เมื่อเวลา 20.30 น. วันนี้ (11 ต.ค.2561) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. และรอง ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.)​ พร้อมด้วยพล.ต.ต.ธีรพล คุปตานนท์ รรท.ผบช.ทท. พล.​ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง รรท.ผบช.ทท. พ.ต.อ.บุญส่ง จันทรีศรี รอง ผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.2 บก.ทท.1 ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายปลอมสลากกินแบ่งรัฐบาล รวมทั้งหมด 4 ราย ประกอบด้วยนายสิทธิกร ผูกกระแส อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ 173/2561 และ208/2561 และหมายจับศาลจังหวัดชลบุรีที่ 217/2561 น.ส.ปวริศา วงศ์อุ้ย อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ 171/2561 และหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ 218/2561 นางหนู พิมพ์พันธ์ อายุ 65 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ 172/2561 ,176/2561 ,209/2561 และหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ 218/2561 และนายเชิด เถื่อนวิถี อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ 174/2561 โดยนายนายสิทธิกร และน.ส.ปวริศาถูกจับกุมตัวได้ที่ย่านมีนบุรี ส่วนนางหนู และนายเชิด ถูกจับกุมตัวได้ที่ย่านบางพลี พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์ (ใช้ปลอมแปลงคิวอาร์โค้ดสลากกินแบ่งรัฐบาล)​ 1 เครื่อง เครื่องปริ้น 1 เครื่อง สลากกินแบ่งรัฐบาลจริงที่นำมาเตรียมทำเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาลปลอม จำนวนหนึ่ง สมุดบัญชีเงินฝาก 8 เล่ม และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง

พ.ต.อ.บุญส่ง กล่าวว่า สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายหลายรายว่า ถูกคนร้ายเป็นชายและหญิง ร่วมกันก่อเหตุนำสลากกินแบ่งรัฐบาลปลอมขึ้นไปหลอกขึ้นเงินรางวัลให้กับร้านค้าที่จำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจวบคีรีขันธ์ สิงห์บุรี ชลบุรี และสมุทรปราการ เมื่อผู้เสียหายรับซื้อไว้ก่อนนำสลากกินแบ่งรัฐบาลไปขึ้นเงินกับทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกระทั่งถูกปฏิเสธการจ่ายเงินเนื่องจากเป็นสลากปลอม โดยมีมูลค่าความเสียหายกว่า 1.5 ล้านบาท

พ.ต.อ.บุญส่ง กล่าวต่อว่า จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.2 บก.ทท.1 จึงร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมทั้งสืบสวนสอบสวนเชิงลึก จนกระทั่งทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาจะแก้ไขตัวเลขบนสลากกินแบ่งรัฐบาลโดยเครื่องมือพิเศษเพื่อให้ตรงกับตัวเลขที่ถูกในงวดนั้นๆ ซึ่งเน้นไปที่รางวัลที่ 4-5 และเลข2 และ3 ตัวท้าย ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การออกหมายจับรวมทั้งสิ้น 10 หมาย โดยมีนายสิทธิกร เป็นหัวหน้าเครือข่าย และสามารถขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้ทั้งหมด

ด้านพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนทราบว่าผู้ต้องหาจะซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายในแต่ละงวดถึงประมาณ 200 ใบ ก่อนนำมาตรวจสอบว่าถูกรางวัลหรือไม่ หากถูกรางวัลก็จะนำไปขึ้นเงินตามปกติ ส่วนที่เหลือจะเลือกสลากที่ใกล้เคียงกับรางวัลที่ออก จากนั้นจะนำสลากของจริงมาแก้ไข 3 จุด ด้วยวิธีการขูดตัวเลขออก หรือตัดแปะนำตัวเลขใหม่มาใส่ลงไป อีกทั้งยังเปลี่ยนตัวหนังสือภาษาอังกฤษ และเปลี่ยนคิวอาร์โค้ดเพื่อความแนบเนียน โดยแก๊งนี้ถือว่าเป็นขบวนการใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ทุกรายยังปลอมแปลงบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อความแนบเนียนในการขึ้นเงิน และหลบหนีการจับกุมของทางเจ้าหน้าที่ซึ่งก่อเหตุมานานกว่า 15 ปี จนกระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ทั้งหมดดังกล่าว

“หากมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้สามารถแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมได้ที่สถานีตำรวจในท้องที่หรือโทรแจ้ง 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี ปรับตั้งแต่ 1 หมื่น ถึง 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป