สถาพร ศรีสัจจัง

ไม่แนใจนักว่า คตินิยมที่เชื่อกันมาในทำนอง “เป็นสิ่งที่เห็นจริงแล้ว” (เชิงเรขาคณิต คือไม่ต้องพิสูจน์อีกแล้ว ทำนองเป็น “สัจพจน์” ประมาณนั้น) ในเรื่อง “มนุษย์ต้องเอาชนะธรรมชาติ” จะมีพัฒนาการมาจาก “สัญชาตญาณแห่งการอยู่รอด” (The Instinct of self-preservation หรือ Self survival) ตามกฎที่นักชีววิทยาจากซีกโลกตะวันตกค้นพบจริงหรือเปล่า แต่คติความเชื่อดังกล่าวนี้เองที่ส่งผลต่อ “ความเป็น” ของมนุษยชาติในยุคปัจจุบันอย่างรุนแรงทั้งด้านบวกและลบ

ที่กล่าวว่า “รุนแรง” ก็เพราะ คตินี้กลายเป็น “ฐาน” ทางความคิดทั้งหมดของ “นักคิด” และ “ศาสตร์” ในการ “พัฒนา” สังคมมนุษย์แห่งซีกโลกตะวันตก
        
และท้ายสุด ศาสตร์ดังกล่าวนี้ก็กลายเป็น “โรคการพัฒนา” มาระบาดใส่โลกตะวันออกอย่างเต็มรูป ด้วยชัยชนะอย่างท่วมท้นของพาหะนำโรคที่ชื่อ “ระบบทุนนิยมบริโภค” นั่นเอง
       
ในระบบ “เศรษฐกิจการเมือง” แบบ “ทุนนิยมเสรี” ที่มีแก่นแกน และเป้ามุ่งสูงสุดอยู่ที่คำว่า “เงินเป็นใหญ่/กำไรสูงสุด” นี่เอง ที่ยิ่งผลักให้มนุษยชาติกลุ่มหลักๆทุกกลุ่ม ใช้ความพยายามจนถึงขีดสุดเพื่อค้นหากระบวนการ “เอาชนะธรรมชาติ” เพราะให้สามารถเสาะค้นจนพบกระบวนการเอาชนะธรรมชาติในเรื่องหนึ่งๆหรือประเด็นหนึ่งใดให้ได้ เพราะนั่นย่อมหมายถึงการได้รับ"ลิทขสิทธิ์"ที่จะเป็นตัวทำกำไรอย่างสูงสุด ซึ่งย่อมคือที่มาอย่างสำคัญของสิ่งสมมุติที่เรียกว่า “เงิน” จำนวนมหาศาล 
          
และ “เงิน” ที่ถูกสมมติให้เป็นตัวแทนของ “มูลค่า” ที่สำคัญที่สุดของมนุษย์(ยุคทุนนิยม)นี้เอง ที่กลายเป็นตัวชี้ขาด “คุณค่า” ของทุกเรื่องในโลกปัจจุบัน
          
กล่าวสำหรับสังคมไทยที่ทำตัวเป็นลูกกะโล่เดินตามหลังระบบดังกล่าวมาต้อยๆจนโงหัวไม่ขึ้นอยู่ในปัจุบัน(แม้จะมี “แนวคิดทวนกระแส” อย่างแนวคิดเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานไว้ให้สังคมไทยหาทางออกจากระบบทำลายโลก แต่ก็ไม่เคยได้รับการนำไปใช้หรือปรับใช้ในการพัฒนาประเทศเป็นกระแสหลักอย่างแท้จริงมาเลย) คตินิยม “มนุษย์สามารถเอาชนะธรรมชาติ” อันขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับคตินิยมเชิงพุทธที่คนไทยเชื่อถือมาอย่างนานก็ได้ทาบคลุมอยู่เหนือความคิดผู้คนจนกลายเป็นกระแสหลักมานานพอควรแล้ว
           
ที่จริงนักคิดคนสำคัญของโลกตะวันอย่างคาร์ล มาร์กซ์ เจ้าของวาทะ “ไม่มีสิ่งใดที่มนุษย์จะเรียนรู้ไม่ได้ เพียงแต่มนุษย์ยังไม่ได้เรียนรู้มันเท่านั้น” ก็เสนอความคิดเกี่ยวกับโลกธรรมชาติสรุปได้ประมาณว่า “มนุษย์สามารถใช้ความรู้ความเข้าใจในกฎธรรมชาติไป “ดัดแปลง” ธรรมชาติให้มารับใช้มนุษย์ได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลง “กฎ” ของธรรมชาติได้”
           
การ “เอาชนะธรรมชาติ” ในแนวคิดของคาร์ล มาร์กซ์ จึงไม่ใช่การไปเปลี่ยน “กฎ” ของธรรมชาติ แต่คือ

การ “ดัดแปลง” อย่างมีดุลยภาพเพื่อให้มนุษย์ปลอดพ้นจากภยันตราย และสามารถอยู่ร่วมกับ “ธรรมชาติ” ได้อย่างมีความสุขสมบูรณ์ขึ้น
         
 แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครมองเห็น และ “ตีความ” เพื่อปรับใช้ทัศนะนี้มากนัก 
         
 แล้วท้ายที่สุด พัฒนาการต่างๆของมนุษยชาติจากฐานความคิด “เอาชนะธรรมชาติ” นี้เอง ที่ทำให้มนุษย์กลายเป็นสัตว์โลกชนิดเดียวที่ไม่มีฤดูกาล !
           
แต่โลกมีฤดูกาล และฤดูกาลนี้เองที่มีส่วนอย่างสำคัญในการ “กำหนด” อวิถีพฤติกรรมของมนุษยชาติ ฤดูกาลเป็น “ธรรมชาติ” ที่แม้อาจจะมีการเคลื่อนเปลี่ยน ก็ล้วนเตลื่อนเปลี่ยนไปตาม “กฎ” แห่งความสัมพันธ์และความขัดแย้งทั้งโดยเงื่อนไขภายในและภายนอกของตัวม้นเอง
          
ไม่ควรจะเปลี่ยนเพราะน้ำมือและสมอง “ที่สามารถเอาชนะธรรมชาติ” (เพื่อทำลายตัวเอง?) ของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “คน”อย่างที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน !!!