ในระหว่างที่บรรดาขุนพลของพรรคเพื่อไทยต่างพากันออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเคลื่อนไหวของ ฝั่งรัฐบาล ตลอดจนพรรคการเมืองฝั่งตรงข้ามในท่วงทำนองว่ากำลังใช้วิธี “หาเสียงแฝง” ทำหลายสิ่งหลายอย่างให้เกิดความแนบเนียบจนกลายเป็นการหาเสียงล่วงหน้า อยู่นั้น ปรากฎว่าลึกๆแล้วภายในพรรคเพื่อไทยเอง ยังคงวุ่นวายอยู่กับปัญหา การชิงการนำ เพื่อนำทัพลงสู้ศึกเลือกตั้ง

เป็นเพราะวันนี้ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีเอง และคนในครอบครัวชินวัตร ต่างตกอยู่ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วย “เงื่อนไข” แทบทุกทาง

ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขทางการเมือง ด้วยถูกล้อมกรอบจากพรรคการเมืองที่เป็นพันธมิตรกับ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เจอทั้งพลังดูดจาก “กลุ่มสามมิตร” ดึงอดีตส.ส.ไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และยังกระจายไปอยู่ตามพรรคต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ยังต้องไม่ลืมว่า “พานทองแท้ ชินวัตร” บุตรชายคนโต ยังต้องเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อต่อสู้คดีความ กรณีแบงค์กรุงไทย ปล่อยกู้ให้กับเครือกฤษดามหานคร โดยพานทองแท้ ถูกสั่งฟ้องในฐานความผิดร่วมกันฟอกเงิน จากการรับเช็ค 10 ล้านบาท แม้เจ้าตัวจะยืนยันว่ามีกำลังใจดี แต่ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่าลึกๆแล้วอดที่จะหวั่นไหวไม่ได้ว่าบทสรุปของคดีดังกล่าว จะส่งผลให้เขาเองต้องเดินทางออกนอกประเทศ อีกคนด้วยหรือไม่

หมายความว่าวันนี้ทักษิณ เองกำลังรับศึกหลายด้านในคราวเดียวกัน มิหนำซ้ำยังเป็นช่วงจังหวะเวลาที่ต่างมีความสำคัญ ด้วยกันทุกทาง

เพราะการจัดทัพพรรคเพื่อไทยเองต้องทำให้เกิดความพร้อมมากที่สุดเพื่อรองรับทั้งการเลือกตั้ง และอุบัติเหตุทางการเมือง หากต้องโดน “ยุบพรรค” กันขึ้นมาจริงๆ

ส่วนคดีความของบุตรชาย แม้จะส่งทีมทนายความลงมาดำเนินการเพื่อต่อสู้คดี แล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนว่า นาทีนี้แทบไม่มีใครบ้านชินวัตร สามารถหายใจได้ทั่วท้องด้วยซ้ำ

สำหรับการจัดทัพภายในพรรคเพื่อไทยนั้น แม้ทางหนึ่งจะมีความชัดเจนว่า ชื่อของ “คุณหญิงหน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรค จะได้รับไฟเขียวทั้งจากทักษิณและ “คุณหญิงอ้อ” คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยาของทักษิณ ให้ทำหน้าที่สำคัญ ด้วยการมีบทบาทนำพรรคเพื่อไทยตัวจริง ไม่ว่าคุณหญิงหน่อย จะมีตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือไม่ก็ตาม

แต่ถึงกระนั้นใช่ว่าความวุ่นวายภายในพรรคจะไม่เกิดขึ้น เมื่อยังมีปัญหาเรื่องการไม่ยอมรับจาก “กลุ่มการเมือง” ภายในพรรคเพื่อไทยเอง ที่ยังเคลื่อนไหวสร้างแรงกระเพื่อม ต่อต้านคุณหญิงหน่อย อยู่ในวันนี้

การก่อตั้งพรรคเพื่อธรรม ซึ่งเกิดขึ้นภายใต้การกำกับของ “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย และน้องสาวทักษิณ ย่อมไม่ใช่เพียงเพื่อการสร้างบ้านหลังใหม่รองรับหากพรรคเพื่อไทยถูกยุบเท่านั้น หากแต่ยังเป็นการส่งสัญญาณให้ทักษิณ และกองเชียร์ของคุณหญิงสุดารัตน์ ได้รับรู้ถึง คลื่นลมจากฝั่งกลุ่มของเยาวภา ว่าไม่เห็นด้วยหาก ทักษิณ จะสนับสนุนให้ คุณหญิงหน่อย เป็นคนนำทัพ