสิทธิภาพลดลง

อีกด้านหนึ่งสำนักทะเบียนกัญชาของนิวซีแลนด์ (New Zealand Cancer Registry )และข้อมูลโรงพยาบาล 8 เขตสุขภาพ ทำการสำรวจวิจัย ในผู้ใช้กัญชาวัยไม่เกิน 55 ปีกลุ่มควบคุม (case-control) 324 ราย พบว่า 79 รายมีความเสี่ยงต่อมะเร็งปอดเพิ่มขึ้น 8%(95% CI 2% to 15%) ขณะที่ผู้สูบบุหรี่มีความเสี่ยงมะเร็งปอดเพิ่มขึ้น 7%(95% CI 5% to 9%)

แต่แม้จะเป็นกัญชาถูกกฎหมายแบบควบคุม รัฐบาลแคนาดาก็กังวลถึงผลที่จะตามมา ที่สำคัญที่สุดคือการสูบกัญชาแล้วขับรถ

กัญชาก็เหมือนกับสุรา ก่อให้เกิดความผิดปกติกับสมอง ขาดสติสัมปชัญญะ แต่หนักกว่าสุราตรงที่ ตำรวจไม่สามารถใช้เครื่องมือตรวจพบกัญชาในลมหายใจได้เหมือนกับตรวจ แอลกอฮอล์ในคนดื่มเหล้า 

ซ้ำร้ายกว่านั้น กัญชาจะอยู่ในร่างกายมนุษย์ผู้เสพอยู่หลายวัน บางรายถึงสัปดาห์

จึงมีคำเตือนต่อมารดาที่เลี้ยงลูกด้วยนมของตนเองว่า อย่าใช้กัญชาในระหว่างให้นมเด็ก เพราะจะส่งผลต่อสมองของเด็กโดยตรง

นอกจากผู้ขับขี่รถยนต์แล้ว ตำรวจเองก็ยังถูกตั้งกฎเหล็กด้วย คือหากเสพกัญชา เขาจะต้องพักการปฏิบัติหน้าที่ 28 วัน

ชั่งน้ำหนักแง่ดีแง่เสีย

• กัญชามีผลต่อสมองรวดเร็วมาก โดยเฉพาะจากการสูบ สามารถรักษาโรคเกี่ยวกับประสาทสมอง เช่นโรคสมองเสื่อม โรคลมชัก(ลมบ้าหมู) พาร์กินสัน ความจำเสื่อม อัลไซเมอร์ส (ทั้งเสื่อมทั้งเลอะเทอะ) คลายเครียด กล่อมประสาท ทำให้เคลิ้มสุข(euphoria) ฯลฯ

• แต่ถ้าใช้เกินขนาดรักษา หรือถึงกับเสพติด จะทำให้การเรียนรู้ลดลง ความจำสั้น การสื่อสารของสารสื่อประสาทบกพร่อง (Impaired motor coordination) การตอบสนองเฉื่อยชา ตัดสินใจช้า (Sensation of slowed time, impaired judgment) ความจำสั้น (decrease short term memory) การเรียนรู้บกพร่อง (impaired learning) หดหู่ ไร้อารมณ์ ( apathy) หงุดหงิด ไม่มีสมาธิ (Disturbance in attention )ตื่นผวา หลอน (awareness) ตื่นตัวไว สับสน(anxiety and panic) หลงโลก จิตเภท(schizophrenia) มากกว่าคนปกติถึง 4% 

จึงต้องชั่งน้ำหนักให้ดีกับการเปิดให้ใช้กัญชาอย่างถูกกฎหมาย 

คนอเมริกันมองแคนาดาเหมือนกับที่เรามอง ว่าทำไมไม่เปิดแสรีแบบแคนาดาบ้าง ?

คำตอบคือ แคนาดามีพื้นที่กว้างขวางก็จริง แต่มีประชากรไม่มาก ประชากรที่อาศัยในเมืองมีราว 37 ล้านคน เทียบกับ รัฐแคลิฟอร์เนียรัฐ 39 ล้านคน ทั้งๆที่แคลิฟอร์นียมีพื้นที่น้อยกว่าแคนาดา 25 เท่าตัว การควบคุมแคนาดาจึงทำได้ง่ายกว่า

สหรัฐมีรัฐทั้งหมด 50 รัฐ ตอนนี้ยกเลิกโทษอาญากัญชา 31 รัฐ โดยเป็นในรูปใช้ทางการแพทย์ (medical marijuana) ทั้งหมด ส่วนที่อนุญาตใช้ได้ ทั้ง 2 โดยเป็นกัญชาสันทนาการ (recreational marijuana ) 8 รัฐ

เมืองไทยมีขนาดเล็กกว่ารัฐขนาดเฉลี่ยของอเมริกา แต่วุฒิภาวะของพลเมืองเหลื่อมล้ำกว่าเขามาก

เห็นช้างขี้ แล้วจะขี้(กองใหญ่ๆ) ตามช้าง คงไม่ได้